
วันที่ 4 ก.พ. 69 นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคที่ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่เขตเลือกตั้งที่ 4 (เขตคลองเตยและเขตวัฒนา) เพื่อช่วยนาย พงศกร ขวัญเมือง ผู้สมัครหมายเลข 1 หาเสียง ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพี่น้องประชาชน
โดยตั้งแต่เวลา 07.00 น. นายอภิสิทธิ์และคณะได้เริ่มเดินทักทายพี่น้องประชาชน และพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดและชุมชน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพ และมอบดอกไม้ให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า การกลับมาในเขตวัฒนาและคลองเตยครั้งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนการกลับมาบ้าน เพราะเป็นเขตเลือกตั้งเก่าที่ตนเคยผูกพันและได้รับความไว้วางใจมาโดยตลอด ซึ่งในครั้งนี้ได้นำคนรุ่นใหม่อย่าง "นายพงศกร" มาสานต่อเจตนารมณ์ในการรับใช้ประชาชน
นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า กลับมาในเขตเลือกตั้งเก่าของตนเอง ดีใจที่พี่น้องยังรู้สึกผูกพันคิดถึงกันอยู่ และเที่ยวนี้นายพงศกรก็เดินหน้าเต็มที่ ทั้งในเขตวัฒนา เขตคลองเตย หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนอย่างดี
เมื่อถามกรณีที่ TDRI วิเคราะห์นโยบายของแต่ละพรรค บอกว่าของประชาธิปัตย์ใช้งบค่อนข้างเยอะ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ใช่ เราได้เสนองบตามที่ กกต. กำหนด เพราะฉะนั้นเวลาเปรียบเทียบระหว่างพรรค ยังไงก็ช่วยดูด้วย ของเราเนี่ยเป็นงบ 4 ปี ซึ่ง TDRI ดูจะเข้าใจดี เพียงแต่ว่า อยากจะชี้แจงเพิ่มเติมว่างบที่เราส่ง กกต. เช่น กรณีเบี้ยยังชีพ เราจะต้องส่งงบทั้งโครงการ ทีนี้ปัจจุบันจ่ายอยู่ 600 700 800 เราส่งไปว่า 1,000 จริงๆ ก็คือเรารวมที่จ่ายอยู่แล้วด้วย เพราะฉะนั้นมันไม่ได้เพิ่มขึ้น มากอย่างที่อาจจะเกิดความเข้าใจกัน เพราะว่าทุกโครงการจะเป็นอย่างนี้กับที่ TDRI ตั้งข้อสังเกตนั้น เราก็สงสัยนิดหน่อย เพราะว่าในกรณีของเรื่องค่าไฟ เราไม่ได้ใช้งบเลย คือยืนยันว่าเราได้ดูหมดแล้วว่าแต่ละปีงบที่เพิ่มขึ้น เมื่อดูไปถึงเรื่องของอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ การจัดเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้น ช่องว่างที่ยังมีอยู่ ที่สามารถที่จะกู้เงินกรณีการขาดดุลได้ เรามั่นใจว่าไม่มีปัญหา
ส่วนจะมีผลต่อการตัดสินใจของประชาชนที่กำลังดูเรื่องนโยบายของแต่ละพรรคไหมนั้น จริง TDRI ก็วิจารณ์ทุกพรรควิจารณ์ทุกพรรค เพราะว่าทุกพรรคก็มีตัวเลขไม่ได้ต่างกันมากนัก กรณีพรรคประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ได้ต่างกัน จริงๆ พรรคประชาชนจะเยอะกว่า ในส่วนของพรรคอื่นๆ ความจริงที่น่าสงสัยก็คือหลายหลายพรรคเขียนโครงการ แต่ไม่เขียนงบ ตนอยากให้ กกต. ตรวจสอบให้เข้มเข้มงวดกว่านี้
ส่วนแนวทางการจับขั้วจัดตั้งรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า แต่ละพรรคก็ค่อนข้างตอบไปแล้ว ซึ่งประชาธิปัตย์ก็ตอบชัดเจนที่สุดในเรื่องหลักเกณฑ์ของการที่จะร่วมหรือไม่ร่วมทำงานกับใคร ถือว่ามันเป็นเรื่องของหลักการมากกว่า
เมื่อถามว่า แล้วทางภูมิใจไทยบอกว่า เขาอาจจะยอมลืมความแค้นในอดีตกับสีแดง และอาจจะพร้อมจับกับสีส้มได้ด้วย นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ผมเห็นเขาก็แสดงท่าทีแบบนั้นมาตลอด แต่ขณะเดียวกันก็กลับมา ปลุกระดมบอกว่า อย่าไปเลือกคนนั้นคนนี้ ก็ยังแปลกใจอยู่ว่าถ้าร่วมกันได้แล้วมาพูดอย่างนี้ทำไม
เมื่อถามว่า การเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอย่างนี้ มันทำให้ประชาชนรู้สึกสับสนกับเรื่องการเมืองในปัจจุบันไหม นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ประชาชนเห็นเองว่าแต่ละพรรคมีจุดยืนชัดเจนแค่ไหนอย่างไร
เมื่อถามว่า เห็นทาง กกต. จะส่งรายชื่อให้ทางศาลตัดสิน เพื่อคัดผู้สมัครจำนวนค่อนข้างเยอะ กังวลไหมว่าจะมีผลทำให้การเลือกตั้งอาจจะมีปัญหา นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ไม่ การตัดสิทธิ์เพราะว่าขาดคุณสมบัติเป็นเรื่องปกติตามกฎหมายอยู่แล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนมีข่าวว่า อาจจะมีบางพรรคที่หัวหน้าพรรคอาจจะต้องมารับผิดชอบด้วย นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า คือกรณีการรับรองสิ่งที่ประชาธิปัตย์ทำ ข้อที่ 1 คือเจ้าตัวต้องรับรองตัวเอง ข้อที่ 2 เราส่งข้อมูลนี้ไปให้ตรวจสอบตามหน่วยงานต่างๆ ซึ่งบางทีก็ได้คำตอบ บางทีก็ไม่ได้คำตอบ ล่าสุดที่เกิดขึ้นที่ จ.อุดรธานี ปรากฏว่ามีคำพิพากษาตั้งแต่ปี 50 แต่เจ้าตัวความจริงลงสมัครมาทั้งปี 62 ปี 66 เราก็ไม่เจอข้อมูลนี้ กกต. ก็ไม่เจอข้อมูลนี้ เพิ่งมาเจอกันรอบนี้โดย กกต.
เมื่อถามว่า บางส่วนที่มีปัญหาในกรณีคนที่ตัวเองไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง แต่กลับยังมาลงสมัคร นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า เจ้าตัวก็คงต้องไปอธิบายว่าทำไมถึงได้รับรองตัวเองไป อย่างกรณีของการใช้สิทธิ์ก็เหมือนกัน น่าจะมีกรณีหนึ่งที่เราเจอ เราไม่เจอข้อมูล หรือว่าข้อมูลมีการเปลี่ยนแปลงเวลาตรวจสอบ แต่ว่าพยายามอย่างถึงที่สุดแล้วเพราะว่าขั้นตอนก็ชี้แจง กกต. ไปตั้งแต่ต้นเลย ไม่ใช่มาชี้แจงทีหลัง คือตอนที่ส่งเรื่องการรับรองไป อธิบายให้ฟังว่าขั้นตอนของประชาธิปัตย์เนี่ยคืออะไร
ส่วนประชาธิปัตย์กังวลไหม ว่ามันอาจจะมีกรณีพ่วงมาถึงพรรคด้วย นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า เราพยายามตรวจสอบแล้วแล้วก็แจ้งไปแล้วว่าขั้นตอนเราคืออะไร ทุกคนก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
เมื่อถามว่า มีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์บ้างไหม ของ กกต. นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ของเราล่าสุดที่เล่าให้ฟังเมื่อสักครู่เป็นที่อุดรธานี น่าจะสัก 2 วันที่แล้วที่ทาง กกต. แจ้งมา
ส่วนปราศรัยจะมีการปล่อยไม้เด็ด ทีเด็ด อะไรเรียกคะแนนในช่วงสุดท้ายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ต้องการที่จะชี้ให้เห็นว่า ทางเลือกของประชาชนคนไทยวันนี้เป็นอย่างไร แล้วก็เมื่อเหลือเวลาอีก 1-2 วันจะตัดสินใจ ก็จะหยิบยกเรื่องที่เราคิดว่าสำคัญที่สุดมาพูดคุยกัน
เมื่อถามถึง จุดยืนของประชาธิปัตย์จะต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้นหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ไม่ ทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับผลของการเลือกตั้ง ใครมีสิทธิจัดตั้งรัฐบาลก่อนก็เป็นสิทธิของเขา สิ่งที่เราทำได้ก็คือ เราได้แสดงไปแล้วว่าเรามีจุดยืนอย่างไร เรามีนโยบายแนวคิดอย่างไร ช ถ้าคิดว่าเป็นประโยชน์ก็ทำงานร่วมกันไม่สามารถทำงานด้วยกันได้ ก็ต่างคนก็ต่างทำหน้าที่ไปในสภา เป็นเรื่องปกติ
เมื่อถามว่า มีโอกาสคุยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า “ไม่ได้มีโอกาสคุย ต่างคนต่างก็น่าจะยุ่งกับการหาเสียงอยู่ แต่ก็แปลกใจนิดหน่อย เมื่อวานนี้เห็นมีข่าวทำนองว่า ท่านมาต่อว่าผมไปด้อยค่าอะไร ไม่มีเลยนะ ไม่มีเลย จริงๆ ท่านน่าจะบอกนายพิพัฒน์มากกว่า เพราะไปโจมตีพรรคประชาธิปัตย์มากเลยในภาคใต้”
Advertisement