Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เปิดธุรกิจ (มืด) ค้าสัตว์ป่า อาเซียนขึ้นแท่นฮอทสปอทโลก มูลค่ามหาศาล
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

เปิดธุรกิจ (มืด) ค้าสัตว์ป่า อาเซียนขึ้นแท่นฮอทสปอทโลก มูลค่ามหาศาล

22 ม.ค. 69
17:50 น.
แชร์

เมื่อพฤศจิกายนเดือนก่อน หน่วยลาดตระเวนของไทยได้จับกุมผู้ต้องสงสัยขบวนการค้าสัตว์ป่า พร้อมลิงแสม 81 ตัวไว้ได้ ณ บริเวณใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา นี่เป็นเพียงยอดภูเขานำแข็งของตลาดมืดการค้าสัตว์ป่าผิดกฎหมาย 

ตลาดค้าสัตว์ป่า ตลาดพลุกพล่านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เอง การค้าสัตว์ป่าแบบผิดกฎหมายมีมูลค่าประมาณ 8 – 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของตลาดมืดทั่วโลก เรียกว่าเป็น “ฮอตสปอตการค้าสัตว์ป่า” แห่งหนึ่งของโลกคงไม่ผิด

แวนดา เฟลบับ-บราวน์ (Vanda Felbab-Brown) นักวิชาการอาวุโส ศูนย์ Strobe Talbott ว่าด้วยความมั่นคง ยุทธศาสตร์ และเทคโนโลยี ในโครงการนโยบายต่างประเทศ สถาบันบรูคกิงส์กล่าวว่า ตลาดค้าสัตว์ป่าในเอเชียตะวันออกฉียงใต้เติบโตตามอุปสงค์ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว 

ตัวอย่างการบริโภค อาทิ ผู้บริโภคที่ต้องการบริโภคสัตว์ป่าเป็นสนค้าฟุ่มเฟือย หรือใช้เป็นของสะส ถ้วยรางวัล หรือสัตว์เลี้ยง  หรือความต้องการเนื้อสัตว์ป่าของชุมชนชายขอบ ความต้องการจำนวนมากยังเกิดจากการแพทย์แผนจีน 

“การขยายตัวของอุปทานสัตว์ป่าที่ได้มาและค้าขายอย่างผิดกฎหมายได้รับแรงหนุนจากการเปิดเสรีทางเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก การเชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมายที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เข้าถึงพื้นที่ป่าทุรกันดารเดิม และการทำไม้เชิงพาณิชย์” บทความสถาบันบรูคกิงส์กล่าว

เธอกล่าวว่า มีคนจนวยมากมีส่วน่วมกับขบวนการนี้ ตั้งแต่นักล่าพื้นบ้านยากจนไปจนถึงนักล่ามืออาชีพ—เครือข่ายพ่อค้าคนกลาง ผู้ค้าระดับสูง กลุ่มอาชญากรรมจัดตั้ง ผู้ฟอกสินค้า (เช่น ฟาร์มเพาะเลี้ยงและสวนสัตว์เอกชนที่ทุจริต) กลุ่มติดอาวุธ ตลอดจนผู้บริโภคทั้งในพื้นที่และไกลออกไป

ค้าสัตว์ป่ากับอาชญากร

บทความจาก Earth.org Vanishing Wild: The Battle Against Illegal Wildlife Trade กล่าวว่า การค้าสัตว์ป่าโลกกำลังเติบโต สวนทางกับประชากรสัตว์ใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด และมีสัตว์กว่า 4,000 สายพันธุ์ได้รับผลกระทบ ในจำนวนนี้ 3,250 สายพันธุ์อยู่ในบัญชีรายชื่อของอนุสัญญาไซเตส (CITES) และขัดขวางสมดุลทางธรรมชาติ ทำให้พืชจำนนมากใกล้สูญพันธุ์ตามไปด้วย

บทความชี้ว่า มูลค่าการค้าของการค้าสัตว์ป่าต่อปีสูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้การค้าสัตว์ป่าเป็นการก่ออาชญากรรมที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากยาเสพติด การปลอมแปลง และการค้ามนุษย์

ไม่ใช่แค่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ในหลายภูมิภาค การลักลอบค้าสัตว์ป่ามีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับองค์กรอาชญากรรม กลุ่มเหล่านี้มักใช้เส้นทางลับและเครือข่ายเดียวกับที่ใช้ลักลอบขนยาเสพติดและอาวุธ 

ตัวอย่างเช่น ในเม็กซิโก กลุ่มค้ายาเสพติดได้หันมาพัวพันกับการทำประมงและการค้ากระเพาะปลาโทโทอาบา (Totoaba) ผิดกฎหมาย ซึ่งมีราคาสูงมากในฐานะยารักษาโรคและอาหารเลิศรส ในบางส่วนของเอเชีย นอกจากนี้ยังมีรายงานความเชื่อมโยงที่คล้ายกันในการค้าหอยเป๋าฮื้อผิดกฎหมายในแอฟริกาใต้ด้วย

การบูรณาการไม่ใช่ของถนัดขององค์กรภาครัฐไทย แต่สำหรับกลุ่มอาชญากร การบูรณาการการค้าสัตว์ป่าเข้ากับปฏิบัติการอาชญากรรมที่มีอยู่เดิมถือเป็นความสามารถที่เปิดทางให้พวกเขาก่ออาชญากรรมใหม่ ๆ ได้เสมอ อย่างค้าอาวุธ ฟอกเงิน ตัดไม้ทำลายป่า  และมักฉวยประโยชน์จากสายสัมพันธ์กับกลุ่มอิทธิพลในท้องถิ่น

ตัวอย่างสายพันธ์ุในตกอยู่ในอันตราย

กล้วยไม้

แม้จะเป็นหนึ่งในกลุ่มพืชที่ถูกคุกคามมากที่สุดในโลก แต่กล้วยไม้มักถูกละเลยในการพูดถึงอาชญากรรมสัตว์ป่า กล้วยไม้ป่ากว่า 29,000 สายพันธุ์กลายเป็นของสะสมที่ผู้คนแสวงหาอย่างมาก ในขณะที่ตลาดถูกกฎหมายมักเป็นพันธุ์ผสม แต่กล้วยไม้ป่าจำนวนหลายพันต้นยังคงถูกเก็บอย่างผิดกฎหมายเพื่อตอบสนองความต้องการของนักสะสมเฉพาะกลุ่มที่พร้อมจะจ่ายเงินหลายพันดอลลาร์เพื่อสายพันธุ์หายากหรือที่เพิ่งค้นพบใหม่

ยุโรปกลายเป็นตลาดปลายทางที่สำคัญ โดยกล้วยไม้ผิดกฎหมายมักถูกส่งผ่านทางไปรษณีย์หรือสัมภาระส่วนตัว ผู้ค้ามัก "ฟอก" ต้นไม้ป่าผ่านสถานเพาะชำที่ถูกกฎหมายเพื่อขายเป็นต้นไม้ที่ขยายพันธุ์เอง นอกจากนี้โซเชียลมีเดียยังทำให้การค้าขายรวดเร็วขึ้นจนยากต่อการปราบปราม ในบางกรณี กล้วยไม้ชนิดใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบอาจถูกกวาดล้างจนเกือบหมดสิ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือนหลังถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ

ตัวลิ่น

ตัวลิ่นเป็นสัตว์ที่ถูกลักลอบค้ามากที่สุดในโลก โดยความต้องการ "เกล็ด" เพื่อใช้ในยาแผนโบราณเป็นแรงผลักดันหลัก แม้ว่าทั้ง 8 สายพันธุ์จะได้รับการคุ้มครองภายใต้บัญชีหมายเลข 1 ของไซเตส (CITES Appendix I) ตั้งแต่ปี 2016 ซึ่งห้ามการค้าเชิงพาณิชย์ระหว่างประเทศ แต่การลักลอบค้ายังคงเติบโตขึ้น โดยไนจีเรียกลายเป็นศูนย์กลางการส่งผ่านที่สำคัญ เชื่อมโยงกับการยึดเกล็ดลิ่นได้กว่า 190 ตันระหว่างปี 2010-2021 ซึ่งคิดเป็นจำนวนตัวลิ่นหลายแสนตัว โดยมีตลาดปลายทางหลักคือ จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และเวียดนาม

ม้าน้ำ

ม้าน้ำมักถูกค้าในรูปแบบตากแห้งเพื่อใช้ในยาแผนโบราณ ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกล่าโดยตรงแต่ติดมากับ "เครื่องมือประมง" (By-catch) โดยเฉพาะจากการทำประมงแบบลากอวนรุน (Bottom trawling) ข้อมูลการตรวจยึดชี้ให้เห็นว่าเปรูเป็นประเทศต้นทางสำคัญที่มีเส้นทางลักลอบขนส่งไปยังจีนและเวียดนาม โดยมักซุกซ่อนมากับสินค้าจำพวกหนังสัตว์หรือผลิตภัณฑ์ปลา

ความพยายามหยุดยั้งการค้าของป่า

หลายประเทศตระหนักถึงปัญหาการค้าของป่า ที่ไม่ใช่แค่อันตรายต่อสายพันธุ์พืชและสัตว์ แต่ต่อระบบนิเวศ และเป็นการพยุงกลุ่มอาชญากรไปพร้อมกัน ตัวอย่างความสำเร็จที่ Earth.org พูดถึงคือเนปาลและจีน

เนปาลกลายเป็นต้นแบบการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวด และความร่วมมือของชุมชน จากที่แรดนอเดียวเป็นสายพันธุ์ที่ถูกคุกคามมาก จนในปี 2015 มีแรดาศัยอญู่เพียง 645 ตัว รัฐบาลเนปลผลักดันกฎหมายอย่างจริงจังจนจำนวนเพิ่มเป็น 752 ในปี 2021 

งาช้างเคยเป็นสิน้ามีาคาและหรูหราในจีน แต่การได้มาซึ่งสินค้าฟุ่มเฟือยจ่ายด้วยการฆ่าช้างในทวีปแอฟริกามากถึงปีละ 30,000 ตัว ด้านจีนเองมีคำสั่งห้ามขายงาช้างในปี 2017 ทำให้มีการซื้องาช้างลดลงจาก 43% ก่อนปี 2017 เหลือต่ำกว่า 20% ภายในปี 2020นอกจานั้นการตรวจยึดงาช้างนำเข้าผิดกฎหมายในจีนลดลงไปถึง 80% รวมถึงราคาขายงาช้างดิบ ลดลงไป 65% 

คำสั่งนี้ส่งผลต่อราคาผลิตภัณฑ์งาช้างทั่วประเทศ โดยในปี 2017 ราคาผลิตภัณฑ์งานช้างทั่วจีนลลงมา 65% จากปี 2015 และหลายๆ ร้านค้าราคาลดลงกึ่งหนึ่ง พร้อมป้ายลดราคามากมาย


ที่มา: Earth.org, The Gef, Brookings, BBC, WildlifeThai

แชร์
เปิดธุรกิจ (มืด) ค้าสัตว์ป่า อาเซียนขึ้นแท่นฮอทสปอทโลก มูลค่ามหาศาล