กรมศิลป์จี้ผู้รับเหมาบูรณะกำแพงวัดไชยฯ หลังเสร็จงาน แจงรื้อของใหม่ ไม่กระทบโบราณสถานเดิม

วันที่ 20 ส.ค. 62 กรณีโลกออนไลน์แชร์ภาพการขุดดินและฝังสายเคเบิ้ลภายในบริเวณวัดไชยวัฒนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา ด้วยการขุดเจาะกำแพงวัด ซึ่งถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการทำลายโบราณสถาน ล่าสุดนายอรุณศักดิ์ กิ่งมณี รองอธิดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยน.ส.สุกัญญา เบาเนิด ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการดำเนินการขุดวางแนวสายเคเบิ้ลที่วัดไชยวัฒนาราม ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อวางระบบไฟฟ้าส่องสว่าง พร้อมชี้แจ้งกรณีที่เกิดขึ้นถึงการทำงานของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ต่อสื่อมวลชนที่มาเฝ้าและติดตามข่าว นายอรุณศักดิ์ชี้แจงว่า ในภาพที่เห็นคืองานวางระบบไฟส่องแสงสว่างใหม่ ก่อนการดำเนินงานมีการวางแผนแนวสายไฟให้กระทบโบราณสถานให้น้อยที่สุด ในภาพจำเป็นต้องวางแนวสายไฟเข้าด้านในโบราณสถาน จึงตัดสินใจรื้อแนวกำแพงที่เพิ่งก่อบูรณะขึ้นมาใหม่ 3-4 ปี โดยไม่กระทบหลักฐานเดิม และเมื่อวางระบบเสร็จแล้ว ได้กำชับผู้รับเหมาบูรณะฟื้นฟูบริเวณดังกล่าว ให้คืนสู่สภาพโดยเร็วที่สุด โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรและนักโบราณคดีเข้ามาควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด โดยหน้างานมีเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรและนักโบราณคดีดูแลตลอด เพื่อป้องกันผลกระทบกับตัวโบราณสถานให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด ตนจึงเดินทางลงมาดู และจากนี้จะมีการนำเรื่องทั้งหมดเข้ารายงานเรื่องต่อรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมต่อไป ขณะที่ชาวบ้านในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้ความเห็นว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง การบูรณะแล้วทำลายนั้นเป็นการไม่เคารพสถานที่ ถึงแม้จะเป็นเพียงเล็กน้อยก็ไม่เหมาะ อีกอย่างพื้นที่วัดไชยวัฒนารามเป็นแหล่งรับน้ำท่วมทุกปี แม้จะมีเขื่อนน็อกดาวน์ป้องกันน้ำท่วมโบราณสถานก็ตาม เนื่องจากมีน้ำซึมใต้ดิน จึงเกรงว่าอาจจะเกิดไฟดูดหรือกำแพงทรุดตัวในอนาคต ทำให้ต้องหางบประมาณมาซ่อมแซม ถือเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ

ล้างหน่วยความจำใหม่!! กรมศิลปากร ชี้ ‘นางนพมาศ’ ไม่มีตัวตน และไม่ได้คิดค้นเรื่องลอยกระทง

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 ผู้สื่อข่าวได้รายงานว่า ดร.ศิลป์ชัย เชาว์เจริญรัตน์ นักวิชาการด้านศาสนวิทยา เปิดเผยข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ก ศาสนวิทยา dr.Sinchai Chaojaroenrat โดยอ้างอิงข้อมูลจากกรมศิลปากรว่า ได้มีการแก้ไขข้อมูลเรื่อง ‘นางนพมาศ’ อย่างเป็นทางการแล้วว่า นางนพมาศไม่มีตัวตนจริง และไม่ได้เป็นคนคิดเรื่องลอยกระทง ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องถูกแต่งขึ้น กรมศิลปากรได้แก้ไขข้อมูลเรื่อง “นางนพมาศ” อย่างเป็นทางการแล้วว่า นางนพมาศไม่มีตัวตนจริง และไม่ได้เป็นคนคิดเรื่องลอยกระทง ทั้งหมดเป็นเพียงเรื่องถูกแต่งขึ้น โดยคนแต่งสมมติว่าเกิดในสมัยสุโขทัย ฉะนั้นเลิกเชื่อและเลิกพูดเลิกสอนได้แล้วว่า ลอยกระทงเกิดโดยนางนพมาศและเกิดสมัยสุโขทัย เกิดที่กรุงสุโขทัย ปัญหาอยู่ที่ว่า ไม่รู้ชัดว่าทำไมแต่งแบบนั้น มีวัตถุประสงค์อะไรแน่

กรมศิลป์สั่งห้ามวัด ทาสีโบราณสถานเอง ชี้ผิดกฎหมาย – ชาวเน็ตโวยความรู้สึกช้า

วันที่ 24 ต.ค. 61 จากรณีเพจเฟซบุ๊ก กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร โพสต์รูปภาพและข้อความเกี่ยวกับกรณีการบูรณะวัดซึ่งเป็นโบราณสถานด้วยการทาสีทองทั้งหลัง ว่า “ข่าวที่ 14 – 18 / 24 ตุลาคม 2561 กรมศิลปากรขอให้ยุติการทาสีทับโบราณสถานทุกแห่งชี้ผิดกฎหมายและทำลายความเป็นของแท้ดั้งเดิม นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า ตามที่มีผู้แชร์ภาพการบูรณะวัดต่างๆ โดยใช้สีทาทับโบราณสถาน เช่น วัดโพธารามและวัดลาวทอง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยมีกลุ่มบุคคลอ้างว่าได้บริจาคให้วัดด้วยความศรัทธานั้น ขอให้ยุติการกระทำดังกล่าวโดยทันที เนื่องจากผิดหลักการอนุรักษ์ และเป็นการทำลายความเป็นของแท้ดั้งเดิมของโบราณสถาน อีกทั้งยังไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากร ตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2535 ทั้งนี้ อธิบดีกรมศิลปากร ได้สั่งการให้สำนักศิลปากรทั่วประเทศ ตรวจสอบข้อมูลโบราณสถานที่มีการกระทำลักษณะดังกล่าวและประสานกับวัดต่างๆ โดยเร่งด่วน ขอให้ยุติการดำเนินการทั้งหมดและหากเป็นการกระทำที่ผิดต่อ พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2535 ผู้ดำเนินการจะต้องรับผิดชอบและเข้าหารือกรมศิลปากรเพื่อดำเนินการแก้ไขทันที” ต่อมา มีสมาชิกเฟซบุ๊ก ให้ข้อมูลว่า วัดดังกล่าวที่บูรณะด้วยการทาสีทองทั้งหลังนั้น ได้รับการบูรณะไปตั้งแต่ปี พศ.2558 แล้ว […]

กรมศิลปากร โวยสีแบรนด์ดัง ทาสีทองรอบวิหารวัดโพธาราม ทั้งที่เป็นโฆษณาเมื่อ 2 ปีที่แล้ว

ตกเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อ สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี กรมศิลปากร ได้เข้าไปแสดงความเห็นใต้ภาพโฆษณาสินค้าของแบรนด์สีเจ้าดังยี่ห้อหนึ่ง ที่ได้โพสต์ภาพตัวอย่างสีที่นำไปทาทับบนวิหารของวัดโพธาราม จ.สุพรรณบุรี หนึ่งในโบราณสถานที่สำคัญ ที่ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลองและพระพุทธรูปหินทรายเก่าแก่จำนวนมาก โดยทาง สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี กรมศิลปากร ได้ให้ความเห็นต่อภาพดังกล่าวว่า… กรุณาลบเเท็กหน่วยงานออกด้วย เนื่องจากการดำเนินการครั้งนี้สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เเละกรมศิลปากรเองไม่มีนโยบายที่จะใช้วิธีการนี้ในการบูรณะโบราณสถาน ดังนั้นการโฆษณาของท่านในลักษณะนี้อาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดได้ ทั้งนี้ สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี กำลังดำเนินการเก็บหลักฐานวัดทุกวัด(ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ)ที่ถูกบูรณะทาสีทองด้วยฝีมือเอกชนกลุ่มดังกล่าวนี้ เพื่อดำเนินการทางกฏหมายในกรณีที่วัดนั้นมีสถานะเป็นโบราณสถานต่อไป อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่าโฆษณาดังกล่าวถูกเผยแพร่มาตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2559 แต่เพิ่งมาเป็นกระแสในขณะนี้ นอกจากนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่าการกระทำลักษณะดังกล่าวมีความผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๓๕ โดยผู้ดำเนินการจะต้องรับผิดชอบและเข้าหารือกรมศิลปากรเพื่อดำเนินการแก้ไขทันที

วธ.เผยการรื้อถอนพระเมรุมาศคืบหน้าร้อยละ 40 คาดแล้วเสร็จสิ้นเดือน มี.ค.

รมว.วธ. เปิดเผยการรื้อถอนพระเมรุมาศและอาคารประกอบ คืบหน้าร้อยละ 40 โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ วันที่ 15 ก.พ.61 นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยถึงการรื้อถอนพระเมรุมาศว่า ขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้วร้อยละ 40 และจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ โดยในส่วนของอาคารประกอบอื่นๆ อาทิ พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตร 2 หลัง จะย้ายไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ บริเวณหอจดหมายเหตุแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี รวมถึงงานจิตรกรรมบนพระที่นั่งทรงธรรม งานจิตรกรรมโครงการตามพระราชดำริ นำไปไว้ที่ช่างสิบหมู่ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้ จึงสั่งการให้รื้อถอนอย่างระมัดระวังและต้องจัดเก็บอย่างเหมาะสม พร้อมจัดทำแผนที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในอนาคต ด้าน นายณัฎฐ์ ศรีสุคนธนันท์ ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า หลังจากกรมศิลปากรได้ดำเนินการรื้อถอนพระเมรุมาศและอาคารประกอบแล้ว กรุงเทพมหานครจะเข้าไปดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณท้องสนามหลวง ทั้งการปลูกหญ้า วางระบบระบายน้ำใหม่ ซ่อมทางเท้า ซึ่งการดำเนินการประมาณ 6 เดือน หรือ 180 วัน ก่อนเตรียมพื้นที่จัดงานสำคัญต่างๆ ต่อไป

บรรเลงเพลงส่งพ่อ กลับสรวงสวรรค์ (คลิป)

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระปรีชาสามารถหลากหลายด้าน และถือเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีความเป็นเลิศทางด้านงานศิลปะในหลายแขนง โดยเฉพาะ “ดนตรี” ในฐานะองค์อัครศิลปิน หนึ่งในนักดนตรีวงปี่พาทย์นางหงส์ กรมศิลปากร ได้นำพระองค์ท่านมาเป็นแบบอย่าง และเดินตามรอย และเขากำลังจะถวายงานให้พระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่กำลังจะมาถึงนี้ ติดตามได้จากรายการพิเศษ…  

ซ้อมใหญ่ ‘บัลเลต์ เรื่องมโนราห์’ ครั้งแรกของประวัติศาสตร์ ในงานมหรสพสมโภชพระราชพิธีฯ (คลิป)

กรมศิลปากร โดยสำนักการสังคีต จัดซ้อมใหญ่บัลเลต์เรื่องมโนราห์ ครั้งแรกของประวัติศาสตร์ที่นำมาจัดแสดงในงานมหรสพสมโภชพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่โรงละครแห่งชาติ วันนี้มีการจัดซ้อมการแสดงมหรสพสมโภชในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลายรายการ โดยไฮไลท์ของวันนี้ คือการแสดงบัลเลต์ เรื่องมโนราห์ ซึ่งเป็นการแสดงประกอบบทเพลงพระราชนิพนธ์ ที่ถูกบรรจุอยู่ในการแสดงองก์ที่ 1 ของการบรรเลงดนตรีสากล ธ คือ ดวงใจไทยทั่วหล้า โดยบัลเลต์เรื่องมโนราห์เป็นหนึ่งในมหรสพ เพื่อรำลำถึงพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงโปรดเกล้าให้คุณหญิงเจเนเวียฟ เลสปันยอล เดมอน ประดิษฐ์ท่าเต้นบัลเลต์ เรื่องมโนราห์ เพื่อเชื่อมนาฏศิลป์ไทยกับการเต้นบัลเลต์เข้าด้วยกัน ถือเป็นการแสดงบัลเลต์ไทยเรื่องแรกในประวัติศาสตร์ และเป็นบัลเลต์สกุลใหม่ของโลก ซึ่งถือว่าเป็นการแสดงพระราชทาน ไม่มีแสดงบ่อย โดยทุกครั้งที่แสดง พระองค์จะเสด็จทอดพระเนตร ครั้งนี้ถือเป็นการทำเพื่อเทิดพระเกียรติสูงสุด และเป็นบัลเลต์เรื่องแรกในโลกที่เป็นบัลเลต์ไทย และเป็นบทพระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่าน (ในหลวง) โดยการแสดงครั้งนี้ได้มีการคัดเลือกนักบัลเลต์ที่มีความสามารถจากทั่วประเทศมารับบทบาทที่เหมาะสม ร่วมแสดงทั้งสิ้น 99 คน แสดงทั้งหมด 29 นาที ในเวทีที่ 3 นอกจากการแสดงบัลเลต์มโนราห์แล้ว ยังมีการซ้อมละครมโนราห์ ซึ่งเป็นการแสดงที่กรมศิลปากรได้สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ เมื่อปี 2498 โดยปรับปรุงจากการแสดงละครชาตรี และละครโนรา ซึ่งเป็นต้นแบบละครรำของไทย กระบวนการแสดงและกระบวนท่ารำวิจิตรตระการตา […]

ซ้อมการแสดงละคร ‘อิเหนา-มโนราห์’ มหรสพสมโภชในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ

กรมศิลปากร สำนักการสังคีต จัดซ้อมการแสดงละครในเรื่องอิเหนา และมโนราห์ มหรสพสมโภชในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่โรงละครแห่งชาติ กรมศิลปากร โดยสำนักการสังคีต ได้จัดซ้อมการแสดงละครใน เรื่องอิเหนา ซึ่งจะมีแสดงทั้งหมด 3 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 บุษบาชมศาล, ตอนที่ 2 ตัดดอกไม้ฉายกริช และตอนที่ 3 ท้าวดาหา บวงสรวง เนื่องจากเป็นตอนสำคัญของเรื่องอิเหนา มีการบวงสรวงสักการะเทพยดา เปรียบเสมือนเป็นการถวายสักการะแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ด้วย ซึ่งได้มีการตัดทอนบทละครให้มีความยาวเหมาะสม แสดงภายในระยะเวลา 2 ชั่วโมง ใช้ผู้แสดงจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ จำนวน 89 คน โดยก่อนการแสดงละครอิเหนา ได้มีการแสดงรำกิ่งไม้กิ่งทอง เป็นการรำเบิกโรงละคร ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้ประดิษฐ์ขึ้นใหม่แทนรำประเลง ผู้รำแต่งกายยืนเครื่องพระ ศรีษะสวมชฎาแทนการสวมหัวเทวดา มือข้างขวากำกิ่งไม้ทอง ส่วนข้างซ้ายกำกิ่งไม้เงิน ลีลาท่ารำดำเนินไปตามบทขับร้อง ซึ่งเป็นบทพระราชนิพนธ์ ขับร้องในรัชกาลที่ 4 โดยมีพระราชประสงค์ให้เกิดความสวัสดิมงคลแก่การแสดงและผู้แสดง ตลอดจนผู้ชมโดยทั่วกัน นอกจากนี้ ยังมีการซ้อมแสดงละคร มโนราห์ ซึ่งเป็นการแสดงที่กรมศิลปากรได้สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ […]

‘เสรี หวังในธรรม’ ตำนาน สุนทรภู่แห่งรัชกาลที่ ๙

ตำนานของเราในวันนี้ เปรียบเสมือนหนังสือที่แสดงถึงรากฐานของความเป็นไทย เขาคือบรมครูผู้ใหญ่ มากความสามารถทางด้านนาฏศิลป์ไทย “พ่อเส” เสรี หวังในธรรม ศิลปินแห่งชาติท่านนี้ หลายๆ คนขนานนามว่าเขาคือผู้ที่เติมลมหายใจให้กับโรงละครแห่งชาติให้มีชีวิตชีวา ความสามารถจากการสร้างสรรค์ผลงาน ทำให้พ่อเส ได้อีกสมญานามว่าเปรียบเสมือน สุนทรภู่ แห่งรัชกาลที่ ๙ จากความเป็นเจ้าบทเจ้ากลอน บวกกับมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ อีกหนึ่งความโชคดีที่เป็นสิ่งติดตัวของเสรี หวังในธรรม มาตั้งแต่เกิดคือสิ่งที่เราเรียกกันว่าพรสวรรค์ อันดับแรกเลยคือเรื่องบทประพันธ์ และการแสดง พ่อเสสามารถนำเหตุการณ์ในปัจจุบันมาสอดแทรกในโขนละคร พร้อมด้วยมุขตลกใหม่ๆ เสรี หวังในธรรม เกิดเมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๐ ณ ท่าพระจันทร์ พระนคร มีบิดาชื่อนายเหลือ หวังในธรรม ผู้มีเชื้อสายจีนจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บิดาของท่านรับราชการเป็นเสมียนกรมบัญชีกลาง และได้รับพระราชทานนามสกุลว่า หวังในธรรม รวมทั้งยังได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น ขุนสาธกธนสาร ส่วนมารดาชื่อนางสง่า นานากุล เด็กชายเสรี เข้ารับการศึกษาระดับอนุบาลที่โรงเรียนศรีจรุง แต่แล้วในปีพ.ศ. ๒๔๘๓ ได้เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้บ้าน จึงจำเป็นต้องย้ายไปอยู่ฝั่งพรานนก ธนบุรี ด้วยเหตุการณ์ไฟไหม้ จึงทำให้เด็กชายเสรี ได้เข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ […]

กรมศิลปากรเผยภาพจำลองแรก ‘พระเมรุมาศ’ ในหลวงรัชกาลที่ 9

ล่าสุดในเพจ กลุ่มเผยแพร่ฯ กรมศิลปากร ได้เปิดเผยภาพจำลองพระเมรุมาศและอาคารประกอบในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งจัดทำโดย นายวิบูลย์ ถนัดกิจ นายช่างเขียนแบบชำนาญงาน สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม สำหรับการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช มีกำหนดการดังนี้ วันพุธที่ 25 ต.ค.จะมีพระราชพิธีออกพระเมรุมาศ วันพฤหัสที่ 26 ต.ค. จะมีพิธีพระบรมโกศ เวียนรอบพระเมรุมาศ ถวายพระเพลิงในเวลา 16.30 น. และอีกครั้งในเวลา 22.00 น. วันศุกร์ที่ 27 ต.ค. เวลา 08.00 น. จะมีพระราชพิธีเก็บพระบรมอัฐิ และเวลา 09.00 น. จะมีพระราชพิธีเชิญพระบรมอัฐิเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง วันเสาร์ที่ 28 ต.ค.มีการออกทุกข์ เวลา 17.30 น. มีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล วันอาทิตย์ที่ 29 ต.ค. เวลา 10.30 น.พระราชพิธีเชิญพระบรมอัฐิขึ้นสู่พระวิมาน […]

ฮือฮา! กระบี่พบ ‘ฟอสซิลหอยโข่ง’ อายุราว 5 พันปี และโครงกระดูกมนุษย์โบราณ-ภาชนะอีกด้วย

นายนิวัฒน์ วัฒนยมนาพร อาสาสมัครท้องถิ่นในการดูแลและอนุรักษ์มรดกทางศิลปะและวัฒนธรรมกรมศิลปากรพร้อมด้วยนักอนุรักษ์ในพื้นที่อำเภออ่าวลึกจังหวัดกระบี่ ได้เข้าสำรวจภูเขาถ้ำสระยวนทอง หมู่ที่ 1 ตำบลอ่าวลึกเหนือ อำเภออ่าวลึก ซึ่งเป็นถ้ำที่มีความลึกหลายร้อยเมตรกระจายไปทั้งภูเขาที่มีขนาดใหญ่ จากเข้าสำรวจถ้ำไปประมาณ 100 เมตร พบ “ฟอสซิลหอยโข่ง” อยู่เป็นจำนวนมากกระจายอยู่ภายในถ้ำซึ่งไม่เคยพบเห็นมาก่อนเนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นหอยสองฝาหรือหอยทะเลฟอสซิลหอยโข่งที่พบกระจายไปตามพื้นถ้ำผนัง และเพดานถ้ำบางลูก พบว่า ฝังอยู่ในหินซึ่งคาดว่ามีอายุไม่น้อยกว่า 3-5 พันปี ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับฟอสซิลหอยที่พบที่ ต.ไสไทย อ.เมือ งกระบี่ ซึ่งเป็นหอยน้ำจืดเช่นกัน ทั้งนี้ได้แจ้งไปยังกรมศิลปากรเพื่อขอให้เข้าสำรวจขณะเดียวกันทางชาวบ้านก็มีความพร้อมในการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางโบราณคดีได้ นายนิวัฒน์ เปิดเผยอีกว่า ภายในบริเวณถ้ำยังพบว่ามีโครงกระดูกมนุษย์โบราณ และภาชนะ เช่น หม้อของคนยุคโบราณกระจายอยู่ เชื่อว่าถ้ำดังกล่าวน่าจะมีผู้คนอาศัยหรือเป็นเพิงพักในช่วงโบราณซึ่งเหมาะสำหรับการศึกษาเพื่อยกระดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตต่อไปได้.

เผยภาพ “คุณโจโฉ” สุนัขทรงเลี้ยงในอดีตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙)

เผยภาพของ ‘คุณโจโฉ’ สุนัขพันธุ์เกรทเดน อดีตสุนัขทรงเลี้ยงของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ซึ่งมีอยู่ภายในหนังสือทั้งหมด 8 ภาพ

“คุณใหม่ สิริกิติยา” พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาฯ บรรจุเป็นข้าราช ซี3

“คุณใหม่ – สิริกิติยา เจนเซน” พระธิดาคนเล็กในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ได้รับบรรจุเป็นข้าราชการระดับ 3 กลุ่มงานวิชาการการอนุรักษ์ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร เมื่อวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้คุณสิริกิติยาได้ฝึกงานที่หน่วยงานดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนก.ย. 2559 และได้มีการตรวจเยี่ยมโบราณสถานต่างๆ มาเป็นระยะๆ เช่น เข้าเยี่ยมชมโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ณ สถานีสนามไชย พร้อมคณะผู้แทนจากกรมศิลปากร เยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง เยี่ยมชมงานตามรอยพระยาโบราณ ราชธานินทร์ ๖๖๖ ปีแห่งการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ๒๕ ปีมรดกโลก ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ จันทรเกษม เยี่ยมชมและศึกษาประวัติศาสตร์ ณ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย เป็นต้น นอกจากนี้คุณสิริกิติยา ยังสำเร็จการศึกษาวิชาประวัติศาสตร์ สาขาการศึกษาภูมิภาคเอเชียตะวันออก จากมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ภาพจาก หนูน้อยบนยอดเขาอันหนาวเหน็บ, เรารักคุณสิริกิติยา เจนเซน-Sirikitiya Jensen, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ รามคำแหง

กรมสรรพาวุธส่งมอบ “ราชรถปืนใหญ่” ให้กรมศิลปากร

วันนี้ (5 พ.ค.) นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร รับมอบราชรถปืนใหญ่ที่ใช้ในการอัญเชิญพระโกศพระบรมศพในริ้วขบวนพระราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลดุลยเดช จากกรมสรรพาวุธทหารบก มาเก็บไว้ที่โรงราชรถ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร เพื่อจัดทำลวดลายศิลปกรรมและประณีตศิลป์ประดับลวดลายองค์ราชรถ โดยมีการศึกษาต้นแบบมาจากงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมัยรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 8 ทั้งนี้การการเคลื่อนย้ายแบ่งออกเป็น 2 รอบ รอบแรก กรมสรรพาวุธได้เคลื่อนย้ายราชรถปืนใหญ่ส่วนหน้า ที่ใช้ในการบรรจุกระสุนปืนใหญ่มาตั้งไว้ก่อน และในรอบที่ 2 จะมีการเคลื่อนย้ายส่วนหลังที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายพระบรมโกศ มาตั้งคู่กันไว้ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จะดำเนินการด้านศิลปกรรมราชรถปืนใหญ่ทั้ง 2 องค์ โดยส่วนที่เป็นไม้ สำนักช่างสิบหมู่จะรับไปแกะสลัก ส่วนโครงรถที่เป็นเหล็กและถูกพ่นด้วยสีเขียวก็จะมีการประดับตกแต่งลายตามแผนที่ได้มีการวางไว้ ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือนก.ย.นี้ หลังจากนั้นนเดือนต.ค.ก็จะนำราชรถทั้ง 2 องค์ไปฝึกซ้อมในสถานที่จริง และทำพิธีบวงสรวงก่อนการชักลาก.

กรมศิลป์แจง ทำไม “ครุฑประดับพระเมรุ” มีโลโก้เฟซบุ๊ก-แอปเปิ้ล-กูเกิ้ล!

กรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลมีเดีย เมื่อเฟซบุ๊กแฟนเพจ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งจัดทำขึ้นโดย สำนักประชาสัมพันธ์เขต 1  กรมประชาสัมพันธ์ ได้เผยแพร่ภาพ “ครุฑยืน” ประดับพระเมรุมาศ โดยระบุว่า  ภาพดังกล่าวสื่อความร่วมสมัย โดยมีสัญลักษณ์ของความสมัยใหม่ คือสัญลักษณ์ของ Google, Facebook และ Apple อยู่ในประติมากรรมครุฑยืน ล่าสุด 3 พฤษภาคม 2560 นายสมควร อุ่มตระกูล ผู้อำนวยการสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวกับผู้สื่อข่าวอมรินทร์ทีวี โดยได้พาไปชมครุฑยืนที่อยู่ในโรงหล่อ ตึกประติมากรรมด้วย ซึ่งพบว่าครุฑยืนอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการ และยังไม่เสร็จสิ้น ทุกขั้นตอนต้องผ่านการตรวจสอบจากกรมศิลปากร สาเหตุที่มีการใส่สัญลักษณ์ของ Google, Facebook และ Apple ลงไปในประติมากรรมครุฑยืนนั้น ผู้อำนวยการสำนักช่างสิบหมู่ ชี้แจงว่า เป็นแนวคิดของประติมากร ที่ต้องการแสดงถึงความอัจฉริยภาพด้านไอทีของพระองค์ท่าน ซึ่งยอมรับว่า ลืมมองถึงความละเอียดอ่อนที่อาจไม่เหมาะสม ที่ต้องนำไปประดับพระเมรุมาศ โดยล่าสุด กรมศิลปากรได้เข้ามาตรวจสอบและให้แก้ไขด้วยการนำสัญลักษณ์ดังกล่าวออกแล้ว สำหรับประติมากรรมครุฑยืน จะถูกนำไปประดับบนชั้น 3 ของพระเมรุมาศ ซึ่งก่อนจะนำไปพิมพ์แบบ เพื่อหล่อเป็นไฟเบอร์นั้น ต้องได้รับการตรวจสอบความเหมาะ และการอนุญาตจากกรมศิลปากรก่อนทุกขั้นตอน จึงยืนยันได้ว่าเมื่อเสร็จสิ้นจะมีความเหมาะสมและสมพระเกียรติอย่างแน่นอน  

“แบบจำลอง และเครื่องประกอบพระเมรุมาศ”

พระที่นั่งราเชนทรยานน้อย และราชรถปืนใหญ่ ที่ออกแบบใหม่ที่ตอนนี้ได้ขึ้นโครงสร้างไม้บุษบกแล้ว

2 เม.ย. นี้ กรมศิลปากรประกาศงดเก็บค่าเข้าชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอุทยานประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติไปเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2528 ได้กำหนดให้วันที่ 2 เมษายนของทุกปี มีการประกาศขึ้นทะเบียน และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเมื่อปีพ.ศ. 2551 ให้งดเก็บค่าเข้าชมโบราณสถานที่ โดยทางกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ออกประกาศงดเก็บค่าเข้าชมโบราณสถานอุทยานประวัติศาสตร์ทั่วประเทศ ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เนื่องจากวันที่ 2 เมษายน ของทุกปี เป็น “วันอนุรักษ์มรดกไทย” และเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเทิดพระเกียรติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะหน่วยงานที่เป็นสถาบันหลักด้านการอนุรักษ์ พัฒนา และสร้างสรรค์มรดกวัฒนธรรมของชาติ จึงเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงและมีส่วนร่วมในการดูแลรักษามรดกทางวัฒนธรรม ตลอดจนตระหนักถึงความสำคัญของวันอนุรักษ์มรดกไทย    

keyboard_arrow_up