นอกจากเรื่องรถติดจากความว่างเปล่าแล้ว อีกสิ่งที่ทำให้คนขับรถเลือดขึ้นหน้าที่สุดคือพวก "จอมแทรก" ที่ขับแซงคิวขึ้นมาจนถึงคอขวดแล้วเบียดเข้าหน้าตาเฉย เรามักอุทานด่าคนพวกนี้ว่า "ไม่มีวินัย" แต่รู้ไหมว่า ในทางคณิตศาสตร์การจราจร พวกเขาอาจกำลังทำสิ่งที่ถูกต้องที่สุดอยู่!
ทฤษฎี Zipper Merge
ในต่างประเทศมีงานวิจัยที่สนับสนุนพฤติกรรมนี้ (หากทำอย่างถูกวิธี) เรียกว่า "Zipper Merge"
- พฤติกรรมคนดี พอเห็นป้ายบอกว่า "ข้างหน้าทางขาด" คนส่วนใหญ่จะรีบเบี่ยงเข้าเลนหลักทันที ทำให้แถวเลนหลักยาวเป็นกิโลเมตร แต่เลนที่กำลังจะปิดกลับ "ว่างสนิท"
- พฤติกรรมคนแทรก ขับในเลนที่จะปิดจนถึงจุดสุดท้ายแล้วค่อยขอเข้า
- ความจริงที่เจ็บปวด นักวิชาการบอกว่าการใช้ถนนทุกตารางนิ้วให้เต็มจนถึงจุดสุดท้าย (แล้วสลับกันเข้าแบบฟันปลา 1:1) ช่วยลดความยาวแถวสะสมได้ถึง 40% การรีบเข้าเลนหลักเร็วเกินไปต่างหากที่ทำให้หางแถวยาวไปทับสี่แยกอื่นจนติดเป็นทอดๆ
จิตวิทยา "เลนข้างๆ มักเร็วกว่าเสมอ"
เคยไหม? พอย้ายเลนปุ๊บ เลนเดิมดันวิ่ง เลนใหม่ดันหยุด...
- งานวิจัยจาก Redelmeier และ Tibshirani อธิบายว่ามันเป็นแค่ "ภาพลวงตาทางสถิติ"
- เวลาเราถูกเลนข้างๆ แซง เราจะมองเห็นรถหลายคันผ่านหน้าเราไป (ใช้เวลานานและจดจำฝังใจ)
- แต่เวลาเราแซงเลนข้างๆ เราจะผ่านรถพวกนั้นไปไวมากจนสมองไม่ได้บันทึกว่า "เราชนะแล้ว"
- สรุปคือ เรามักจะจดจำแต่ตอนที่เรา "แพ้" จนทำให้เราเกิดพฤติกรรมย้ายเลนไปมา ซึ่งเป็นตัวการสร้าง "คลื่นเบรก" (Shockwave) ชั้นดีเลยครับ
ทางแก้ที่ไม่ได้อยู่ที่แอปฯ แต่อยู่ที่ "ความเชื่อใจ"
ปัญหาของเรื่องนี้ไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือ "Trust" (ความเชื่อใจ)
- ถ้าเรารู้ว่าคันข้างหน้าจะสลับกันเข้าแบบฟันปลา (Zipper Merge) อย่างเป็นระเบียบ เราจะไม่เครียด
- แต่ในโลกจริง เรากลัวว่าถ้าเราให้แทรก 1 คัน คันที่ 2 3 4 จะตามมา เราจึงต้องขับ "จี้ท้าย"
- และอย่างที่เราคุยกันตอนแรก: การขับจี้ท้าย = การสร้างผีรถติด
รถติดแก้ได้ด้วย "ใจ" (และฟันปลา)
สุดท้ายแล้ว ต่อให้เรามีอุโมงค์ล้ำยุคหรือ AI คุมไฟจราจร แต่ถ้ามนุษย์เรายังขับรถด้วยสัญชาตญาณ "การเอาตัวรอด" มากกว่า "การเคลื่อนที่ไปพร้อมกัน" ถนนก็ยังเป็นที่กักขังเราอยู่ดี
การยอมปล่อยให้คนอื่นแทรกตามจังหวะที่ควรจะเป็น และการเลิกย้ายเลนไปมาเพียงเพราะความรู้สึกหลอนว่าเลนข้างๆ เร็วกว่า อาจเป็นวิธีที่ประหยัดเงินรัฐบาลที่สุดในการแก้ปัญหารถติด