Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา สูญเสียซ้ำเศรษฐกิจ GDP ลด 7% คาดต้องพึ่งทุนนอก
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา สูญเสียซ้ำเศรษฐกิจ GDP ลด 7% คาดต้องพึ่งทุนนอก

26 มิ.ย. 69
12:51 น.
แชร์

แผ่นดินไหวเขย่าเวเนฯ คาดศก.พังยับ 7% ของ GDP

เวเนซุเอลาเผชิญเคราะห์ซ้ำกรรมซัดหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวแฝดครั้งรุนแรงที่สุดในรอบศตวรรษขนาด 7.2 และ 7.5 แมกนิจูด พัดถล่มใกล้กรุงการากัส ซ้ำเติมวิกฤตการเงินและการเมืองเดิมให้ดิ่งลึก ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขเผยยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึงราว 235 ราย บาดเจ็บกว่า 4,300 คน และยังมีผู้สูญหายติดใต้ซากปรักหักพังอีกจำนวนมาก ขณะที่ประชาชนในเมืองหลวงและเมืองท่าลาไกวรากลายเป็นคนไร้บ้าน ต้องออกมาอาศัยอยู่บนท้องถนนเนื่องจากสิ่งปลูกสร้างพังทลาย

ในมิติทางเศรษฐกิจ สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) ประเมินความเสียหายขั้นต้นว่าอาจสูงถึง 1 ถึง 7 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่า GDP ประเทศ (คิดจากฐาน GDP 1.11 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานในพื้นที่ศูนย์กลางต้องหยุดชะงักลงทันที ท่ามกลางความพยายามในการกู้ภัยที่ยังคงดำเนินไปอย่างยากลำบาก 

รัฐแบกไม่ไหว เร่งตั้งกองทุน IMF จับตาแผ่นดินไหวอาจเป็นตัวเร่งคลายคว่ำบาตร

ความเสียหายมหาศาลจากภัยพิบัติครั้งนี้ ถล่มซ้ำเติมสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมของเวเนซุเอลาที่อยู่ในขั้นวิกฤตและเปราะบางอยู่ก่อนแล้ว โดยรายงานระบุว่า จากจำนวนประชากรทั้งหมด 31.7 ล้านคน มีประชากรมากกว่า 20 ล้านคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ความยากจน ขาดแคลนอาหาร ยารักษาโรคอย่างรุนแรง ขณะที่ระบบสาธารณสุขและโรงพยาบาลส่วนใหญ่ยังขาดแคลนระบบน้ำประปาและไฟฟ้าที่เสถียร สภาพการณ์ดังกล่าวทำให้รัฐบาลไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการบูรณะประเทศในระยะยาวได้เพียงลำพัง

ด้วยเหตุนี้ รองประธานาธิบดีรักษาการ เดลซี โรดริเกซ จึงได้ประกาศจัดตั้งกองทุนฉุกเฉินมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อนำมาใช้ในการฟื้นฟูระบบโครงสร้างพื้นฐาน โรงพยาบาล และระบบเคหะสถานเป็นการเร่งด่วน 

ขณะที่สหรัฐฯ โดยรัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ เผยว่า กำลังเร่งส่งทีมกู้ภัยระดับชนกะทิลงพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์และวางแผนช่วยเหลืออย่างเต็มรูปแบบภายใน 48 ชั่วโมง ท่ามกลางอุปสรรคใหญ่ด้านโลจิสติกส์จากการปิดให้บริการของท่าอากาศยานนานาชาติซีมอง โบลีวาร์

ในมิติเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศ นักวิเคราะห์จากศูนย์เพื่อความมั่นคงอเมริกันใหม่ (CNAS) และผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดทุนมองว่า วิกฤตครั้งนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญและเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาทางการทูต โดยเฉพาะการบีบให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร (Sanctions) จากสหรัฐฯ เพื่อเปิดทางและอำนวยความสะดวกให้เกิดความยืดหยุ่นในระบบกระแสเงินทุนหมุนเวียน การโอนเงินข้ามประเทศของแรงงาน ตลอดจนการนำเข้าวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างจากต่างประเทศเพื่อใช้ในภารกิจกู้ซากเศรษฐกิจในครั้งนี้

ภาคพลังงานรอดหวุดหวิด ทุนยักษ์ข้ามชาติตบเท้ายันเดินหน้าผลิตต่อเนื่อง

แม้พื้นที่เมืองหลวงจะได้รับความเสียหายอย่างหนักหน่วงทางจิตใจ แต่ในแง่ของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่และแหล่งรายได้หลักของเวเนซุเอลา กลับได้รับผลกระทบในวงจำกัดอย่างน่าประหลาดใจ โดยภาคการผลิตน้ำมันดิบที่มีกำลังการผลิตปกติราว 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวันยังคงไม่ได้รับความเสียหายรุนแรง รายงานเบื้องต้นระบุว่า โรงกลั่นน้ำมัน เอล ปาลิโต (El Palito) ในรัฐการาโบโบ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว รอดพ้นจากความเสียหายมาได้อย่างหวุดหวิด

ขณะที่กลุ่มโรงงานปิโตรเคมีโมนอน (Moron Petrochemical Complex) ซึ่งเป็นนิคมปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศ แม้จะมีการสั่งระงับการทำงานชั่วคราวในวันแรกหลังตรวจพบรอยรั่วในถังเก็บสารเคมี แต่ล่าสุดสามารถควบคุมสถานการณ์และกลับมาเดินสายการผลิตได้อีกครั้งแล้ว ด้านกลุ่มทุนข้ามชาติรายใหญ่อย่าง เชฟรอน (Chevron) ยักษ์ใหญ่พลังงานจากสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า สินทรัพย์และพนักงานทุกคนยังคงปลอดภัย พร้อมให้คำมั่นที่จะยืนหยัดเคียงข้างชาวเวเนซุเอลาและเดินหน้าสัญญาร่วมทุนผลิตพลังงานต่อไป เช่นเดียวกับบริษัทพลังงานระดับโลกรายอื่น ๆ ทั้ง Shell, Eni และ Repsol ที่ออกมายืนยันความปลอดภัยของบุคลากรเช่นกัน

สถานการณ์ที่ภาคพลังงานไม่ได้รับความเสียหายรุนแรง ท่ามกลางวิกฤตที่ทุบทำลายพื้นที่เมืองหลวงจนยับเยินนี้ ถูกมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดทุนของ โพสต์ โอ๊ค กรุ๊ป (Post Oak Group) ว่า อาจกลายเป็นโอกาสและแรงขับเคลื่อนสำคัญในเชิงบวกระหว่างรัฐบาลสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา เนื่องจากทำเนียบขาวมีความสนใจอย่างมากในการรักษาความปลอดภัยของสินทรัพย์ประเภทน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคนี้

วิกฤตมนุษยธรรมครั้งใหญ่ในเมืองหลวงจึงอาจกลายเป็นสะพานเชื่อมให้เกิดการเจรจาและความร่วมมือทางเศรษฐกิจรอบใหม่ เพื่อเข้ามาดูแลและบริหารจัดการผลประโยชน์ด้านพลังงานร่วมกันในอนาคต

แชร์
แผ่นดินไหวเวเนซุเอลา สูญเสียซ้ำเศรษฐกิจ GDP ลด 7% คาดต้องพึ่งทุนนอก