Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวีแจกใหญ่ส่งท้ายปี ดูทั้งวันแจกทุกวันLogo Seagame2025Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ทำไมเลนข้างๆ มักเร็วกว่าเสมอ? เปิดทฤษฎีจิตวิทยาที่ทำให้คนขับรถแทบคลั่ง

ทำไมเลนข้างๆ มักเร็วกว่าเสมอ? เปิดทฤษฎีจิตวิทยาที่ทำให้คนขับรถแทบคลั่ง

4 ม.ค. 69
16:00 น.
แชร์

เคยไหมที่ขับรถอยู่บนถนนที่รถติดขัด แล้วตัดสินใจเปลี่ยนเลนเพราะเห็นว่าเลนข้างๆ ไหลลื่นกว่า แต่พอเปลี่ยนปุ๊บ เลนเดิมกลับเริ่มวิ่งฉิว ส่วนเลนที่เราเพิ่งย้ายไปกลับหยุดนิ่งสนิท?

ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องของ "โชคไม่ดี" แต่มันคือการผสมผสานระหว่าง คณิตศาสตร์ ความน่าจะเป็น และกลไกทางจิตวิทยา ที่หลอกล่อสมองของเราให้รู้สึกเหมือนเป็นผู้แพ้บนถนนเสมอ

นี่คือบทสรุปว่าทำไม "เลนข้างๆ ถึงเร็วกว่าเสมอ" ในสายตาเรา

อคติจากการเลือกจำ

สมองของมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อบันทึกสถิติอย่างเป็นกลาง แต่ถูกออกแบบมาเพื่อ จดจำความเจ็บปวดหรือความหงุดหงิด

  • เมื่อเราไหลลื่น เวลาที่เราขับอยู่ในเลนที่เร็วและแซงคนอื่นไปเรื่อยๆ สมองจะเข้าสู่สภาวะ "Flow" เรามักจะไม่ค่อยสังเกตหรือซาบซึ้งกับมัน เพราะเรากำลังโฟกัสกับการขับขี่ไปข้างหน้า
  • เมื่อเราหยุดนิ่ง ในวินาทีที่รถเลนข้างๆ แซงเราไป ความรู้สึก "สูญเสีย" จะเกิดขึ้นทันที เราจะเริ่มจับจ้องรถคันนั้น (เช่น รถเมล์สีส้มคันเดิม หรือรถกระบะคันเดิม) และเฝ้ามองว่ามันไปไกลแค่ไหนแล้ว

เราจดจำทุกครั้งที่ถูกแซงได้แม่นยำกว่าครั้งที่เราเป็นฝ่ายแซง ทำให้เกิดความรู้สึกว่า "เราเลือกเลนผิดตลอด" ทั้งที่ในความเป็นจริง สัดส่วนอาจจะพอๆ กัน

ทฤษฎีช่วงเวลาที่ถูกสังเกต

นักฟิสิกส์อย่าง Redelmeier และ Tibshirani เคยตีพิมพ์บทความในวารสาร Nature เพื่ออธิบายเรื่องนี้ด้วยหลักสถิติที่น่าสนใจมาก

สมมติว่ามี 2 เลน คือ เลน A และ เลน B

  • ถ้าคุณอยู่ในเลนที่ ช้า คุณจะมีเวลาว่างมากพอที่จะนั่งมองรถเลนข้างๆ แซงคุณไปคันแล้วคันเล่า
  • ถ้าคุณอยู่ในเลนที่ เร็ว คุณจะขับผ่านรถเลนข้างๆ ไปอย่างรวดเร็ว จนไม่มีเวลาสังเกตเห็นความต่างด้วยซ้ำ

ดังนั้น "เวลาเฉลี่ย" ที่คุณใช้ในการจ้องมองรถเลนอื่นแซงคุณ จึงมากกว่าเวลาที่คุณใช้ในการแซงคนอื่นเสมอ มันคือ ความเหลื่อมล้ำของเวลาในการสังเกต ที่ทำให้เรารู้สึกพ่ายแพ้

กฎของความน่าจะเป็น เลนที่เร็วมีน้อยกว่าเลนที่ช้า

หากถนนมี 3 เลน ความเป็นจริงทางคณิตศาสตร์คือ

  • โอกาสที่คุณจะอยู่ในเลนที่เร็วที่สุดคือ 1 ใน 3 (33%)
  • โอกาสที่คุณจะ ไม่ได้ อยู่ในเลนที่เร็วที่สุดคือ 2 ใน 3 (67%)

ดังนั้น ในเชิงสถิติเพียวๆ มันมีโอกาสมากกว่าเสมอที่คุณจะเห็นเลนอื่น (ไม่ว่าจะซ้ายหรือขวา) เคลื่อนที่เร็วกว่าเลนที่คุณอยู่ปัจจุบัน

ปรากฏการณ์ "คอขวด" และการไหลของจราจร

ในเชิงวิศวกรรมจราจร เลนที่ดูเหมือนจะเร็วมักจะเป็นเลนที่มีความเสี่ยงจะหยุดชะงักได้ง่ายกว่า เช่น เลนขวาสุดที่มักจะมีรถแทรกเข้าหรือมีรถรอเลี้ยว

เมื่อรถในเลนหนึ่งเริ่มชะลอตัว มันจะเกิด "คลื่นการจราจร" (Traffic Wave) รถคันหลังจะเบรกแรงกว่าคันหน้าต่อกันไปเป็นทอดๆ แม้สาเหตุที่ทำให้รถติดตอนแรกจะหายไปแล้ว แต่คลื่นเบรกยังคงอยู่ และคุณอาจจะติดอยู่ในคลื่นนั้นในขณะที่เลนข้างๆ หลุดพ้นจากคลื่นไปแล้ว

จิตวิทยา "การสูญเสีย"

มนุษย์เกลียดการสูญเสียมากกว่าชอบการได้มา (Loss Aversion) การถูกรถเลนข้างๆ แซง 1 คัน ให้ความรู้สึกเชิงลบที่รุนแรงกว่าความรู้สึกเชิงบวกเวลาที่เราแซงรถคันอื่นได้ 5 คันเสียอีก

ความเจ็บใจนี้ทำให้เราตัดสินใจ "เปลี่ยนเลน" ซึ่งบ่อยครั้งการเปลี่ยนเลนในขณะที่รถติดขัด กลับเป็นการสร้างแรงต้าน (Turbulence) ให้กับการไหลของจราจร ทำให้ทั้งเลนที่คุณเพิ่งจากมาและเลนที่เพิ่งเข้าไปช้าลงกว่าเดิมทั้งคู่

ควรทำอย่างไร?

นักวิจัยสรุปว่า "การอยู่เลนเดิม" มักจะเป็นกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในระยะยาว เพราะ

  • ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ การเปลี่ยนเลนบ่อยๆ ในขณะรถติดเพิ่มโอกาสเฉี่ยวชน
  • ประหยัดพลังงานสมอง ลดความเครียดจากการต้องคอยจ้องหาช่องว่าง
  • ความจริงที่เจ็บปวด การเปลี่ยนเลนบ่อยๆ มักช่วยให้คุณถึงที่หมายเร็วขึ้นเพียงไม่กี่วินาที หรือไม่กี่นาทีเท่านั้น เมื่อเทียบกับการเดินทางทั้งหมด

ครั้งหน้าที่คุณรู้สึกว่า "เลนข้างๆ เร็วกว่า" ให้บอกตัวเองว่า นั่นคือภาพลวงตาทางจิตวิทยา หายใจลึกๆ เปิดเพลงที่ชอบ แล้วปล่อยให้สถิติทำงานของมันไป

แชร์
ทำไมเลนข้างๆ มักเร็วกว่าเสมอ? เปิดทฤษฎีจิตวิทยาที่ทำให้คนขับรถแทบคลั่ง