Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เปรียบเทียบการจราจรไทยและจีน นวัตกรรมและกฎหมายที่ควรนำมาปรับใช้

เปรียบเทียบการจราจรไทยและจีน นวัตกรรมและกฎหมายที่ควรนำมาปรับใช้

28 เม.ย. 69
16:00 น.
แชร์

การบริหารจัดการจราจรเป็นปัญหาหลักของเมืองใหญ่ทั้งในประเทศไทยและประเทศจีนเนื่องจากปริมาณยานพาหนะที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามประเทศจีนได้ยกระดับระบบคมนาคมด้วยการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และมาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวดจนกลายเป็นต้นแบบในระดับสากล การศึกษาข้อเปรียบเทียบระหว่างสองประเทศช่วยให้เห็นจุดแข็งและจุดที่ควรพัฒนาเพื่อยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนนไทย วิเคราะห์ความแตกต่างอย่างละเอียดตั้งแต่นวัตกรรมควบคุมสัญญาณไฟไปจนถึงพฤติกรรมการขับขี่ที่แตกต่างกัน เพื่อค้นหาแนวทางที่เหมาะสมในการนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบจราจรในบ้านเรา

ระบบควบคุมสัญญาณไฟจราจรและการใช้เอไอบริหารจัดการเมือง

ในประเทศไทยการควบคุมสัญญาณไฟจราจรส่วนใหญ่ยังใช้พนักงานตำรวจในการกดสัญญาณตามวิจารณญาณหรือใช้ระบบตั้งเวลาซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับปริมาณรถจริงในขณะนั้น ต่างจากเมืองใหญ่ในประเทศจีนที่ใช้ระบบซิตี้เบรนประมวลผลผ่านกล้องวงจรปิดอัจฉริยะ ข้อมูลสเปกการทำงานของระบบจราจรจีนที่ไทยควรนำมาปรับใช้มีดังนี้

  • กล้องวงจรปิดอัจฉริยะที่สามารถนับจำนวนรถและวิเคราะห์ความหนาแน่นได้แบบเรียลไทม์
  • ระบบปรับเปลี่ยนเวลาสัญญาณไฟเขียวไฟแดงอัตโนมัติโดยใช้อัลกอริทึมคำนวณการไหลของรถ
  • การเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างสี่แยกเพื่อสร้างทางเขียวช่วยให้รถฉุกเฉินสัญจรได้รวดเร็ว
  • ระบบแจ้งเตือนอุบัติเหตุและสิ่งกีดขวางไปยังศูนย์ควบคุมกลางภายในเวลาไม่กี่วินาที
  • การใช้หน้าจอดิจิทัลขนาดใหญ่บนถนนเพื่อแจ้งสภาพการจราจรและเส้นทางเลี่ยงล่วงหน้า

ความเข้มงวดของบทลงโทษและระบบตัดคะแนนใบขับขี่ดิจิทัล

ประเทศไทยมีการบังคับใช้ระบบตัดคะแนนใบขับขี่เช่นกันแต่กระบวนการติดตามตัวผู้กระทำผิดและการชำระค่าปรับยังมีความเหลื่อมล้ำและล่าช้า ในขณะที่ประเทศจีนใช้ระบบตรวจสอบใบหน้าเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลพลเมืองทำให้ไม่มีการทำผิดแล้วลอยนวล รายละเอียดค่าปรับและมาตรการที่น่าสนใจมีดังนี้

  • การฝ่าไฟแดงในจีนมีค่าปรับประมาณ 200 หยวน และตัดคะแนนทันที 6 คะแนนจากทั้งหมด 12 คะแนน
  • ระบบหักเงินค่าปรับผ่านแอปพลิเคชันหรือบัญชีธนาคารของผู้กระทำผิดโดยอัตโนมัติเมื่อมีการยืนยันความผิด
  • มาตรการจำกัดการใช้รถในเขตเมืองตามเลขท้ายทะเบียนเพื่อลดความแออัดในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน
  • การประมูลป้ายทะเบียนในเมืองใหญ่ที่มีราคาสูงถึง 80,000 ถึง 100,000 หยวน เพื่อควบคุมจำนวนรถน้ำมัน
  • การใช้โซเชียลเครดิตเชื่อมโยงกับวินัยจราจรซึ่งส่งผลต่อสิทธิประโยชน์ด้านอื่นในชีวิตประจำวัน

โครงสร้างพื้นฐานและการออกแบบทางม้าลายอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัย

ปัญหาคนเดินเท้าถูกรถชนบนทางม้าลายเป็นเรื่องที่ประเทศไทยกำลังเร่งแก้ไข ประเทศจีนได้นำเทคโนโลยีมาติดตั้งบนทางข้ามเพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นได้ชัดเจนและลดการเกิดอุบัติเหตุ สเปกของทางม้าลายยุคใหม่ในจีนประกอบด้วย

  • ไฟสัญญาณรูปแถบเซนเซอร์บนพื้นถนนที่จะเปลี่ยนสีตามไฟจราจรเพื่อเตือนคนเดินเท้าที่ก้มหน้าดูโทรศัพท์
  • กล้องตรวจจับรถที่ไม่หยุดให้คนข้ามทางม้าลายพร้อมระบบแสดงภาพและป้ายทะเบียนรถบนจอแอลอีดีสาธารณะ
  • ระบบส่งสัญญาณเสียงเตือนคนเดินเท้าเมื่อมีการฝ่าฝืนสัญญาณไฟข้ามถนน
  • การติดตั้งแผงกั้นอัตโนมัติในจุดตัดทางรถไฟหรือทางแยกสำคัญที่มีความเสี่ยงสูง

การส่งเสริมรถยนต์พลังงานใหม่และรถสาธารณะไฟฟ้า

จีนประสบความสำเร็จอย่างมากในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมรถไฟฟ้าด้วยนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจนซึ่งไทยสามารถนำมาเป็นแนวทางได้ โดยเฉพาะการจัดการขนส่งมวลชนไฟฟ้าที่เข้าถึงทุกพื้นที่ ข้อมูลด้านการจัดการมีดังนี้

  • การเปลี่ยนรถโดยสารประจำทางและรถแท็กซี่ให้เป็นระบบไฟฟ้าทั้งหมดภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • การติดตั้งสถานีชาร์จและสถานีสลับแบตเตอรี่ในพื้นที่สาธารณะทุกระยะ 1 ถึง 2 กิโลเมตร
  • สิทธิพิเศษในการขอยกเว้นค่าธรรมเนียมป้ายทะเบียนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งช่วยประหยัดเงินได้มากกว่า 50,000 หยวน
  • การจัดระบบเลนพิเศษสำหรับรถโดยสารมวลชนและรถที่มีผู้โดยสารหลายคนเพื่อกระตุ้นการใช้รถสาธารณะ

แนวทางที่ประเทศไทยควรนำมาปรับใช้เพื่อความยั่งยืน

สิ่งที่ไทยสามารถเริ่มทำได้ทันทีคือการรวมฐานข้อมูลจราจรให้เป็นหนึ่งเดียวและใช้เทคโนโลยีกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด การปรับปรุงกฎหมายให้มีความศักดิ์สิทธิ์และการลงโทษที่เป็นธรรมจะช่วยสร้างวินัยจราจรที่ยั่งยืน การศึกษาความสำเร็จจากจีนทำให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือตรวจจับแต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนเคารพกฎหมายเพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม

สรุปได้ว่าความแตกต่างระหว่างจราจรจีนและไทยอยู่ที่การนำเทคโนโลยีมาบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง การนำระบบเอไอมาบริหารจัดการสัญญาณไฟจราจรและการใช้มาตรการตัดแต้มที่เข้มงวดคือกุญแจสำคัญที่ไทยควรนำมาปรับใช้เพื่อลดความสูญเสียบนท้องถนนในระยะยาว

แชร์
เปรียบเทียบการจราจรไทยและจีน นวัตกรรมและกฎหมายที่ควรนำมาปรับใช้