
การบริหารจัดการจราจรเป็นปัญหาหลักของเมืองใหญ่ทั้งในประเทศไทยและประเทศจีนเนื่องจากปริมาณยานพาหนะที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามประเทศจีนได้ยกระดับระบบคมนาคมด้วยการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และมาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวดจนกลายเป็นต้นแบบในระดับสากล การศึกษาข้อเปรียบเทียบระหว่างสองประเทศช่วยให้เห็นจุดแข็งและจุดที่ควรพัฒนาเพื่อยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนไทย วิเคราะห์ความแตกต่างอย่างละเอียดตั้งแต่นวัตกรรมควบคุมสัญญาณไฟไปจนถึงพฤติกรรมการขับขี่ที่แตกต่างกัน เพื่อค้นหาแนวทางที่เหมาะสมในการนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบจราจรในบ้านเรา
ในประเทศไทยการควบคุมสัญญาณไฟจราจรส่วนใหญ่ยังใช้พนักงานตำรวจในการกดสัญญาณตามวิจารณญาณหรือใช้ระบบตั้งเวลาซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับปริมาณรถจริงในขณะนั้น ต่างจากเมืองใหญ่ในประเทศจีนที่ใช้ระบบซิตี้เบรนประมวลผลผ่านกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ ข้อมูลสเปกการทำงานของระบบจราจรจีนที่ไทยควรนำมาปรับใช้มีดังนี้
ประเทศไทยมีการบังคับใช้ระบบตัดคะแนนใบขับขี่เช่นกันแต่กระบวนการติดตามตัวผู้กระทำผิดและการชำระค่าปรับยังมีความเหลื่อมล้ำและล่าช้า ในขณะที่ประเทศจีนใช้ระบบตรวจสอบใบหน้าเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลพลเมืองทำให้ไม่มีการทำผิดแล้วลอยนวล รายละเอียดค่าปรับและมาตรการที่น่าสนใจมีดังนี้
ปัญหาคนเดินเท้าถูกรถชนบนทางม้าลายเป็นเรื่องที่ประเทศไทยกำลังเร่งแก้ไข ประเทศจีนได้นำเทคโนโลยีมาติดตั้งบนทางข้ามเพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจนและลดการเกิดอุบัติเหตุ สเปกของทางม้าลายยุคใหม่ในจีนประกอบด้วย
จีนประสบความสำเร็จอย่างมากในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมรถไฟฟ้าด้วยนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจนซึ่งไทยสามารถนำมาเป็นแนวทางได้ โดยเฉพาะการจัดการขนส่งมวลชนไฟฟ้าที่เข้าถึงทุกพื้นที่ ข้อมูลด้านการจัดการมีดังนี้
สิ่งที่ไทยสามารถเริ่มทำได้ทันทีคือการรวมฐานข้อมูลจราจรให้เป็นหนึ่งเดียวและใช้เทคโนโลยีกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การปรับปรุงกฎหมายให้มีความศักดิ์สิทธิ์และการลงโทษที่เป็นธรรมจะช่วยสร้างวินัยจราจรที่ยั่งยืน การศึกษาความสำเร็จจากจีนทำให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือตรวจจับแต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนเคารพกฎหมายเพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม
สรุปได้ว่าความแตกต่างระหว่างจราจรจีนและไทยอยู่ที่การนำเทคโนโลยีมาบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง การนำระบบเอไอมาบริหารจัดการสัญญาณไฟจราจรและการใช้มาตรการตัดแต้มที่เข้มงวดคือกุญแจสำคัญที่ไทยควรนำมาปรับใช้เพื่อลดความสูญเสียบนท้องถนนในระยะยาว