
นิสสัน ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการเริ่มเดินเครื่องสายการผลิตรถยนต์คอมแพคเอสยูวีรุ่นล่าสุด นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ณ โรงงานผลิตในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ถือเป็นการย้ำบทบาทของไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกที่สำคัญของภูมิภาคอาเซียน ด้วยการปรับปรุงสายการผลิตใหม่เพื่อรองรับเทคโนโลยีเฉพาะตัวของนิสสัน โดยคาดการณ์ว่าจะสามารถเริ่มส่งมอบรถยนต์ให้แก่กลุ่มลูกค้าได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาศักยภาพการผลิตยานยนต์ที่มีคุณภาพระดับมาตรฐานญี่ปุ่นในไทย
โโชเฮย์ ยามาซากิ ประธานคณะกรรมการบริหารประจำภูมิภาค ญี่ปุ่น อาเซียน และ AFL บริษัท นิสสัน มอเตอร์ จำกัด ได้ระบุถึงความสำคัญของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยที่ยาวนานกว่า 73 ปี โดยนิสสันยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และยกระดับขีดความสามารถทางการผลิตอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค การเปิดสายการผลิต นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ในครั้งนี้จึงเป็นเป้าหมายหลักที่แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของบุคลากรไทยในการผลิตยานยนต์ที่ทรงประสิทธิภาพ
สำหรับรถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นคอมแพคเอสยูวีที่เพิ่งเปิดตัวสู่สาธารณชนในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ภายใต้กลยุทธ์การนำเสนอยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์หนึ่งเดียวจากนิสสัน ตัวรถมาพร้อมการออกแบบที่เน้นความโฉบเฉี่ยวและปราดเปรียว ติดตั้งเครื่องยนต์ระบบ อี-พาวเวอร์ ที่ทำงานร่วมกับเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ ProPILOT เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานและตอบสนองการใช้งานบนเส้นทางที่หลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในพิธีเปิดสายการผลิตได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงหลายท่านเข้าร่วมงาน นำโดย โซเฮย์ ยามาซากิ และ โทชิฮิโระ ฟูจิคิ จากนิสสัน มอเตอร์ จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญจากกลุ่มสยามกลการ ได้แก่ ดร.พรเทพ พรประภา ประธานกรรมการ กลุ่มสยาม มอเตอร์ และ นายประกาสิทธิ์ พรประภา กรรมการผู้จัดการ ร่วมกับคณะผู้บริหารจากนิสสัน ประเทศไทย เพื่อเป็นสักขีพยานในการเริ่มต้นก้าวใหม่ของฐานการผลิตในไทยที่พร้อมส่งออกรถยนต์คุณภาพสู่ตลาดสากล
การเปิดสายการผลิต นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่ ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงความพร้อมของไทยในการเป็นฐานการผลิตหลักของอาเซียน พร้อมส่งมอบนวัตกรรมยานยนต์ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยและเทคโนโลยีการขับขี่ที่ทันสมัยให้แก่ลูกค้า โดยเริ่มกระบวนการจัดส่งรถยนต์สู่มือผู้ใช้งานจริงในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 นี้