Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ฝนกรด ควันไฟ และสุขภาพ ราคาที่ที่ชาวอิหร่านต้องจ่าย? จากสงคราม
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ฝนกรด ควันไฟ และสุขภาพ ราคาที่ที่ชาวอิหร่านต้องจ่าย? จากสงคราม

9 มี.ค. 69
16:38 น.
แชร์

การโจมตีในตะวันออกกลางยกระดับขึ้นอีกครั้ง หลังการโจมตีเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ของสหรัฐฯ พุ่งเป้าไปที่คลังเก็บน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมันเป็นครั้งแรก การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันทำให้สารเคมีปนเปื้อนออกมาสู่สิ่งแวดล้อม และส่งผลเสียหลายประการ รวมถึงการเกิดฝนกรด

ฝนกรดสีดำในเตหะราน

ไม่กี่ชั่วโมงหลังการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันในกรุงเตหะราน มีรายงานฝนสีดำตกลงมาบนพื้นที่บางส่วนของอิหร่าน สภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่านเตือนประชาชนว่า ฝนที่ตกลงมาหลังการโจมตีครั้งนี้อาจ “เป็นกรดและเป็นอันตรายอย่างยิ่ง”

ไม่ใช่แค่ในเตหะรานเท่านั้น แต่ยังมีรายงานท้องฟ้าทะมึนและฝนสีดำในเมืองที่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตรในคืนวันนั้น หลังจากที่การโจมตีของสหรัฐฯ ทำให้เกิดเพลิงไหม้ที่คลังน้ำมันในอิหร่านนานหลายชั่วโมง

The Conversation UK อ้างคำพูดของนักวิศวกรรมเคมี (ไม่ระบุชื่อ) กล่าวว่า ฝนนี้อาจมีส่วนผสมของโลหะหนัก สารประกอบอนินทรีย์จากวัสดุก่อสร้าง และสิ่งอื่น ๆ ที่ปนเปื้อนไปกับการระเบิดครั้งแรกและเปลวไฟที่ลุกลามตามมา

ควันไฟอาจเจือปนก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ ( ซึ่งก๊าซเหล่านี้เป็นสารตั้งต้นในการก่อตัวของกรดซัลฟิวริก และกรดไนตริก ในอากาศ จากนั้นกรดเหล่านี้จะเข้าไปผสมตัวกับละอองหยดน้ำ และเป็นสาเหตุของปรากฏการณ์ที่เราเรียกกันโดยทั่วไปว่า ฝนกรด

นอกเหนือจากฝนกรด ควันไฟก็เป็นอันตรายเช่นกัน หากคุณสามารถได้กลิ่นควัน นั่นหมายความว่า ควันดังกล่าวอาจอยู่ในระดับที่เข้มข้นจนสามารถทำอันตรายต่อร่างกายได้ ดังนั้น ระดับของควันดำเขม่ามหาศาลที่ลอยอยู่เหนือพื้นที่ที่มีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นในอิหร่าน จึงเป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และสามารถก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรังได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

พลเมืองเริ่มรับผลกระทบทางสุขภาพ

ชาวอิหร่านหลายคนรายงานผลกระทบต่อสุขภาพระยะสั้น ทั้งอาการปวดหัว หายใจลำบาก เจ็บแสบผิวหนังโดยเฉพาะริมฝีปาก และพบฝนที่มีคราบน้ำมันเจือปนเกาะอยู่ตามอาคารและยานพาหนะ หลายคนเริ่มอพยพออกจากเมืองเพราะทนต่อมลพิษทางอากาศไม่ไหว

มีความกังวลว่า ฝนสีดำครั้งนี้จะไม่ได้มีความเป็นกรดเพียงอย่างเดียว แต่อาจมีสารเคมีชนิดอื่นเจือปนที่อันตรายยิ่งกว่า 

เคียนูช ชาวเมืองเตหะรานวัย 44 ปี ให้สัมภาษณ์กับ TIME ว่า ฝนสีดำไม่ได้ตกแค่ในเตหะราน แต่รวมถึงเมืองที่ห่างออกไปด้วย

“ฝนเป็นสีดำ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะได้เห็นฝนสีดำ [...] แม้แต่ในเมืองทาจริชที่ห่างออกไปตั้งหลายกิโลเมตรจากคลังเก็บน้ำมันก็ยังมีฝนสีดำ” เขากล่าว

นอกจากนี้ ปาวริซวัย 49 ปี รายงานว่า รถสีขาวของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำจนแทบจำรถตัวเองไม่ได้ แม้ว่าเขาจะอยู่ห่างจากกรุงเตหะรานไปทางเหนือถึง 112 กิโลเมตรก็ตาม

“เหมือนปีศาจสีดำมหึมากลืนกินท้องฟ้าเตหะรานเข้าไปเลยค่ะ [...] วันนี้อยู่ในรถแค่ 15 นาที หายใจเอาอากาศนี้เข้าไป ไม่รู้ว่าคืออะไรเหมือนกันแต่ตอนนี้ปวดหัวไปแล้ว ผิวหน้าโดยเฉพาะตรงปากก็เจ็บแสบ รู้สึกเหมือนกำลังไหม้ เหมือนมีแก๊สน้ำตาอยู่ในอากาศเลย ตาฉันแสบไปหมด แล้วก็ต้องคอยกระแอมตลอดเวลา” เลลา วัย 27 ปี ผู้อยู่อาศัยในเตหะรานกล่าว

นอกจากนี้ กลุ่มเปราะบางอย่างผู้สูงอายุ เด็ก และหญิงตั้งครรภ์ ยังมีความเสี่ยงต่อสารเคมีและฝนกรดมากกว่า และการสูดดมอากาศเป็นพิษขณะตั้งครรภ์อาจส่งผลให้ทารกแรกคลอดมีน้ำหนักตัวน้อยอีกด้วย

ราคาที่ต้องจ่ายจริงในระยะยาว

The Conversation ระบุว่า การสัมผัสกับฝนกรดเป็นระยะเวลานานอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง ส่วนการสูดดมละอองฝุ่นขนาดเล็ก (PM2.5) ส่งผลเสียต่อร่างกายมากมาย เช่น โรคมะเร็ง โรคทางระบบประสาท (เช่น ความบกพร่องทางสติปัญญา) และโรคหัวใจและหลอดเลือดหลายชนิด

หากมลพิษเหล่านี้ถ่ายเทจากอากาศลงสู่แหล่งน้ำ จะส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำ ระบบนิเวศ และแหล่งน้ำดื่มของมนุษย์ ส่วนฝนสีดำที่เกาะตามอาคาร ยานพาหนะ และพื้นผิวต่าง ๆ หากแห้งลงและมีลมพัดแรง สารพิษเหล่านั้นสามารถถูกพัดกลับขึ้นไปในอากาศได้อีกครั้ง

นอกจากการระเบิดคลังน้ำมันในครั้งนี้ การใช้อาวุธระเบิดชนิดอื่น ๆ ในพื้นที่ต่าง ๆ โดยรวมก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพเช่นกัน CEOBS รายงานว่า ความขัดแย้งครั้งนี้ตรวจพบเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั่วภูมิภาคได้ถึง 120 แห่ง และมีความเสี่ยงสูงถึง 92 แห่ง

พื้นที่หลายแห่งที่ถูกโจมตีปรากฏร่องรอยของการระเบิดต่อเนื่องและไฟไหม้ ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษและสารปนเปื้อน เช่น เชื้อเพลิง, น้ำมัน, โลหะหนัก, สารประกอบที่มีพลังงานสูง และสารกลุ่ม PFAS ในขณะที่เหตุไฟไหม้สามารถปลดปล่อยก๊าซไดออกซิน (Dioxins) และฟูแรน (Furans) ออกมาได้

นอกจากนี้ การโจมตียังเพิ่มความเสี่ยงเรื่องน้ำมันรั่วไหล ไม่ใช่แค่จากโรงกลั่น แต่รวมถึงการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน เช่น เรือ MKD VYOM ที่บรรทุกน้ำมันเต็มลำ, เรือ STENA IMPERATIVE เรือบรรทุกน้ำมันติดธงสหรัฐฯ ที่ถูกโจมตีขณะจอดเทียบท่าในบาห์เรนจนเกิดเพลิงไหม้ และเรือ SKYLIGHT เรืออำพรางของอิหร่านที่บรรทุกน้ำมันและเคมีภัณฑ์ซึ่งเกิดไฟลุกไหม้หลังถูกโจมตี

ในทำนองเดียวกัน การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของซาอุดีอาระเบียเมื่อวันที่ 3 มีนาคม โดยอิหร่าน ก็ทำให้เกิดเพลิงไหม้และกลุ่มควันจำนวนมาก ซึ่งประกอบไปด้วยฝุ่นละอองขนาดเล็ก, ก๊าซไนโตรเจนออกไซด์, ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์, ก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ รวมถึงสารประกอบอินทรีย์ที่เป็นพิษ อาทิ สารกลุ่ม PAHs และไดออกซิน ซึ่งล้วนก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพอย่างรุนแรงต่อชุมชนที่อาศัยอยู่ใต้ลม


แชร์
ฝนกรด ควันไฟ และสุขภาพ ราคาที่ที่ชาวอิหร่านต้องจ่าย? จากสงคราม