กระทรวงวัฒนธรรมเปิดตัวบุคคลใน 10 ภาพ ‘พระราชกรณียกิจ’ พร้อมเรื่องราวประทับใจที่ได้ถวายงานใกล้ชิด

กระทรวงวัฒนธรรม เปิดตัวบุคคลใน 10 ภาพพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร โอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 28 กรกฎาคม 2560

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่าเนื่องในโอกาสวันคล้ายพระราชสมภพ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงประกอบพระราชกรณียกินนานัปการ มีพระราชวิริยะอุตสาหะ ทรงเจริญรอยตามเบื้องยุคคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อพัฒนาประเทศไทยในหลากหลายด้าน

จึงได้มีการคัดเลือกรูปภาพพระราชกรณียกิจของพระองค์ที่สะท้อนถึงการทรงงานที่หลากหลาย ครอบคลุมในทุกด้าน มา 10 ภาพ และตามหาบุคคลในภาพจำนวน 11 คน มาถ่ายทอดความรู้สึกที่ได้มีโอกาสถวายงานในการเสด็จพระราชดำเนินทรงงานตามท้องถิ่น ภูมิภาคต่างๆของประเทศ เพื่อให้ประชาชนและเยาวชนได้น้อมนำพระราชดำรัสและพระจริยวัตรไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตและพัฒนาประเทศต่อไป

โดยว่าที่ร้อยโทดิลก ศิริวัลลภ หนึ่งในบุคคลในภาพ ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญ ได้เปิดใจกับทีมข่าวว่าตนเป็นบุคคลในภาพที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประทับเรือพระที่นั่งทอดพระเนตรสภาพภูมิประเทศ ณ บริเวณบึงบ้านบากง ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปทรงเยี่ยมราษฎรบ้านบากง ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส

เพื่อแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วม เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2529 ในวันนั้นปฏิบัติหน้าที่เป็นล่าม โดยพระองค์ทรงชวนพายเรือ ซึ่งเป็นขนาดเล็ก สำหรับนั่งได้สบายๆ 3 คน แต่วันนั้น ไปกัน 4 คน (รวมพระองค์) ตนนั่งอยู่ติดกับพระองค์ ขณะนั้นคนพายเรือ พายช้า เนื่องจากเกรงว่าเรือจะล่ม พระองค์จึงตรัสว่าพายช้า ไม่ทันใจ

และทรงเอาพายไปพายเอง ประกอบกับลุกขึ้นยืนเพื่อทอดพระเนตรบรรยากาศ ทำให้ตนรู้สึกตกใจ เพราะเกรงว่าเรือจะล่ม ขณะเดียวกันก็รู้สึกตื้นตันใจ ที่ได้มีโอกาสถวายงาน และยังบอกอีกว่าพระองค์ทรงสานต่องานทุกอย่างของพระบิดา สมกับคำที่ว่าลูกพ่อ ทำให้ตนประทับใจไม่มีวันลืม และจะรักษาความดีประพฤติตนเป็นคนดี เป็นมรดกกับลูกหลาน

ในวันนี้ได้มีการเปิดตัว 10 บุคคล จาก 11 บุคคลในภาพ (1 คนติดภารกิจอยู่ต่างประเทศ) ซึ่งทุกคนได้เปิดใจและเล่าเรื่องราวความประทับใจบนเวที พร้อมจะน้อมนำพระราชดำรัสไปใช้ในชีวิตประจำวันสืบต่อไป.

keyboard_arrow_up