Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
บราซิลยกเลิกขุดลอกแม่น้ำ หลังชนพื้นเมืองยึดท่าเรือประท้วง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

บราซิลยกเลิกขุดลอกแม่น้ำ หลังชนพื้นเมืองยึดท่าเรือประท้วง

24 ก.พ. 69
11:27 น.
แชร์

23 กุมภาพันธ์ 2569 เจ้าหน้าที่รัฐบาลบราซิลประกาศว่า รัฐบาลตัดสินใจยกเลิกกฤษฎีกาที่จะขยายเส้นทางเดินเรือในลุ่มน้ำแอมะซอนภายใต้โครงการแปรรูปรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลกลาง หลังผู้ประท้วงชาวพื้นเมืองบุกยึดท่าเรือของบริษัทคาร์กิลล์ (Cargill) บริเวณแม่น้ำทาปาโฮส

โครงการแม่น้ำทาปาโฮส

แม่น้ำทาปาโฮส หนึ่งในแม่น้ำสายลักของประเทศบราซิล ตั้งอยู่ทางขวาของแม่น้ำแอมะซอน และสงแม่น้ำใหญ่ไหลมาบรรจบกันบริเวณเมืองซานตาเรม และที่ท่าเรือเมืองซานตาเรมนี้เองคือ จุดยุทธศาสตร์สำคัญในการส่งออกถั่วเหลืองและข้าวโพดจากตอนกลางของบราซิลไปยังตลาดโลก บริษัทคาร์กิลล์ ยักษ์ใหญ่ด้านสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ และเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกถั่วเหลืองรายใหญ่ที่สุดในบราซิล มีท่าเรือของบริษัททั้งอยู่บริเวณจุดยุทธศาสตร์นี้ด้วย

เมื่อเดือนสิงหาคมปีก่อนประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ได้ลงนามใน กฤษฎีกาที่  12,600/2025 เพื่อบรรจุโครงการขยายเส้นทางเดินเรือและขุดลอกแม่น้ำทาปาโฮสเข้าสู่ "โครงการแปรรูปแห่งชาติ" (National Privatization Program - PND)

ต่อมาเดือนธันวาคม 2568 รัฐบาลบราซิลได้ประกาศประมูลงานบริหารจัดการและขุดลอกแม่น้ำทาปาโฮส

เป้าหมายหลักของโครงการคือ รัฐบาลและกลุ่มธุรกิจเกษตรต้องการเปลี่ยนแม่น้ำทาปาโฮสให้เป็น "ระเบียงขนส่งสินค้าอุตสาหกรรม" เพื่อให้เรือขนาดใหญ่สามารถขนส่งสินค้าได้ตลอดทั้งปี แม้ในช่วงหน้าแล้ง รายงานระบุว่า โครงการขุดลอกแม่น้ำทาปาโฮสนี้มีมูลค่าประมาณ 74.8 ล้านเรอัลบราซิล (ประมาณ 500-600 ล้านบาท) เพื่อปรับปรุงร่องน้ำให้รองรับการขนส่งหนักได้

ด้านคาร์กิลล์มีแผนขยายความจุในการจัดเก็บสินค้าที่ท่าเรือซานตาเร็มจากเดิม 60,000 ตัน เป็น 90,000 ตัน และยังมีแผนสร้างท่าเรือใหม่ในพื้นที่ใกล้เคียง (Abaetetuba) ซึ่งคาดว่า ต้องใช้เงินลงทุนสูงถึง 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 5,400 ล้านบาท)

ขั้นตอนที่สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่ายคือ การขุดลอกร่องน้ำและการแปรรูปการบริหารจัดการทางน้ำให้เป็นของเอกชน 

กังวลผลกระทบสิ่งแวดล้อม

กลุ่มชาวพื้นเมืองและองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม (เช่น Amazon Watch และ International Rivers) กังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น อาทิ 

การประมง: การขุดลอกอาจทำลายหน้าดินใต้น้ำที่เป็นแหล่งวางไข่ของปลา ส่งผลให้จำนวนปลาลดลงซึ่งเป็นแหล่งอาหารหลักของชุมชน, การเดินเรือขนาดใหญ่อาจทำให้เกิดคลื่นแรงที่เป็นอันตรายต่อเรือประมงพื้นบ้าน

ป่าไม้: การจนส่งที่สะดวกสบายและรองรับการขนส่งจำนวนมาก อาจกระตุ้นให้เอกชนต้องการขายฐานการผลิต เป็นแรงจูงใจให้เกิดการขยายพื้นที่ปลูกถั่วเหลืองลึกเข้าไปในป่าดิบชื้น นำไปสู่การบุกรุกที่ดินและการตัดไม้ทำลายป่ามากขึ้น

ระบบนิเวศ: การขุดลอกร่องน้ำอาจเปลี่ยนทิศทางและการไหลของน้ำ อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุ่มน้ำรอบข้าง

Amazon Watch รายงานว่า การเปลี่ยนแม่น้ำสายหลักของแอมะซอนให้กลายเป็นทางน้ำอุตสาหกรรมเพื่อเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจเกษตรนั้น แลกมาด้วยต้นทุนที่สูงยิ่งสำหรับเขตแดนและชุมชนดั้งเดิม ความหลากหลายทางชีวภาพ และสภาพภูมิอากาศ ผลกระทบที่ระบุไว้ ได้แก่ แรงกดดันต่อชุมชนชาวพื้นเมือง, กลุ่มกีลมโบส (Quilombos - ชุมชนชาวบราซิลเชื้อสายแอฟริกัน) และชุมชนท้องถิ่นอื่น ๆ การเก็งกำไรที่ดินและการบุกรุกที่ดิน การขยายตัวของพื้นที่ปลูกถั่วเหลืองลึกเข้าไปในอะเมซอน การปนเปื้อนในน้ำ การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศการไหลของแม่น้ำ และความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นตามเส้นทางขนส่งถั่วเหลือง

อเลสซานดรา โครัป มุนดูรูกู ผู้นำจากภูมิภาคทาปาโฮสตอนกลาง และเจ้าของรางวัลสิ่งแวดล้อมโกลด์แมนปี 2023 กล่าวว่า ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมเริ่มปรากฎให้เห็นแล้ว

“เพราะการส่งออกถั่วเหลืองที่เพิ่มขึ้นผ่านแม่น้ำทาปาโฮส ทำให้มีการขุดลอกมากขึ้น มีท่าเรือมากขึ้น และมีการจราจรของเรือบรรทุกสินค้าที่หนักขึ้น เราเริ่มเห็นปลาที่ผิดปกติ ปลาที่หายไป และปลาที่ปนเปื้อน โดยมีท้องที่เต็มไปด้วยเมล็ดธัญพืช ในขณะที่คนนอกโฟกัสแต่เรื่องเศรษฐกิจ พวกเขาลืมเรื่องความมั่นคงทางอาหาร หากโครงการนี้ขยายตัว ยาพิษเหล่านั้นจะยิ่งเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของเมืองที่อยู่ใกล้เคียงมากขึ้น” อเลสซานดราเตือน

ตามคำเห็นของออริเซเลีย อาราปิอุนส์ ผู้นำชนพื้นเมืองภูมิภาคทาปาโฮสตอนล่าง "การบำรุงรักษาการเดินเรือ" ในแม่น้ำแอมะซอนให้เป็นของเอกชน หมายถึง การอนุญาตให้มีการขุดลอกที่ทำลายล้างและการแทรกแซงโครงสร้างเพื่อเร่งการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ถั่วเหลืองและข้าวโพด

ชุมชน-องค์กรสิ่งแวดล้อมประท้วง

มีเสียงคัดค้านจากชาวพื้นเมืองและองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมต่อเนื่อง สถานีขนส่งธัญพืชของคาร์กิลล์ถูกปิดล้อมโดยกลุ่มชาวพื้นเมืองมาตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม  และเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กลุ่มชาวพื้นเมือง 400 คน พร้อมเรือ 4 ลำ ได้เข้าสกัดกั้นเรือบรรทุกธัญพืชในแม่น้ำทาปาโฮส แต่พวกเขาประท้วงอย่างสันติ

กลุ่มผู้ประท้วงชาวพื้นเมืองเรียกร้องให้มีการยกเลิก กฤษฎีกาที่ 12,600/2025 ซึ่งบรรจุแม่น้ำมาเดรา, ทาปาโฮส และโตกันตินส์ เข้าไว้ในโครงการแปรรูปรัฐวิสาหกิจแห่งชาติของบราซิล รวมถึงขอให้ยกเลิกแผนการขุดลอกแม่น้ำทาปาโฮสในทันที

“แม่น้ำสายนี้คือถนนของเรา เป็นแหล่งอาหาร เป็นบ้านของปลา และจำเป็นต่อความสมดุลของป่าและสภาพภูมิอากาศ ความมั่งคั่งนี้จะถูกเปลี่ยนให้เป็นระเบียงส่งออกถั่วเหลืองได้อย่างไร? และที่แย่กว่านั้นคือ ทำโดยไม่รับฟังผู้คนที่อาศัยอยู่และพึ่งพาแม่น้ำสายนี้เลยหรือ?” ออริเซเลีย อาราปิอุนส์กล่าว

เขากล่าวว่า ชนพื้นเมืองมารวมตัวกันเพราะต้องการให้บราซิลเคารพอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 169 และปรึกษาหารือกับชุมชนก่อนที่จะมีการตัดสินใจใด ๆ เนื่องจากกฤษฎีกาฉบับที่ 12,600/2025 ได้ถูกลงนามก่อนถามความเห็นจากประชาชน 

ปฏิบัติการวันที่ 19 ขยายแรงกดดันไปยังสิ่งอำนวยความสะดวกในการขนถ่ายสินค้าบริเวณริมฝั่งแม่น้ำด้วย

ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามขัดขวางไม่ให้เรือเข้าใกล้เรือบรรทุกธัญพืช ผู้ประท้วงจำนวนมากได้กระโดดลงแม่น้ำและสามารถปีนขึ้นไปบนเรือยักษ์ลำดังกล่าวได้สำเร็จ พร้อมกับกางป้ายข้อความว่า “แม่น้ำทาปาโฮสไม่ได้มีไว้ขาย” และ “ยกเลิกกฤษฎีกาแห่งความตาย”

การปิดล้อมที่ดำเนินมานานหลายสัปดาห์นี้เกิดขึ้น ท่ามกลางการขยายตัวของระเบียงโลจิสติกส์ Northern Arc ซึ่งรวมถึงโครงการทางรถไฟยักษ์ใหญ่ Ferrogrão ที่วางแผนไว้เพื่อเพิ่มการส่งออกธัญพืชอย่างมหาศาลผ่านเมืองซินอปในรัฐมาตูโกรสซู ไปยังท่าเรือแม่น้ำทาปาโฮสในเมืองมิริติทูบา รัฐปารา การประมูลสัมปทานทางรถไฟมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนกันยายน แม้ว่าโครงการจะยังคงอยู่ภายใต้คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลฎีกาบราซิลก็ตาม

ระเบียงเศรษฐกิจ Northern Arcระเบียงเศรษฐกิจ Northern Arc คือ ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐานทางตอนเหนือของประเทศบราซิล เพื่อสร้างเส้นทางส่งออกสินค้าเกษตร (โดยเฉพาะถั่วเหลืองและข้าวโพด) ออกสู่ตลาดโลกผ่านลุ่มน้ำอะเมซอน แทนการพึ่งพาท่าเรือทางตอนใต้และตะวันออกเฉียงใต้ที่อยู่ห่างไกลและแออัด

วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือ การลดต้นทุนการขนส่ง เนื่องจากรัฐมาตูโกรสซู (Mato Grosso) ซึ่งอยู่ตอนกลางของประเทศผลิตถั่วเหลืองมากที่สุด แต่มีระยะทางไกลและค่าขนส่งสูง นอกจากนี้ั ยังต้องการย่นระยะเวลาการเดินเรือไปยังยุโรปและจีนได้มากกว่าเดิมหลายวัน ด้วยการส่งออกผ่านทางทิศเหนือ ผานแม่น้ำแอมะซอน

เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ต้องรวมโครงสร้างพื้นฐานเข้าด้วยกัน ได้แก่ แม่น้ำสายหลักอย่าง Tapajós, Madeira, Tocantins และ Amazon เป็นทางหลวงน้ำเพื่อขนส่งเรือ, ต้องสร้างและขยายสถานีขนส่งสินค้า เช่น ในเมือง Santarém, Miritituba และ Itacoatiara และขยายโครงข่ายการขนส่งทางบกด้วยทางหลวงและทางรถไฟ มีโครงการ ทางรถไฟ Ferrogrão โครงการรถไฟสายยักษ์ที่ออกแบบมาเพื่อขนส่งธัญพืชโดยเฉพาะ ปัจจุบันยังมีข้อพิพาทอยู่


แชร์
บราซิลยกเลิกขุดลอกแม่น้ำ หลังชนพื้นเมืองยึดท่าเรือประท้วง