นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม นำ สส.พรรค แถลง ว่า จากผลคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ นอกจากความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว คณะรัฐมนตรีสิ้นสุดลง ขณะนี้เป็นคณะรัฐมนตรีรักษาการ แต่สภาผู้แทนราษฎรยังคงอยู่ มีเพียงอำนาจฝ่ายบริหารเท่านั้นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง
พร้อมย้ำว่า พรรคฯ เคารพคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และทิศทางที่จะเดินหน้าต่อไป เราไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ของพรรค แต่เราคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและต้องการให้การเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ในแนวทางของ 3 สถาบันหลัก ชาติ ศาสนาชาติ พระกษัตริย์ ยึดผลประโยชน์ประชาชนโดยใช้กลไกรัฐสภานำทางประเทศไทยเดินไปข้างหน้า
ส่วนการจับมือร่วมกับฝ่ายใดจะต้องขอมติพรรค และต้องดูข้อเสนอของทั้งสองฝ่ายว่าจะไปในทิศทางใด และสอดคล้องกับแนวทางของเราหรือไม่
ส่วนจะได้ข้อสรุปเมื่อไหร่นั้น นางนฤมล กล่าวว่า ขณะนี้สมาชิกและผู้บริหารพรรคก็หารือกัน เรามีแนวทางคร่าวๆ แต่ถึงอย่างไรต้องรอพิจารณาข้อเสนอก่อนในการลงมติว่าเราจะร่วมหรือไม่ร่วมอย่างไร เพื่อเดินหน้าแก้ไขปัญหาการเมือง
เมื่อถามว่า ขณะนี้มีพรรคไหนมาทาบทามหรือไม่ นางนฤมล ระบุว่า ขณะนี้กำลังรอ เดี๋ยวทุกคนก็คงได้รับทราบ
“จุดยืนของเรา ไม่อยากให้การรวมกันครั้งนี้ เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น ถ้าคุยกันแล้วเจตนาตรงกันว่าต้องการนำพาประเทศชาติให้หลุดพ้นจากจุดที่กำลังเป็นอุปสรรคอยู่ ณ ขณะนี้ร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการอย่างไร แต่ที่สำคัญต้องผ่านวิธีการทางรัฐสภา และยึดโยงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ยึดสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสำคัญ”
พร้อมยอมรับว่า วันนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะเดินทางมาที่พรรค แล้วจะได้นั่งคุยกัน พร้อมยอมรับว่าคุยกับทุกพรรค
ส่วนที่ไม่ได้ไปร่วมแถลงกับพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อไทย นางนฤมล ชี้แจงว่า ตอนที่ศาลอ่านคำวินิจฉัย ตนอยู่ทำเนียบรัฐบาลกับคณะรัฐมนตรี แต่หลังนายกฯแถลง พรรคจะเดินหน้าอย่างไรตนไม่สามารถตัดสินใจคนเดียวได้ จึงต้องมารับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรคทุกคนและขอมติว่าจะเดินไปทิศทางใด ซึ่งได้ข้อสรุปว่าจะรอฟังอีกฝ่ายก่อน (อนุทิน) ก่อนตัดสินใจต่อไป
Advertisement