
ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด หลังภูมิภาคตะวันออกกลางร้อนระอุด้วยไฟสงคราม ราคาพลังงานก็พุ่งทะยานขึ้นสร้างความกังวลให้แก่หลายประเทศ โดยเฉพาะในเวลานี้ที่อิหร่านสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดอีกหนึ่งแห่งของโลก
ไมใช่แค่ประชาชนชาวไทยที่กังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมัน แม้กระทั่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ผู้เปิดฉากทำสงคาม ก็ยังเป็นกังวล ล่าสุด ทรัมป์ได้สั่งให้รัฐบาลของเขาหามาตรการต่าง ๆ เพื่อสกัดราคาเชื้อเพลิง
อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ทางออกที่สำคัญที่สุดสำหรับเรื่องนี้ก็คือ สหรัฐฯ ต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้ได้ แต่ดูจากสถานการณ์ความตึงเครียดแล้ว การเปิดช่องแคบดังกล่าวดูจะเป็นเรื่องยากเหลือเกินในเวลานี้
ขณะที่กองทัพสหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างประเมินแผนปฏิบัติการและการจัดกำลังเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง รัฐบาลของทรัมป์กำลังเร่งใช้มาตรการอื่น ๆ ควบคู่กันไป เพื่อพยายามรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก
เจ้าหน้าที่รัฐบาลทรัมป์พยายามสื่อสารว่า ความปั่นป่วนของตลาดพลังงานในขณะนี้เป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น และสถานการณ์จะคลี่คลายลงในที่สุด พร้อมเชื่อว่าหลังวิกฤตผ่านไป ระบบพลังงานโลกจะกลับมาอยู่ในสภาพที่มั่นคงมากกว่าเดิม
คริส ไรท์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับรายการ Face the Nation ของ CBS News ว่า
“ช่วงเวลาที่ราคาพลังงานพุ่งสูงนี้เป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราว และจะไม่ยืดเยื้อ หากเลวร้ายที่สุดก็อาจกินเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ไม่ใช่หลายเดือน และท้ายที่สุดจะนำไปสู่สถานการณ์ที่ดีขึ้นมาก”
ขณะเดียวกัน ซูซี ไวลส์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว และไรต์ ได้หารือกับผู้บริหารบริษัทพลังงานรายใหญ่ เพื่อหาทางจำกัดแรงกดดันด้านราคาน้ำมัน ขณะที่หน่วยงานรัฐบาลกลางถูกสั่งให้เร่งหามาตรการระยะสั้นเพื่อรับมือกับความผันผวนของราคา
แม้ว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่รัฐบาลระบุว่า ทำเนียบขาวยังไม่ได้พิจารณาใช้น้ำมันจากคลังน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคลังสำรองน้ำมันฉุกเฉินที่ใหญ่ที่สุดของโลก
ขณะเดียวกัน กลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ G7 ได้หารือกันถึงความเป็นไปได้ในการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองยุทธศาสตร์ของแต่ละประเทศ หลังราคาน้ำมันทะยานเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากผลกระทบของสงครามกับอิหร่าน แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจดำเนินการในทันที
ในอีกมาตรการหนึ่งสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาของรัฐบาลสหรัฐฯ ด้เปิดตัวโครงการประกันความเสี่ยงมูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อกระตุ้นให้บริษัทเดินเรือที่ลังเลกลับมาส่งเรือผ่านเส้นทางในอ่าวเปอร์เซียอีกครั้ง
นอกจากนี้ สก๊อตต์ เบซเซนท์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ยังส่งสัญญาณว่า รัฐบาลสหรัฐฯ อาจผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียบางส่วน เพื่อปล่อยน้ำมันรัสเซียหลายร้อยล้านบาร์เรลที่ติดค้างอยู่ในทะเลเข้าสู่ตลาดโลก เพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดพลังงาน
รัฐบาลสหรัฐฯ ยังชี้ไปที่การเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันจากเวเนซุเอลาหลังเกิดการเปลี่ยนผ่านอำนาจทางการเมืองในกรุงการากัสเมื่อต้นปี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ
อย่างไรก็ตาม สำหรับทรัมป์ วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น แต่ยังมีเดิมพันทางการเมืองภายในประเทศด้วย โดยเฉพาะเมื่อการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ กำลังจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายนนี้
การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันและน้ำมันเบนซินจึงถูกมองว่าเป็นความเสี่ยงทางการเมืองที่อาจสร้างความเสียหายต่อรัฐบาลได้อย่างมาก แม้จะมีความพยายามอธิบายผ่านการทูตหรือมาตรการทางเศรษฐกิจก็ตาม
แม้ว่ารัฐบาลจะยังไม่ใช้คลังสำรองน้ำมันฉุกเฉิน และยังไม่แทรกแซงตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมัน แต่ผู้บริหารในอุตสาหกรรมพลังงาน รวมถึงกลุ่มสถาบันปิโตรเลียมแห่งอเมริกาต่างเห็นตรงกันว่า ทางออกที่แท้จริงมีเพียงทางเดียว นั่นคือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้ได้โดยไว
เนื่องจากตราบใดที่กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยให้เรือบรรทุกน้ำมันได้ เศรษฐกิจโลกก็ยังคงถูกจับเป็นตัวประกันโดยช่องแคบกว้างเพียง 34 กิโลเมตร แห่งนี้ ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ของระบบพลังงานโลก