
วันที่ 8 พ.ย.ที่ริเวอร์พาร์ค ไอคอนสยาม กรุงเทพมหานคร นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีจุดเทียนชัยดิวาลี และกล่าวเปิดงานเทศกาล Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 โดยมีนายปุนีต อัครวาล (H.E. Mr. Puneet Agrawal) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย นายนิกร ซัจเดว นายกสมาคมอินเดียแห่งประเทศไทย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะทูตานุทูต ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนชาวไทยเชื้อสายอินเดีย และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงาน
โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ร่วมพิธีจุดเทียนชัยดิวาลี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเทศกาลแห่งแสงสว่าง พร้อมรับชมการแสดงทางวัฒนธรรมไทย–อินเดีย ชุด “รามายณะ–รามเกียรติ์” ที่สะท้อนความเชื่อมโยงทางอารยธรรมและมรดกทางวัฒนธรรมอันยาวนานของทั้งสองประเทศ
จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดงาน โดยแสดงความยินดีที่ได้ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลีกับมิตรชาวอินเดียและชุมชนชาวไทยเชื้อสายอินเดีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยมาอย่างยาวนาน พร้อมกล่าวถึงความหมายของแสงประทีปดิวาลีที่สะท้อนความเชื่ออันเป็นสากลว่า แสงสว่างย่อมเอาชนะความมืด ความดีย่อมมีชัยเหนือความชั่วร้าย และความรู้กับความหวังจะเป็นพลังนำพาผู้คนก้าวไปข้างหน้า
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยและอินเดียมีความผูกพันทางวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง โดยอิทธิพลทางอารยธรรมอินเดียปรากฏอยู่ในวิถีชีวิตของคนไทย ทั้งหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา วรรณคดีรามายณะที่ได้รับการสืบทอดเป็นรามเกียรติ์ ตลอดจนภาษาไทยที่มีรากศัพท์จากภาษาสันสกฤตและบาลี สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิดเสมือนเป็นครอบครัวทางวัฒนธรรมเดียวกัน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศในปัจจุบัน
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนไทยและอินเดีย โดยอินเดียถือเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย การจัดเทศกาลดิวาลีจึงไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมอินเดียเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างความเข้าใจและความใกล้ชิดระหว่างประชาชน ตลอดจนแสดงให้ประชาคมโลกเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางที่อบอุ่น เปิดกว้าง และพร้อมต้อนรับผู้คนจากทุกวัฒนธรรมและทุกศาสนา
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดงานเทศกาลดิวาลีให้เกิดขึ้นอย่างงดงาม โดยเห็นว่าการจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมอินเดีย แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับอินเดีย พร้อมอวยพรให้แสงสว่างแห่งเทศกาลดิวาลีนำมาซึ่งสันติสุข ความสุข และความเจริญรุ่งเรืองแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ ก่อนประกาศเปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 อย่างเป็นทางการ และร่วมกับแขกผู้มีเกียรตินับถอยหลังเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งแสงสว่าง
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศผ่านมิติทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงประชาชน สร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกัน และต่อยอดสู่โอกาสทางเศรษฐกิจ การจัดงานเทศกาลดิวาลีครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการเผยแพร่ภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเสริมสร้างมิตรภาพระหว่างไทยกับอินเดียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว
Advertisement