
ตั้งแต่ลืมตาตื่นนอนในตอนเช้า อาบน้ำ ล้างหน้า เดินทางไปทำงาน ไปจนถึงอาหารที่เรารับประทานในแต่ละมื้อ รู้หรือไม่ว่า ทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันล้วนมีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมีปริมาณ Carbon Footprint หรือ ‘รอยเท้าคาร์บอน’ ที่แตกต่างกัน แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่เราทำจนคุ้นชิน แต่ก็ล้วนทิ้งร่องรอยไว้ให้โลกไม่มากก็น้อย
คงจะดีไม่น้อย หากเราสามารถนับ Carbon Footprint ได้ง่าย ๆ เหมือนกับการนับแคลอรีจากอาหารที่รับประทานในแต่ละวัน เพราะเมื่อรู้ว่ากิจกรรมไหนสร้างคาร์บอนมากที่สุด เราก็จะมองเห็นแนวทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และช่วยแบ่งเบาภาระให้โลกได้อย่างตรงจุดมากขึ้น
ในงาน Sustainability Expo 2026 มีการจัดเวิร์กช็อปสนุก ๆ บนพื้นที่ SX Idea Lab ชวนผู้ร่วมงาน ทั้งน้อง ๆ นักเรียน-นักศึกษา และประชาชนทั่วไป มาทดลองคำนวณ Carbon Footprint จากกิจกรรมในชีวิตประจำวัน โดยทีมจากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้พัฒนาแอปพลิเคชันขึ้นมาเป็นเครื่องมือช่วยให้การนับคาร์บอนเป็นเรื่องง่ายและเข้าถึงได้มากขึ้น
SPOTLIGHT ชวนทุกคนมาร่วมสำรวจและทดลองนับคาร์บอนไปพร้อมกันว่า ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ไลฟ์สไตล์ของเราสร้าง Carbon Footprint ไว้มากน้อยแค่ไหน และมีกิจกรรมอะไรบ้างที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ เพื่อให้การใช้ชีวิตประจำวันเป็นมิตรกับโลกมากขึ้น อ่านต่อในบทความฉบับเต็ม
แม้ผู้คนจะเริ่มตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนและรู้จักคำว่า Carbon Footprint มากขึ้น แต่หลายคนยังไม่รู้ว่าจะคำนวณรอยเท้าคาร์บอนจากกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่างไร
ศ. ดร. ซาซากิ โนเพีย (Prof. Nophea Sasaki) ศาสตราจารย์จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า ทีมงานเห็นว่าหลายคนเริ่มตระหนักถึงเรื่อง Carbon Footprint แล้ว แต่ยังขาดเครื่องมือที่จะช่วยคำนวณอย่างจริงจัง จึงพัฒนาแอปพลิเคชันขึ้นมาเพื่อให้การนับคาร์บอนเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่ายและคุ้นเคยมากขึ้น โดยหวังว่าความเข้าใจที่เกิดขึ้นจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันได้ในที่สุด
เวิร์กช็อปนี้ยังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ 4 คน ได้แก่ คุณเออิน เดรย์ ออง นักสร้างสรรค์ด้านความยั่งยืน, ศ. ดร. ซาซากิ โนเพีย จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ฯ, คุณพลวัชร ไตรอุโฆษ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ครูโฮลดิ้งส์ จำกัด และคุณทาคุจิ ดับเบิลยู สึซากะ รองศาสตราจารย์จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) โดยมี C asean ร่วมขับเคลื่อนพื้นที่ความร่วมมือด้านความยั่งยืนในงาน Sustainability Expo 2026
บรรยากาศในเวิร์กช็อปเต็มไปด้วยความสนุก เมื่อผู้เข้าร่วมได้ย้อนทบทวนกิจกรรมตั้งแต่ตื่นนอนในตอนเช้า ตั้งแต่อาบน้ำกี่นาที เดินทางมางานด้วยวิธีใด เป็นระยะทางกี่กิโลเมตร ระหว่างวันเดินไปแล้วเท่าไร รวมถึงมื้อเช้าและมื้อกลางวันมีวัตถุดิบอะไรอยู่ในจานบ้าง เพราะทุกกิจกรรมล้วนมีส่วนสร้าง Carbon Footprint ทั้งสิ้น
ช่วงแรกทุกคนเริ่มต้นจากการจดข้อมูลลงบนกระดาษ ก่อนนำมาเปรียบเทียบและคำนวณ ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร แต่เมื่อมีแอปพลิเคชันให้ทดลองดาวน์โหลดและกรอกข้อมูลด้วยตัวเอง บรรยากาศก็ยิ่งคึกคักขึ้น ผู้เข้าร่วมได้เห็นผลการคำนวณของตัวเองทันที และเรียนรู้ไปพร้อมกันว่าแต่ละกิจกรรมส่งผลต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างไร
หนึ่งในผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อปเล่าว่า ก่อนหน้านี้ไม่เคยรู้มาก่อนว่าอาหารที่มีเนื้อวัวเป็นส่วนผสมมี Carbon Footprint สูงกว่าเนื้อสัตว์หลายชนิด เรื่องใกล้ตัวอย่างอาหารในแต่ละมื้อจึงกลายเป็นมุมให้ฉุกคิด และอาจทำให้การเลือกกินในมื้อต่อไปเปลี่ยนไปได้
สิ่งที่น่าสนใจคือ การนับคาร์บอนไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าถูกบังคับให้เปลี่ยนวิถีชีวิต แต่กลับกลายเป็นความท้าทายเล็ก ๆ ที่สนุกว่า วันต่อไปเราจะลดรอยเท้าคาร์บอนของตัวเองลงได้อีกเท่าไร
คุณผู้อ่านก็สามารถทดลองนับ Carbon Footprint ของตัวเองได้เช่นกัน เพียงสแกน QR Code เพื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน แล้วลองสำรวจดูว่าในหนึ่งวัน เราสร้างรอยเท้าคาร์บอนไว้มากแค่ไหน