
แม้หลายคนกำลังเฝ้าฝันถึงกิจกรรมมากมายในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์นี้ ไม่ว่าจะเป็นการออกไปเล่นน้ำสงกรานต์กับเพื่อน หรือการได้สังสรรค์ปาร์ตีกับเพื่อนและครอบครัว แต่บางคนกำลังฝันหวานเฝ้ารอการนอนยาวโดยที่ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น!
ถ้าหากคุณเป็นประเภทหลัง ที่พอหยุดยาวทีไร ชีวิตไม่เคยต้องการอะไรนอกจากการนอน แต่พอนอนสักพัก ความอ่อนเพลียก็ถามหา คำถามคือ ทำไมการได้พักผ่อนโดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาในการนอน กลับทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้ามากกว่าเดิมได้?
Spotlight พาไปหาคำตอบว่า ทำไมบางคนถึงรู้สึกอ่อนเพลียในช่วงวันหยุด ไม่ได้รู้สึกกระปรี้กระเป่าอย่างที่คิด
หากความอ่อนเพลียเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่วันแรกของวันหยุด นั่นอาจเป็นเพราะร่างกายกำลังอยู่ในช่วง “นอนชดเชย” ตามคำอธิบายของศาสตราจารย์โดโรธี บรัค นักจิตวิทยาด้านการนอนหลับ
ความวุ่นวายในช่วงก่อนเทศกาล ทำให้หลายคนอยู่ในภาวะ “เร่งเครื่องตลอดเวลา” เมื่อถึงช่วงที่ได้หยุดพักจริง ๆ ร่างกายจึงเริ่มรับรู้ถึงการขาดการนอนหลับที่สะสมมาอย่างยาวนาน ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกกลบด้วยอะดรีนาลีนที่หลั่งอย่างต่อเนื่อง
ในความเป็นจริง วันหยุดจึงอาจกลายเป็นเหมือน “สัญญาณเตือน” ว่า เรานอนหลับไม่เพียงพอมานานแค่ไหน
ศ.บรัคอธิบายว่า “ถ้าคุณไม่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่มาสักระยะหนึ่ง คุณอาจลืมไปแล้วว่าการนอนเต็มอิ่มจริง ๆ รู้สึกอย่างไร”
โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ใหญ่จะนอนหลับประมาณ 7.2–7.3 ชั่วโมงต่อคืน แต่เมื่อเปิดโอกาสให้ร่างกายนอนจนเต็มที่จริง ๆ ตัวเลขเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นเป็นราว 8.25 ชั่วโมง
นั่นหมายความว่า ในชีวิตประจำวัน หลายคนอาจนอนน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการเกือบ 1 ชั่วโมงต่อวัน และวันหยุดยาวแบบสงกรานต์นี่แหละ คือช่วงเวลาที่ร่างกายจะ “ทวงคืน” การพักผ่อนที่ขาดหายไป
ศ.บรัคยังชี้ว่า การนอนหลับไม่ใช่แค่ช่วงเวลาที่ร่างกายหยุดทำงาน แต่กลับเป็นช่วงที่สมองทำงานอย่างเข้มข้น โดยใช้ทั้งออกซิเจนและกลูโคสมากกว่าตอนตื่น
ระหว่างการนอน สมองจะสร้างการเชื่อมต่อใหม่ จัดเก็บข้อมูล คัดแยกสิ่งที่ไม่จำเป็น และจัดระเบียบความทรงจำ เพื่อให้สามารถเรียกใช้ได้ในภายหลัง
“การนอนสำคัญพอ ๆ กับอาหารที่ดีและการออกกำลังกาย ผู้คนควรให้ความสำคัญกับมันมากขึ้น”
อย่างไรก็ตาม หากความเหนื่อยล้ายังคงยืดเยื้อและไม่ทุเลา อาจไม่ได้เป็นเพียงปัญหาการนอน แต่เกี่ยวข้องกับสภาพจิตใจ เช่น ภาวะหมดไฟจากการทำงาน
ศ.บรัคอธิบายว่า สิ่งที่เรารับรู้ว่าเป็นความเหนื่อยล้า อาจไม่ใช่แค่การอดนอน ความง่วงคือความอยากนอน แต่ความอ่อนเพลียมีความซับซ้อนมากกว่า และไม่ได้หมายความว่าคุณต้องง่วงเสมอไป
ในท้ายที่สุด ความเหนื่อยที่เกิดขึ้นในวันหยุด อาจไม่ใช่เรื่องแปลก หากแต่เป็นสัญญาณจากร่างกายที่กำลังพยายามฟื้นฟูตัวเอง หลังจากถูกใช้งานอย่างหนัก
งีบกลางวันในวันหยุด ความสุขเล็ก ๆ ที่อาจกระทบการนอนกลางคืน
การงีบหลับช่วงบ่ายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องงาน ถือเป็นหนึ่งในความสุขเล็ก ๆ ของวันหยุดที่หลายคนเฝ้ารอ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็อาจะเป็นสาเหตุของการอ่อนเพลียได้
โดยทั่วไป เรามักเชื่อมโยงอาการง่วงในช่วงบ่ายเข้ากับการรับประทานอาหารกลางวัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะที่เรียกว่า “mid-afternoon dip” หรือช่วงที่ความตื่นตัวลดลงในตอนบ่าย เป็นส่วนหนึ่งของจังหวะชีวภาพของร่างกาย ซึ่งเป็นนาฬิกาชีวภาพที่ควบคุมการตื่นและการนอน และสามารถเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะรับประทานอาหารหรือไม่ก็ตามตามคำอธิบายของศาสตราจารย์โดโรธี บรัค
เมื่อปราศจากแรงกดดันจากงานหรือเส้นตายช่วงบ่าย รวมถึงสภาวะที่ผ่อนคลายมากขึ้น การพยายามตื่นตัวตลอดทั้งวันในช่วงวันหยุดจึงอาจยิ่งทำได้ยากกว่าปกติ
แม้ว่าการงีบหลับจะเป็นสิ่งที่สามารถเพลิดเพลินได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด แต่หากงีบนานเกินไปในช่วงกลางวัน อาจส่งผลให้ “แรงขับในการนอน” ของร่างกายในตอนกลางคืนลดลง ทำให้นอนหลับยาก พลิกตัวไปมา และอาจต้องใช้เวลานานกว่าจะหลับได้
ภาวะนอนไม่หลับนี้ยังอาจกระตุ้นความกังวล ซึ่งยิ่งทำให้การนอนหลับยากขึ้นไปอีก
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากกังวลเรื่องคุณภาพการนอนตอนกลางคืน ควรจำกัดเวลางีบในตอนกลางวันไม่เกิน 20 นาที โดยอาจตั้งนาฬิกาปลุกไว้ทันทีที่เริ่มรู้สึกง่วง เพื่อให้ในช่วงค่ำคืน ร่างกายยังคงสามารถพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ และทำให้วันหยุดยาวของคุณไม่เพลียเกินไปจากการนอน