
ทำเนียบขาว เปิดเผยตัวเลขงบประมาณเบื้องต้นในปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน พบว่าเพียงช่วง 6 วันแรกของความขัดแย้ง สหรัฐฯ ใช้งบประมาณไปแล้วกว่า 1.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเกือบ 4 แสนล้านบาท ขณะที่วงในชี้รัฐบาลเตรียมยื่นขอรีดงบฉุกเฉินเพิ่มอีกนับล้านล้านบาทเพื่อเติมคลังอาวุธที่ร่อยหรออย่างรวดเร็ว
เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เข้าชี้แจงต่อสมาชิกวุฒิสภาแบบปิดลับ โดยระบุว่า "อัตราการเผาผลาญงบประมาณ" (Burn Rate) ในปฏิบัติการครั้งนี้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก เฉพาะช่วง 48 ชั่วโมงแรกของการโจมตีภายใต้รหัส "Operation Epic Fury" สหรัฐฯ ได้ใช้จ่ายเงินไปกับค่าอาวุธยุทโธปกรณ์และขีปนาวุธล้ำสมัยไปแล้วถึง 5.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.78 แสนล้านบาท)
ทางด้านกระทรวงกลาโหม แสดงความกังวลว่า หากสงครามยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อคลังแสงของประเทศ เนื่องจากอัตราการใช้ขีปนาวุธนำวิถีในปัจจุบันสูงเกินกว่าที่ภาคอุตสาหกรรมป้องกันประเทศจะผลิตชดเชยได้ทัน มีรายงานว่าทำเนียบขาวเตรียมเสนอขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม (Supplemental Funding) จากสภาคองเกรสสูงถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท) เพื่อรองรับปฏิบัติการในระยะยาว
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ระบุว่าตัวเลข 4 แสนล้านบาทนี้ เป็นเพียง "ต้นทุนทางทหารโดยตรง" เท่านั้น ยังไม่รวมผลกระทบต่อเนื่องทางเศรษฐกิจ ทั้งราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้น และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานทางการทูตในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งอาจทำให้มูลค่าความเสียหายรวมพุ่งสูงขึ้นเป็นหลายเท่าตัวในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์
Advertisement