Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"เต้ มงคลกิตติ์" จี้ ผบ.ตร. ค้นรถนักการเมือง-สอบปืน "อนุทินและภรรยา"

"เต้ มงคลกิตติ์" จี้ ผบ.ตร. ค้นรถนักการเมือง-สอบปืน "อนุทินและภรรยา"

17 ส.ค. 69
14:29 น.
แชร์

"เต้ มงคลกิตติ์" ยื่นหนังสือ ผบ.ตร. ตรวจสอบการพกปืน "อนุทิน-ภรรยา" พร้อมเสนอค้นรถนักการเมืองยันองค์กรอิสระ อ้างพบเบาะแส พกอาก้า-เอ็ม16 เดินสายหาเสียง

วันที่ 17 ส.ค.2569 เมื่อเวลา 11.50 น. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้” เดินทางมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอให้ตรวจสอบประเด็นเกี่ยวกับการครอบครองและพกพาอาวุธปืนของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รวมถึงภรรยา ตลอดจนเสนอให้ตรวจสอบการครอบครองอาวุธปืนของนักการเมืองและบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด

นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า นายอนุทิน มีนโยบายหลังเกิดเหตุกราดยิงในหลายพื้นที่ ทั้งเหตุที่โรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี เหตุยิงนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีเสียชีวิต รวมถึงเหตุกราดยิงในโคราช หนองบัวลำภู และกรุงเทพฯ ซึ่งมีเยาวชนอายุ 14 ปีเกี่ยวข้องและมีผู้เสียชีวิต จึงมีแนวนโยบายไม่ต้องการให้ประชาชนพกพาอาวุธปืนออกจากบ้าน

นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า ปัจจุบันมีปืนอยู่กับประชาชนประมาณ 10 ล้านกระบอก โดยปืนที่มีใบอนุญาตครอบครองเป็นใบ ป.4 ส่วนใบ ป.12 เป็นใบอนุญาตให้พกพาอาวุธปืน ซึ่งในกรณีผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถออกได้เฉพาะในพื้นที่จังหวัด ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติสามารถออกใบอนุญาตที่ครอบคลุมทั่วราชอาณาจักรได้

นายมงคลกิตติ์ กล่าวถึงกรณีที่ นายกรัฐมนตรี ถูกตรวจค้นรถและตรวจสอบอาวุธปืนที่จังหวัดบุรีรัมย์ มองว่านายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่และทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่ได้กล่าวหาว่าเป็นการจัดฉาก แต่เห็นว่าการที่นายกรัฐมนตรี ผ่านกระบวนการตรวจสอบดังกล่าวเป็นตัวอย่างที่ดี จึงนำเรื่องมายื่นต่อ ผบ.ตร. เพิ่มเติม

พร้อมเสนอว่า ต่อไปเมื่อนายกรัฐมนตรี เดินทางในเวลาราชการ จะมีขบวนอารักขาซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถพกพาอาวุธปืนได้ตามหน้าที่ แต่ในส่วนของขบวนติดตามหรือบุคคลที่ไม่ได้มีหน้าที่อารักขาโดยตรง ควรตรวจสอบว่ามีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่

นายมงคลกิตติ์ กล่าวอ้างว่า จากประสบการณ์และข้อมูลที่ตนได้รับ มีนักการเมืองบางกลุ่มที่เดินทางด้วยรถติดตามหลายคัน และอ้างว่าด้านหลังรถบางคันอาจมีอาวุธร้ายแรง โดยกล่าวถึงอาวุธ เช่น ปืนอาก้า เอ็ม16 และอาร์พีจี พร้อมยืนยันว่า ไม่สามารถเปิดเผยชื่อบุคคลที่กล่าวถึงได้

นายมงคลกิตติ์ จึงเสนอให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน และว่าที่ ผบ.ตร. คนต่อไป พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ให้ตรวจสอบการครอบครองอาวุธของนักการเมือง โดยมองว่า “อาวุธที่ร้ายแรงที่สุด” คืออาวุธที่อยู่กับนักการเมือง ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. สว. หัวหน้ากลุ่มการเมือง หัวหน้าซุ้ม หรือบุคคลที่มีอิทธิพลทางการเมือง

นายมงคลกิตติ์ เสนอให้ตำรวจวางกำลังตรวจค้นรถของ สส. สว. รัฐมนตรี และบุคคลติดตาม โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้า พร้อมเสนอให้เริ่มจากรถของนักการเมืองบริเวณรัฐสภา ก่อนขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง เช่น ที่ปรึกษา เลขานุการ ผู้ช่วยรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี จากนั้นจึงขยายไปยังนายก อบจ. รองนายก อบจ. ผู้ว่าราชการจังหวัด และรองผู้ว่าราชการจังหวัด

นอกจากนี้ยังเสนอให้ตรวจสอบไปถึงองค์กรอิสระ อาทิ กรรมการ ป.ป.ช. กรรมการ กกต. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจการแผ่นดิน และเลขานุการของหน่วยงานต่าง ๆ โดยให้ตรวจสอบว่ามีอาวุธปืนที่มีทะเบียนและใบอนุญาตพกพาถูกต้องหรือไม่

นายมงคลกิตติ์ ยังเล่าถึงประสบการณ์ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งว่า เคยเห็นอาวุธในรถของเพื่อนบางคน โดยกล่าวอ้างว่าพบทั้งอาก้า เอ็ม16 และระเบิดมือ แต่ไม่ทราบว่าอาวุธเหล่านั้นมีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่ พร้อมยืนยันว่าต้องการให้ตำรวจเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริง

ส่วนกรณีการป้องกันตัว นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า เห็นด้วยบางส่วนกับแนวคิดที่ว่าหากมีโจรเข้าบ้าน ประชาชนสามารถป้องกันตัวเองได้ แต่การใช้อาวุธปืนต้องระมัดระวัง เพราะหากผู้ใช้อาวุธไม่มีความชำนาญ การยิงเพื่อหยุดคนร้ายอาจเกิดความผิดพลาดและทำให้กระสุนไปถูกจุดสำคัญจนเกิดความสูญเสียได้ จึงเปรียบว่าการต่อสู้ควรอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัยและกฎหมาย

นายมงคลกิตติ์ ยังตั้งข้อสังเกตให้ตรวจสอบกรณีภรรยาของนายกรัฐมนตรีว่า มีปืนที่มีทะเบียนตามที่เคยชี้แจงไว้จริงหรือไม่ และมีการพกพาอาวุธปืนออกนอกสถานที่หรือไม่ โดยย้ำว่าหากพบการพกพาโดยไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้องก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใดก็ตาม

นายมงคลกิตติ์ กล่าวติดตลกว่า นายกรัฐมนตรีเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีผู้คนให้ความสนใจ จึงตั้งข้อสังเกตในเชิงอารมณ์ว่า หากภรรยามีอาวุธปืนแต่ไม่มีใบอนุญาตพกพา ก็ยิ่งควรตรวจสอบให้ชัดเจน โดยไม่ควรมีข้อยกเว้นเพราะเป็นภรรยานายกรัฐมนตรี

อีกประเด็น นายมงคลกิตติ์ เสนอให้พิจารณาข้อยกเว้นสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะตำรวจ ทหาร และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่บางรายเมื่อออกเวรอาจไม่มีสิทธิพกพาอาวุธตามเงื่อนไขใบอนุญาต แต่ยังมีความเสี่ยงถูกทำร้ายระหว่างเดินทางกลับบ้าน

จึงเสนอให้มีการพิจารณาข้อกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีเพื่อผ่อนปรนเป็นกรณีพิเศษสำหรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงตำรวจสายสืบและหน่วยปราบปรามที่แม้หมดเวลาปฏิบัติหน้าที่แล้ว แต่ยังอาจเผชิญเหตุเฉพาะหน้าและจำเป็นต้องมีอาวุธเพื่อป้องกันตัว

นายมงคลกิตติ์ ย้ำว่า มาตรการดังกล่าวไม่ควรนำมาใช้กับนักการเมืองทั่วไป โดยเฉพาะ สส. และ สว. ซึ่งควรตรวจสอบอย่างเข้มงวด เนื่องจากมองว่านักการเมืองบางรายมีอิทธิพลในพื้นที่ และเคยมีกรณีเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจต่อเจ้าหน้าที่รัฐ

นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหาการบูลลี่และความรุนแรงในโรงเรียน โดยยืนยันว่า ไม่ต้องการให้บุคคลภายนอกเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับโรงเรียน แต่เสนอให้แต่ละห้องเรียนมี “มาเฟียสีขาว” ซึ่งหมายถึงนักเรียนที่มีความแข็งแรง กล้าหาญ มีความยุติธรรม และมีจิตอาสา เพื่อช่วยระงับเหตุและป้องกันไม่ให้เพื่อนทะเลาะหรือถูกรังแก

แนวคิดดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการให้นักเรียนไปใช้ความรุนแรงหรือรังแกผู้อื่น แต่ต้องการให้เป็นกลุ่มนักเรียนที่ทำหน้าที่ช่วยเหลือเพื่อนและระงับเหตุเบื้องต้น โดยอาจคัดเลือกนักเรียนหลายคนในแต่ละห้อง และหากปัญหาเกิดขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่ ก็ให้มีตัวแทนระดับชั้นเข้ามาช่วยดูแล

นายมงคลกิตติ์ เสนอว่า นักเรียนกลุ่มดังกล่าวควรได้รับการฝึกอบรมเรื่องการระงับเหตุ การไกล่เกลี่ย และการช่วยเหลือเพื่อน รวมถึงอาจให้คะแนนด้านจิตสาธารณะหรือสิทธิประโยชน์ทางการศึกษา เพื่อจูงใจให้ทำประโยชน์แก่ส่วนรวม

พร้อมยกตัวอย่างกรณีเด็กถูกบูลลี่หรือทะเลาะกันว่า ควรมีระบบพูดคุยและไกล่เกลี่ยในพื้นที่ที่เหมาะสม โดยต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของโรงเรียนและกฎหมาย ไม่ใช่การส่งเสริมให้เด็กใช้กำลังกันเอง

นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวถึงปัญหาการบูลลี่ผ่านเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม ซึ่งควรให้ความรู้เด็กเกี่ยวกับผลทางกฎหมายและการใช้สื่อออนไลน์อย่างรับผิดชอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องเล็กกลายเป็นคดีอาญา

เจ้าตัวยังเล่าถึงประสบการณ์ในวัยเรียนของตัวเองว่า เคยถูกเพื่อนจำนวนมากทำร้าย และยอมรับว่าสมัยก่อนใช้วิธีการอื่นในการรับมือกับปัญหา พร้อมพูดติดตลกว่าตนเคยใช้หนังสติ๊ก แต่เหตุการณ์ผ่านมากว่า 30 ปีแล้ว

นายมงคลกิตติ์ กล่าวถึงเหตุกราดยิงในโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี โดยตั้งข้อสังเกตว่า หากมีระบบนักเรียนที่คอยดูแลและระงับเหตุในแต่ละห้อง อาจช่วยป้องกันไม่ให้ปัญหาบานปลายจนถึงขั้นเกิดเหตุรุนแรง พร้อมมองว่าการแก้ปัญหาควรเริ่มตั้งแต่ระดับห้องเรียน ไม่ใช่รอให้ตำรวจเข้ามาจัดการเมื่อเกิดคดีแล้ว

เมื่อถูกถามถึงกรณีเหตุยิงนายก อบจ.นนทบุรี นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า นายก อบจ.นนทบุรี อยู่ในแวดวงการเมืองจังหวัดนนทบุรี และในอนาคตกลุ่มการเมืองของตนอาจพัฒนาไปเป็นพรรคการเมือง แต่กรณีดังกล่าวไม่ได้หมายความว่ากลุ่มของตนส่งผู้สมัคร

นายมงคลกิตติ์ ระบุว่า หากมีบุคคลที่ตนสนับสนุนลงสมัครในนามอิสระ ตนสามารถไปช่วยหาเสียงหรือไปเป็นเพื่อนได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง

สำหรับการเมืองจังหวัดนนทบุรี นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการแข่งขันทางการเมืองหลายทีม และมีทั้งผู้สมัครจากพรรคการเมืองและทีมอิสระ พร้อมระบุถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับผู้สมัครของแต่ละฝ่าย โดยย้ำว่าตนเองไม่ได้ส่งผู้สมัคร แต่จะลงพื้นที่ช่วยในฐานะเพื่อน

ส่วนกรณีการเมืองจังหวัดลพบุรี นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ขณะนี้การเมืองค่อนข้างร้อนแรง ขณะที่กรณี “พี่หลอง” ที่อยู่ระหว่างกระบวนการทางคดีและไม่ได้รับการประกันตัวนั้น เป็นเรื่องระหว่างบุคคลกับบุคคล ไม่เกี่ยวข้องกับคนนอก และไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติม

นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวถึงบรรยากาศการเมืองนนทบุรีว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการแข่งขันเลือกตั้งอย่างเข้มข้น และต้องการเห็นการเลือกตั้งที่สุจริต ไม่มีการซื้อเสียง ไม่ว่าทีมใดจะชนะก็ควรเคารพผลการเลือกตั้งและให้ผู้ชนะเข้ามาบริหารจังหวัด

ท้ายที่สุด นายมงคลกิตติ์กล่าวว่า ในวันพฤหัสบดีจะลงพื้นที่จังหวัดนนทบุรีอีกครั้ง โดยย้ำว่าไม่ได้ส่งผู้สมัครเอง แต่จะไปในฐานะเพื่อนและช่วยหาเสียงให้กับบุคคลที่ตนสนับสนุน

Advertisement

แชร์
"เต้ มงคลกิตติ์" จี้ ผบ.ตร. ค้นรถนักการเมือง-สอบปืน "อนุทินและภรรยา"