
ความจริงที่มากกว่าข่าว! “ร็อคกี้ สุรบดินทร์” โอบกอด “คุณแม่เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์” และ “น้องดิ๊งค์ กมลชนก” เปิดหน้าสู้มรสุมดราม่า หลังถูก “พ่อ สุรชัย สมบัติเจริญ” โพสต์แรงไล่ไปเปลี่ยนนามสกุลและหาว่าไม่ใช่ลูก แฉนาทีระทึกกลางบัลลังก์ศาลเมื่อผู้เป็นพ่ออาละวาดหนัก พร้อมเล่าความจริงเรื่องหย่ากันไปนานกว่า 2 ปี ยันความอดทน 47 ปีสิ้นสุดลงเพราะฝ่ายชายรับสารภาพกลางศาลว่ามีชู้จริง
วันที่ 15 มีนาคม 2569 ทางทีมข่าวอมรินทร์ทีวีได้มีโอกาสสัมภาษณ์ครอบครัว “สมบัติเจริญ” ถึงปมมหากาพย์ดราม่าที่เกิดขึ้น โดย ร็อคกี้ สุรบดินทร์ (ลูกชาย) เผยว่า ก่อนอื่นขอออกตัวว่าไม่ได้อยากออกมาทำอะไรแบบนี้เลย เราอยู่กันแบบเงียบสงบมานานแล้ว เรื่องราวผ่านมานานพอสมควร จนมาเกิดเหตุการณ์หลายอย่างขึ้น ผมในใจมาตลอดว่ามันจะผ่านไปเหมือนที่เคยผ่านมาพยายามบอกครอบครัวมาตลอดให้ชั่งมันอย่าไปให้ความสำคัญกับมัน และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการโพสต์แบบนี้ออกมา ตอบโต้ไปมาเรื่อยๆจนทำให้ครอบครัวผมไม่ไหวแล้ว พวกผมไม่อยากให้มีวันนี้เลยไม่มีใครอยากเห็นพ่อตัวเองโดนด่า วันนี้ผมขอพูดครั้งเดียวแล้วให้มันจบ
สำหรับเรื่องราวของพ่อกับผู้หญิงอีกคน เรื่องนี้คนที่เก็บมาไว้ในใจตลอดคือแม่ ส่วนตัวผมไม่รู้จักเลยว่าผู้หญิงคนนี้คือใคร ยอมรับว่าเสียใจ และคำพูดของพ่อเชื่อว่าเค้าก็คงพูดเพื่อทำให้ผมเสียใจเหมือนกัน แต่ยังไงเค้าก็คือพ่อ ผมเชื่อว่าปัญหาแบบนี้ทุกบ้านต้องมีพ่อว่าลูกมันต้องมีอยู่แล้ว การที่เขาไล่ให้ผมไปเปลี่ยนนามสกุลเป็น เพราะว่าผมปากไวเอง ผมขอโทษที่ทำให้พ่อรู้สึกไม่ดีแบบนี้ผมไหว้ ผมไม่อยากพูดเรื่องนี้เลยเขาคือพ่อผม ไม่มีลูกคนไหนอยากเห็นพ่อโดนคนทั้งประเทศด่า
กรณีข่าวที่ออกมาว่าผมไม่ใช่ลูกพ่อ ผมเฉยๆกับข่าวนี้เพราะไม่ใช่เรื่องจริงอายุขนาดนี้แล้ว ผมไม่คิดอะไรนะที่พ่อว่าผมไม่ใช่ลูก ผมไม่น้อยใจนะเป็นปกติที่พ่อจะว่าผมแบบนี้อยู่แล้ว ผมอยากให้มันจบและมีแต่ความทรงจำที่ดี ไม่อยากเรียกร้องอะไรเลย ขอพูดในฐานะลูกผู้ชายเลยอยากทำอะไรให้เขาทำเลย ขอแค่อย่าเดือดร้อนคนข้างหลัง เรื่องราวจะจบยังไงผมยังไม่รู้เลย เรื่องจริงๆจบไปแล้วตั้งแต่ 2 ปีที่ฟ้องหย่าวันที่ “พ่อเอาหัวโขกคอกสืบพยาน ต่อหน้าศาลและตะโกนว่า ปล่อยกูไปพวกมึงปล่อยกูไป” จนมีข่าวออกมาแบบนี้ ผมไม่เข้าใจพ่อเลยว่าตอนนี้พ่อต้องการอะไร
แม่ เจี๊ยบ อัฐพรพิมพ์ (อดีตภรรยา) เผยว่า จากหัวอกคนเป็นแม่รู้อยู่แล้วว่าทางสามีเป็นแบบนั้นเห็นมาตลอด ที่ผ่านมาเก็บเรื่องนี้มาตลอดตั้งแต่ทางสามีของผู้หญิงทักมาว่า “สามีเราเป็นชู้ภรรยาเขา” ทางสามีเขาแนะนำตัวว่าเขาคือใคร เล่าเรื่องครอบครัว จ้างนักสืบตามเพื่อติดตามพฤติกรรมว่าทำอะไรบ้างที่ทำส่อว่าสามีเราเป็นชู้กับทางภรรยาเขา จนแม่หย่ากับทางพ่อ แม่ก็ไม่เคยพูดอะไรให้ลูกฟังเลยแม่เก็บความลับมาตลอด 47 ปี ไม่อยากพูดอะไรที่ทำร้ายครอบครัว ทำร้ายจิตใจลูกเลยไม่เคยเล่าให้เขารู้สึกไม่ดีกับพ่อเลย ตนไม่อยากให้ลูกโตมาแล้วเป็นเด็กมีปัญหาเลยเก็บมาไว้ตลอด
ส่วนทามไลน์การหย่าคือแม่เพิ่งหย่ากับพ่อได้ 2 ปี เหตุผลที่โดนฟ้องหย่า "ทิ้งร้างไป 15 ปี" ด้านทามไลน์ของเขา 2 คน จนทะเบียน 40 ปีหรือเปล่าไม่รู้ ตนไม่รู้เลยว่าเขาจดทะเบียนกันตอนไหน เรื่องมันจบไปตั้งแต่เราหย่ากันไปแล้ว 2 ปี ด้วยการที่แม่ฟ้องเขากลับด้วยหลักฐานเหตุการณ์จริง และเขารับสารภาพว่าเขามีชู้ คดีความสิ้นสุดด้วยการเขาถอนฟ้องและไม่มีการเรียกค่าเสียหายอะไรเลยสักบาท ตนก็ไม่เคยเจอกันอีกเลยตั้งแต่วันนั้นที่ศาล ประโยคสุดท้ายที่เขาพูดกับตนคือ “ให้ปล่อยเขา” ตั้งแต่วันนั้นจบงานแม่ก็ไม่เคยเสียใจอีกเลยเพราะแม่ทำเต็มที่แล้ว
วันนี้แม่ก็มีสิ่งที่น่าภูมิใจที่สุดคือลูกๆ ที่เก่งไม่ต้องพึ่ง “นามสกุล สมบัติเจริญ” ที่ผ่านมามันแค่พายุที่เข้ามาและผ่านไป ส่วนเค้าก็ไปใช้ชีวิตของเขาไปค่ะ วันนี้ที่แม่ออกมาพูดเพราะแม่อยากบอกความจริงเมื่อคนสงสัย
ดิ๊งค์ กมลชนก (ลูกสาว) เผยว่า การที่พ่อบอกครอบครัวเราคือหน้าที่ภาระ รู้สึกเสียใจทำให้เกิดคำถามในใจว่าเราคือใคร ทั้งที่ผ่านมาครอบครัวเราก็ใช้ชีวิตกันแบบปกติมาตลอด อบอุ่นมาก พ่อไปรับ-ไปส่งตลอดไปกินข้าวกันทุกอาทิตย์ เพิ่งรู้ความจริงในวันที่มีข่าวตอนอายุ 32 ปีนี้ และยิ่งพอรู้ว่าแม่เก็บแบกรับเรื่องนี้มาตลอด หนูยิ่งรู้สึกเสียใจ ใจหนูรักพ่อนะไม่เคยมองพ่อไม่ดีเลย และไม่อยากจะเชื่อด้วยซ้ำว่าที่พ่อโพสต์ทั้งหมดคือพ่อจริง
สิ่งที่ตนจำได้ขึ้นใจจนวันนี้วันที่ไปขึ้นศาลกัน พ่อผลักหนู และบอกว่าไปสู้กันในศาล ทั้งที่วันนั้นหนูยังรู้สึกเชื่อในตัวเขาอยู่เลย ยังเชื่อในความรัก จนศาลถาม “สุรชัยไม่สงสารลูกเหรอ” เขาก็เงียบจนศาลถามหนูว่า “อยากกอดพ่อไหม” หนูอยากกอด สำหรับวันนี้ถ้าพ่อยังเห็นสัมภาษณ์นี้อยากบอกว่าหนูยังรักพ่อเสมอ แต่ถ้าพ่อไม่ปกป้องครอบครัวแล้วพ่อก็อย่าออกมาทำร้ายอีกเลย สำหรับจิตใจหนูไม่ไหวแล้ว
Advertisement