Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
โค้งสุดท้าย “อภิสิทธิ์” ชูทางรอดที่ปลอดภัย เตือนทุนเทา–คอร์รัปชัน

โค้งสุดท้าย “อภิสิทธิ์” ชูทางรอดที่ปลอดภัย เตือนทุนเทา–คอร์รัปชัน

4 ก.พ. 69
19:59 น.
แชร์

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง “อภิสิทธิ์” ชู ทางรอดที่ปลอดภัย เตือนทุนเทา–คอร์รัปชัน ฉุดความเชื่อมั่นประเทศ ชวนคนกรุงฟังปราศรัยใหญ่ 6 ก.พ.นี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. กทม. ร่วมพูดคุยแบบชิลล์ๆ กลางกรุงเทพมหานคร กับพี่น้องประชาชน บริเวณพาร์ค สีลม ถนนคอนแวนต์ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ ในหัวข้อ “ทิศทางประเทศไทย อยู่ที่คุณกำหนด”

จากนั้นเวลา 17.45 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมด้วย ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค ได้ขึ้นเวทีร่วมพูดคุยกับประชาชนอย่างเป็นกันเอง โดยก่อนเริ่มกิจกรรมทั้งสองได้ถ่ายภาพร่วมกับผู้สมัคร ส.ส.กทม. ก่อนเริ่มต้นด้วยบรรยากาศสบายๆ พูดคุยเชิงหยอกล้อถึงป้ายประชาสัมพันธ์และจอ LED ที่ปรากฏข้อความ “อภิสิทธิ์ ทางรอดที่ปลอดภัย” ซึ่งติดตั้งอยู่หลายจุดทั่วกรุงเทพฯ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คำว่า “ทางรอดที่ปลอดภัย” ไม่ใช่เพียงสโลแกนหาเสียง แต่สะท้อนสถานการณ์ประเทศในเวลานี้ที่กำลังเผชิญความเสี่ยงรอบด้าน และประชาชนไม่ควรปล่อยให้การเลือกตั้งครั้งนี้ถูกชี้นำด้วยความขัดแย้งทางอารมณ์หรือการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแบบเดิมๆ

“ทุกครั้งใกล้เลือกตั้ง เรามักเห็นการสร้างวาทกรรมแบ่งคนเป็นฝ่ายรักชาติหรือไม่รักชาติ ทำให้คนตัดสินใจกันด้วยความโกรธหรือความกลัว แต่สุดท้ายพอผ่านไป 4 ปี ประเทศก็กลับมาที่เดิม ปัญหาไม่ได้รับการแก้จริงๆ เราเสียโอกาสซ้ำแล้วซ้ำเล่า” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ บอกอีกว่า วันนี้สถานการณ์หนักกว่าที่ผ่านมา เพราะประเทศไทยกำลังสูญเสีย “ต้นทุนความเชื่อมั่น” ทั้งในสายตาคนไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งสแกมเมอร์ ทุนสีเทา และคอร์รัปชัน ที่ส่งผลโดยตรงต่อภาพลักษณ์ประเทศ

นายอภิสิทธิ์ ยกตัวอย่างว่า สื่อต่างประเทศที่มาสัมภาษณ์ตัวเองในช่วงเลือกตั้ง ยังตั้งคำถามถึงเสถียรภาพและความปลอดภัยของไทย ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในอดีต ทั้งที่ไทยเคยถูกมองว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยก้าวหน้าที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค

“เมื่อ 20–30 ปีก่อน ไทยเคยถูกมองว่าเป็นผู้นำ ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สิทธิเสรีภาพ และประชาธิปไตย แต่วันนี้สิ่งเหล่านั้นหายไป เหลือแต่คำถามในเชิงลบ”

ในประเด็นทุนเทาและแก๊งหลอกลวงออนไลน์ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ไม่ได้กระทบเฉพาะคนที่ถูกโกงเงิน แต่ยังกระทบเศรษฐกิจภาพรวม โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว พร้อมชี้ว่า นักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากลังเลที่จะเดินทางมาไทย หลังเกิดเหตุลักพาตัว และเครือข่ายอาชญากรรมบริเวณชายแดน ประกอบกับความรู้สึกว่ารัฐไทยยังจัดการปัญหาไม่เด็ดขาด ทำให้ความเชื่อมั่นลดลงอย่างมาก

“นักท่องเที่ยวไม่ใช่แค่กลัวโดนหลอก แต่เขากลัวว่าประเทศไทยไม่ปลอดภัย พอเขาไม่มา รายได้หาย ร้านค้า โรงแรม คนทำมาหากินในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศก็เดือดร้อน นี่คือผลกระทบที่เป็นลูกโซ่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังยกกรณีปัญหากฎหมายกัญชา ที่บางช่วงขาดการกำกับดูแล จนต่างชาติใช้ช่องโหว่นำกลับไปจำหน่ายในประเทศตนเอง ซึ่งสร้างภาพลักษณ์เชิงลบและปัญหาทางกฎหมายระหว่างประเทศตามมา

นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า ปัญหาเหล่านี้สะท้อนการบริหารจัดการที่ขาดความจริงจัง และหากยังปล่อยให้การเมืองมุ่งแต่เกมอำนาจ ประเทศจะยิ่งถดถอย

“8 กุมภาพันธ์นี้ จึงไม่ใช่แค่วันเลือกตั้งธรรมดา แต่เป็นโอกาสที่จะฉุดประเทศออกจากวงจรเดิม ๆ ถ้าเราเลือกการเมืองที่ซื่อสัตย์ โปร่งใส และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้จริง ประเทศก็จะกลับมายืนได้อีกครั้ง”

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงบทบาทของกรุงเทพมหานครว่า เป็นหัวใจสำคัญทางการเมือง เนื่องจากมีจำนวน ส.ส.เขตมาก และคะแนนเสียงสามารถกำหนดทิศทางประเทศได้

“กรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่เมืองหลวง แต่เป็นเมืองที่ส่งสัญญาณทางการเมืองเสมอ คนกรุงเทพสามารถบอกประเทศได้ว่าเราจะเดินไปทางไหน ผมอยากเห็นกรุงเทพเป็นผู้นำในการสร้างการเมืองแบบใหม่ ที่มั่นคง สุจริต และปลอดภัยสำหรับทุกคน”

พร้อมยืนยันว่า นโยบายและจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ถูกวางขึ้น เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว ทั้งการปราบคอร์รัปชัน ตัดวงจรทุนสีเทา ฟื้นความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ และลดความแตกแยกในสังคม

“ถ้าเรามีกำลังมากขึ้น ประเทศก็จะมั่นใจมากขึ้น นี่คือเหตุผลที่ผมบอกว่า ประชาธิปัตย์คือทางรอดที่ปลอดภัย ไม่ใช่เพื่อตัวผม แต่เพื่ออนาคตของประเทศ” นายอภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงบทบาทของคนรุ่นใหม่ในพรรคว่า แม้ผู้สมัครหลายคนจะเพิ่งเข้าสู่สนามการเมือง แต่ประชาธิปัตย์มีจุดแข็งคือการผสมผสานพลังคนรุ่นใหม่กับประสบการณ์ของอดีต ส.ส. และทีมงานในพื้นที่ ทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้จริง ไม่ใช่แค่คำขวัญ

การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ทิ้งของเก่าทั้งหมด แต่ต้องเข้าใจอดีตแล้วพัฒนาให้ดีขึ้น

นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า อยากให้ประชาชนเลือกพรรคจากสิ่งที่เชื่อว่าดีที่สุดต่อประเทศ มากกว่าการเลือกเชิงกลยุทธ์จากความกลัว เพราะทุกคะแนนเสียงสะท้อนทิศทางการเมืองของประเทศ สำหรับกรุงเทพมหานคร นายอภิสิทธิ์แสดงความมั่นใจว่าฐานความผูกพันกับประชาธิปัตย์ยังคงอยู่ เนื่องจากพรรคยืนหยัดเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ธรรมาภิบาล และประสบการณ์บริหารประเทศมาอย่างต่อเนื่อง

“กรุงเทพสามารถกำหนดทิศทางประเทศได้ ถ้าอยากเห็นการเมืองที่มั่นคง โปร่งใส และปลอดภัย ผมเชื่อว่าประชาธิปัตย์คือทางเลือกที่ดีที่สุด” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

ขณะที่ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า การทำงานที่ผ่านมาเน้นการวิเคราะห์แนวโน้มอนาคตและวางฉากทัศน์การพัฒนาเมือง เพื่อให้การตัดสินใจวันนี้นำพาประเทศไปสู่ทางเลือกที่ดีที่สุด พร้อมระบุว่า งานวิจัยที่ทำร่วมกับนักวิชาการต่างประเทศพบว่า กรุงเทพฯ มีศักยภาพก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและนวัตกรรมของภูมิภาค เป็นเมืองที่คนหลากหลายอยู่ร่วมกันได้ และเป็นพื้นที่แห่งโอกาสของคนรุ่นใหม่ แต่ทิศทางนโยบายหลายปีที่ผ่านมากลับทำให้ประเทศถอยหลัง

“อนาคตไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่มาจากสิ่งที่เราเลือกวันนี้ ถ้าเลือกผิด เมืองก็ถดถอย แต่ถ้าเลือกถูก กรุงเทพฯ และประเทศไทยสามารถเติบโตได้อีกมาก” ดร.การดี กล่าว

ดร.การดี ยังอธิบายว่า อุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่อนุรักษ์นิยมแบบยึดติดอดีต แต่เป็น “เสรีประชาธิปไตยที่มองไปข้างหน้า” พร้อมปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลง ทั้งเศรษฐกิจดิจิทัล เทคโนโลยีใหม่ และความท้าทายระดับโลก

“เราอยากวางรากฐานระยะยาว ไม่ใช่นโยบายระยะสั้น พรรคประชาธิปัตย์ต้องการเป็นสถาปนิกที่ออกแบบอนาคตประเทศ เพื่อให้ลูกหลานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” ดร.การดี กล่าว

นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ ยังตอบคำถามถึงกรณีประกันสังคมว่า สมัยตัวเองเคยมีแนวคิดตั้งแต่สมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ให้การบ้านกระทรวงแรงงานตั้งแต่ตอนนั้น เรื่องอยากจะให้สำนักงานประกันสังคมแยกออกมาเป็นหน่วยงานอิสระ เพื่อให้บริหารเงินกองทุนขนาดใหญ่ของผู้ประกันตนได้อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เงินประกันสังคมเป็นเงินของแรงงานโดยตรง หากขาดความโปร่งใสหรือการบริหารที่ดี อาจสร้างความเสียหายมหาศาล พร้อมสนับสนุนให้มีการปฏิรูปทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงตรวจสอบการทุจริต แต่ต้องปรับโครงสร้างรายรับ–รายจ่าย และเพิ่มผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยและการลงทุนเข้ามาบริหาร เพื่อความยั่งยืนของกองทุนในระยะยาว

นายอภิสิทธิ์ ยังเตือนว่า การปฏิรูปต้องไม่ทำให้ประกันสังคมกลายเป็นสนามการเมืองหรือถูกแทรกแซงจากพรรคการเมือง เพราะจะกระทบเสถียรภาพและความต่อเนื่องของระบบ โดยย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงต้องตั้งอยู่บนหลักความเป็นอิสระ โปร่งใส และคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นสำคัญ

ช่วงท้าย นายอภิสิทธิ์ ยังพูดคุยอย่างเป็นกันเองถึงคลิปและคอนเทนต์รณรงค์ของพรรคที่ถูกพูดถึงในโซเชียล กา 2 ใบ โดยยอมรับว่าเป็นความตั้งใจปรับภาพลักษณ์ให้เข้าถึงประชาชนมากขึ้น และอยากสื่อสารการเมืองให้เข้าใจง่ายขึ้นในช่วงโค้งสุดท้าย

จากนั้นได้ฝากถึงประชาชนว่า สิ่งสำคัญที่สุดของการเลือกตั้งครั้งนี้คือ “ความสุจริตของบ้านเมือง” เพราะหากการเมืองยังทุจริต นโยบายที่ดีแค่ไหนก็ไม่สามารถเกิดผลได้ พร้อมเตือนปัญหาซื้อเสียงและทุนสีเทาที่จะยิ่งซ้ำเติมคอร์รัปชัน

นายอภิสิทธิ์ ยังได้เชิญชวนประชาชนร่วมเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายของพรรคประชาธิปัตย์ ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสสุดท้ายก่อนเข้าสู่ช่วงงดหาเสียง เพื่อแสดงพลังและสื่อสารนโยบายกับประชาชนอย่างเต็มที่

โดยงานจะจัดขึ้นตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ที่วัน แบงค็อก ฟอรั่ม พร้อมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนจองที่นั่งล่วงหน้าผ่านคิวอาร์โค้ดในเพจพรรคและผู้สมัคร เนื่องจากมีผู้สนใจจำนวนมาก ใกล้เต็มความจุสถานที่

นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า อยากเห็นประชาชนออกมาร่วมรับฟังทิศทางประเทศและร่วมกันส่งเสียงครั้งสุดท้าย ก่อนตัดสินใจในวันเลือกตั้ง

Advertisement

แชร์
โค้งสุดท้าย “อภิสิทธิ์” ชูทางรอดที่ปลอดภัย เตือนทุนเทา–คอร์รัปชัน