Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ทำไมทางหนีไฟมักมีปัญหา?อังกฤษ-สิงคโปร์ที่กฎหมายเข้มแต่อาคารก็มีปัญหา
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ทำไมทางหนีไฟมักมีปัญหา?อังกฤษ-สิงคโปร์ที่กฎหมายเข้มแต่อาคารก็มีปัญหา

13 ก.ค. 69
11:19 น.
แชร์

เช้าวันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม 2569 กลายเป็นเช้าที่ชาวไทยตื่นมาต่างรู้สึกตกใจ เมื่อได้เห็นข่าวไฟไหม้โรงเบียร์ขนาดใหญ่ย่านลาดพร้าว ตัวเลขความสูญเสียที่เกิดขึ้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนชวนสลดใจ

แต่สิ่งที่ได้รับการพูดถึงกันต่อมาคือ ทางออกของร้านมีเพียงแค่ทางเดียว และดูเหมือนว่า แม้จะมีทางออกอื่นแต่ลูกค้าภายในร้านก็ออกไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม 

ทีมงานของ Spotlight ค้นหาข่าวเกี่ยวกับกฎหมายป้องกันไฟในต่างแดนทันที เพราะอยากจะทราบว่า ในต่างแดน โดยเฉพาะประเทศที่มีกฎหมายเข้มข้น เขามีข้อปฏิบัติเรื่องการป้องกันไฟในอาคารอย่างไรบ้าง แต่กลับพบกับเรื่องน่าตกใจอย่างหนึ่งคือ ไม่ว่าจะในอังกฤษ หรือสิงคโปร์ ซึ่งมีบทลงโทษทั้งการปรับ การจำคุก หรือสั่งปิดอาคาร ก็ยังพบข้อบกพร้องที่ทางออกฉุกเฉินไม่ต่างกัน 

อังกฤษเผยตัวเลขตรวจสอบอาคาร 42 % ต้องแก้ไข

กระทรวงการเคหะ ชุมชน และการปกครองท้องถิ่นของอังกฤษ (MHCLG) เผยรายงานสถิติด้านการป้องกันอัคคีภัยประจำปี สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2025 โดยรายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบความปลอดภัยด้านอัคคีภัยในอาคาร (Fire Safety Audits) จำนวน 51,020 แห่ง แต่พบว่า มีเพียง 29,714 แห่ง หรือราว 58% ที่ผ่านการตรวจตามมาตรฐาน ขณะที่อีกประมาณ 42% พบข้อบกพร่องและต้องปรับปรุง โดยสัดส่วนอาคารที่ผ่านการตรวจยังอยู่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2011 และใกล้เคียงกับปีก่อน

สำหรับสาเหตุการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่พบมากที่สุด คือ การฝ่าฝืนข้อกำหนดเกี่ยวกับทางออกฉุกเฉิน (Article 14 – Emergency Exits) แม้จำนวนการกระทำผิดในประเด็นนี้จะลดลง 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ยังคงเป็นปัญหาหลักที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ

สำหรับ Article 14 นั้นคือ มาตราที่ระบุว่าด้วยเส้นทางหนีไฟและทางออกฉุกเฉิน โดยพบปัญหานี้จำนวน 10,323 ครั้ง แม้ลดลง 12% จากปีก่อน แต่ยังคงเป็นข้อบกพร่องอันดับหนึ่ง คิดเป็น 14% ของการฝ่าฝืนทั้งหมด รองลงมา ได้แก่

  • Article 17 การบำรุงรักษาระบบความปลอดภัยจากอัคคีภัย 8,666 ครั้ง
  • Article 9 การจัดทำและทบทวนการประเมินความเสี่ยงจากอัคคีภัย 8,471 ครั้ง
  • Article 15 แผนรับมือเหตุฉุกเฉินและอันตรายร้ายแรง 8,013 ครั้ง
  • Article 8 การจัดให้มีมาตรการป้องกันอัคคีภัยขั้นพื้นฐาน 7,615 ครั้ง

แม้หลายประเภทของการฝ่าฝืนจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่หลายข้อยังคงสูงกว่าระดับเมื่อ 5 ปีก่อน สะท้อนว่าการบังคับใช้กฎหมายยังต้องดำเนินต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ออก หนังสือแจ้งเตือนและคำสั่งทางกฎหมาย (Formal Notifications) จำนวน 2,972 ฉบับ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน และสูงกว่าระดับเมื่อ 5 ปีก่อนถึง 29% สะท้อนว่าการบังคับใช้กฎหมายด้านอัคคีภัยยังมีความเข้มงวดอย่างต่อเนื่อง

ส่วนบทลงโทษ สำหรับการฝ่าฝืนกฎหมายความปลอดภัยอัคคีภัย เช่น ทางหนีไฟถูกปิดกั้นหรือไม่เป็นไปตามข้อกำหนดจะถูก

  • ปรับได้ ไม่จำกัดวงเงิน (Unlimited fine)
  • จำคุกได้สูงสุด 2 ปี

โดยความเข้มงวดของกฎหมายอังกฤษคือ ศาลสามารถกำหนดค่าปรับตามความร้ายแรงของคดีได้ ไม่มีเพดานสูงสุด


สิงคโปร์เพิ่มตรวจเข้มอาคาร ปัญหาพบบ่อยคือป้ายทางหนีไฟ

สำหรับสิงคโปร์ ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนของไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นของกฎหมาย มีตัวเลขจากสำนักงานป้องกันพลเรือนสิงคโปร์ (SCDF) เปิดเผยว่า ในปี 2015 จากการตรวจสอบตามกฎหมายป้องกันอัคคีภัย กลับพบว่า  ความผิดที่พบมากที่สุด คือ การเปลี่ยนการใช้อาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต (Unauthorised Change of Use) คิดเป็น 50% ของหนังสือแจ้งความผิดทั้งหมด รองลงมา ได้แก่

  • การดัดแปลงระบบความปลอดภัยจากอัคคีภัยโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • การเก็บหรือขนส่งน้ำมันและวัตถุไวไฟโดยไม่มีใบอนุญาต

ส่วนคำสั่งที่เจ้าหน้าที่สั่งให้อาคารแก้ไข เพราะมีสภาพเสี่ยงอัคคีภัยมีจำนวน 3,149 ฉบับ แม้ลดลงจากปีก่อน 5.9% แต่ปัญหาที่พบมากที่สุด คือ ป้ายทางออกฉุกเฉิน (Exit Signs) ไม่ส่องสว่าง

สำหรับบทลงโทษ สิงคโปร์ใช้ระบบไต่ระดับ โดยหากไม่แก้ไขข้อบกพร่องหลังได้รับคำเตือน อาจถูกปรับสูงสุด 5,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ ประมาณ 129,000 บาท ส่วนความผิดทั่วไปด้านความปลอดภัยอัคคีภัย ศาลสามารถสั่งปรับได้สูงสุด 10,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 258,000 บาท และ/หรือจำคุกไม่เกิน 6 เดือน

หากเป็นการดัดแปลงอาคารหรือระบบป้องกันอัคคีภัยโดยไม่ได้รับอนุญาต จนส่งผลกระทบต่อการอพยพหรือความปลอดภัย อาจถูกปรับสูงสุด 200,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 5.17 ล้านบาท และ/หรือจำคุกไม่เกิน 2 ปี นอกจากนี้ ในกรณีร้ายแรง เจ้าหน้าที่ยังมีอำนาจสั่งปิดอาคารชั่วคราวได้อีกด้วย.

จะสังเกตเห็นได้ว่า แม้ในประเทศที่มีกฎหมายเข้มงวด แต่ปัญหาเรื่องทางหนีไฟกลับพบเห็นได้โดยทั่วไป ท้ายที่สุดแล้ว ปัญหานี้กลับขึ้นอยู่กับจิตสำนึกของเจ้าของอาคารหรือ? เพราะบางคนใช้ความมักง่ายในการดำเนินกิจการ แต่เมื่อเกิดเหตุร้ายแรงอย่างไฟไหม้ขึ้นจริง คนที่รับเคราะห์กลับเป็นคนทั่วไป

https://www.gov.uk/government/statistics/fire-prevention-and-protection-england-year-ending-march-2025/fire-prevention-and-protection-statistics-england-april-2024-to-march-2025?utm_source=chatgpt.com

https://www.scdf.gov.sg/docs/default-source/media-room-%28publications%29/annual-statistics/fire-safety-enforcementstatistics-jan-dec-2015.pdf?sfvrsn=2d0b4139_1&utm_source=chatgpt.com

แชร์
ทำไมทางหนีไฟมักมีปัญหา?อังกฤษ-สิงคโปร์ที่กฎหมายเข้มแต่อาคารก็มีปัญหา