
วันที่ 10 ก.ย. 69 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่วัดพุทไธศวรรย์ ต.สำเภาล่ม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา หลังเจ้าหน้าที่กองปราบปรามเข้าจับกุม พระวชิรญาณ (อติโชติ ธมฺมวโร) หรือ “หลวงพ่อโชติ” เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1
บรรยากาศภายในวัดเป็นไปอย่างเงียบเหงา เจ้าหน้าที่ได้นำเชือกมากั้นบริเวณโดยรอบกุฏิของเจ้าอาวาส พร้อมไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอก รวมถึงสื่อมวลชน เข้าไปภายในพื้นที่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจค้นและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน หลังชาวบ้านทราบข่าว ต่างเดินทางมาที่วัดด้วยความตกใจ หลายคนยังไม่เชื่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยชาวบ้านรายหนึ่งซึ่งก็มาบุญที่วัด เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา “หลวงพ่อโชติ” ปฏิบัติตนเป็นพระที่ชาวบ้านให้ความเคารพ และมักช่วยเหลือสังคม ทั้งบริจาคเงินให้วัด โรงพยาบาล รวมถึงมอบทุนการศึกษาให้เด็กๆ จึงรู้สึกตกใจ และยังไม่อยากเชื่อว่าเจ้าอาวาสจะมีพฤติการณ์ตามที่ถูกกล่าวหา
สำหรับการจับกุมครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. และ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. พร้อมกำลังตำรวจเข้าจับกุมพระวชิรญาณ หรือหลวงพ่อโชติ ที่กุฏิภายในวัดพุทไธศวรรย์ ตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ที่ 29/2569 ลงวันที่ 8 ก.ย. 69
เบื้องต้นถูกกล่าวหาในความผิดเกี่ยวกับการเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการสมคบและร่วมกันฟอกเงิน
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากมีผู้ร้องเรียนว่าหลวงพ่อโชติมีพฤติการณ์เบียดบังเงินของวัดไปเป็นของตนเอง ก่อนนำเงินบางส่วนไปมอบให้สีกาคนสนิทเพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพและอำพรางเส้นทางการเงิน
ต่อมาตำรวจกองปราบปรามได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งพบข้อมูลว่า ในช่วงระยะเวลากว่า 2 ปี มีการออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัดโดยมิชอบมากกว่า 20 รายการ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 92 ล้านบาท จึงรวบรวมหลักฐานยื่นศาลขอออกหมายจับและเข้าดำเนินการจับกุม
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในกุฏิ ซึ่งตำรวจระบุว่าพบภาพที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมทางเพศระหว่างเจ้าอาวาสกับสีกา ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวนคดี
Advertisement