advertisement

อินไซต์เศรษฐกิจ

เหรียญ LUNA จุดเริ่มต้นโดมิโนแห่งความวอดวาย | รวมมหากาพย์คดีความคริปโท

12 ส.ค. 65
เหรียญ LUNA จุดเริ่มต้นโดมิโนแห่งความวอดวาย | รวมมหากาพย์คดีความคริปโท

advertisement

“รวมมหากาพย์คดีความคริปโทฯ เมื่อเม่าต้องรวมพลัง 'ฟ้อง' เอาเงินคืน” เป็นบทความที่จะเล่าถึงเหตุการณ์ ที่นักลงทุนคริปโทเคอร์เรนซีรายย่อย หรือ ‘แมลงเม่า’ ลุกขึ้นมาเอาเรื่องผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหรียญ หรือบริษัทคริปโท ผ่านการฟ้องร้องบนชั้นศาล เพื่อหวังจะได้เงินที่เสียไปกับการลงทุนคืน เป็นอุทาหรณ์ให้กับนักลงทุนชาวไทย ให้รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมวงการคริปโท และเป็นตัวอย่างเพื่อศึกษาเพิ่มเติม หากโชคร้ายกลายเป็น ‘เม่าน้อย’ ที่ได้ผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดในวงการโลกการเงินแห่งอนาคตใบนี้

  

EP. 1 ‘เหรียญ LUNA’ อดีตเหรียญหัวแถว ที่ไปไม่ถึง ‘ดวงจันทร์’

  

หากย้อนกลับไปในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนก่อน ใน 10 อันดับเหรียญคริปโทหัวแถว จะต้องมีชื่อของ ‘Terra (LUNA)’ และ Terra USD (UST) ติดอันดับแน่ๆ แต่ตัดภาพมาตอนนี้ เหรียญทั้งสองสกุลนี้ รวมถึง Do Kwon  ผู้สร้างเหรียญ ได้กลายเป็น ‘ดาวร้าย’ แห่งวงการคริปโท ต้นเหตุของระเบิดลูกแล้วลูกเล่าในวงการ ที่สร้างความเสียหายให้กับวงการคริปโทกว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ (1.4 ล้านล้านบาท)

 

messageimage_1660301343202

  

เหรียญ LUNA ทำอะไรให้วงการคริปโท?

  

LUNA และ UST เป็นเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีที่สร้างขึ้นโดย ‘Terraform Labs’ เพื่อให้กลายเป็น ‘Stablecoin’ ตัวใหม่ของวงการ โดย UST เป็น ‘Algorithmic Stablecoin’ หรือก็คือ หรียญ UST ไม่ได้ถูกค้ำโดยเงินดอลลาร์ เพื่อตรึงมูลค่า (peg) ในอัตรา 1:1 เหมือนกับเหรียญ Stablecoin อื่นๆ แต่เป็นการนำเหรียญ ‘LUNA’ ที่มีมูลค่า 1 ดอลลาร์มาค้ำแทน โดยอาศัยการ burn (เผา) เหรียญออกจากระบบ เพื่อคงมูลค่าของเหรียญทั้งสองให้เป็นไปตามอุปสงค์-อุปทาน นอกจากนี้ ยังมีแพลตฟอร์ม Anchor ของ Terra เองที่เมื่อนำ LUNA มา Stake ไว้ จะได้กำไรสูงถึงประมาณ 20% 

  

ทำความเข้าใจเรื่องระบบค่าเงินของ LUNA-UST ได้ที่นี่

  

ทำความเข้าใจการทำงานของ Anchor ได้ที่นี่

 

531124

 

ซึ่งโมเดลและแพลตฟอร์มดังกล่าว ดึงดูดให้นักลงทุนรายย่อย รวมถึงสถาบันการเงินของโลกคริปโทหลายแห่งกระโดดเข้ามาลงทุน จนผลักดันให้ LUNA และ UST มีมาร์เก็ตแคปติดท็อป 10 ของวงการคริปโท แต่เมื่อระบบค่าเงินของ LUNA - UST ถูกโจมตีจากรายใหญ่ (คล้ายๆ การโจมตีค่าเงินของจอร์จ โซรอส) ก็ทำให้สมดุลระหว่าง LUNA - UST เสียหายหนัก ราคาเหรียญดิ่งอย่างรวดเร็ว ผสานกับอาการตื่นตระหนกตกใจของนักลงทุน จึงฉุดให้ราคาเหรียญ LUNA ‘ไร้ค่า’ภายในสัดาห์เดียว

 

และเมื่อ LUNA มูลค่าหายไปเกือบ 100% บริษัทด้านการลงทุนหลายรายที่ลงทุนใน LUNA ก็กระทบอย่างหนัก เพราะมูลค่าหายวับนับพัน หรือหมื่นล้านดอลลาร์ แถมตลาดคริปโทก็เผชิญขาลงต่อเนื่อง เกิดเป็น ‘โดมิโน’ ระเบิดลูกโซ่ของวงการคริปโทลูกแล้วลูกเล่า เสียหายทั้งวงการ แต่ที่เจ็บสุดเห็นจะเป็น ‘นักลงทุนรายย่อย’ ที่หลายคนทุ่มเงินเก็บทั้งชีวิตของตนให้กับเหรียญที่ใครๆ ก็เก็งว่า คืออนาคตของวงการ

 

ติดตามเหตุการณ์หายนะคริปโทที่เกิดขึ้นจากเหรียญ LUNA ได้ที่นี่

 

เคสเหรียญ LUNA เม่าเกาหลี + เม่าโลก ทำอย่างไร?

  

istock-1330926956

เม่าเกาหลีรวมทีม ฟ้อง Do Kwon

  

หลังเหตุการณ์การล่มสลายของเหรียญ LUNA สื่อท้องถิ่นของเกาหลีใต้รายงานว่า ช่วงกลางเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา กลุ่มนักลงทุนสัญชาติเกาหลีใต้ ผู้ได้รับความเสียหายจากการลงทุนใน LUNA รวมเป็นความเสียหายเกือบ 40 ล้านบาท ได้รวมตัวกันว่าจ้าง LKB & Partners บริษัทด้านกฎหมายเบอร์ต้นของประเทศ เพื่อฟ้องร้อง Do Kwon ฐานฉ้อโกง และขอให้ศาลสั่งอายัดทรัพย์สินเป็นการชั่วคราว

  

ทั้งสื่อท้องถิ่นและกระแสบนโซเชียลมีเดีย ยังเผยว่า ยังมีนักลงทุนเกาหลีอีกหลายกลุ่ม ได้รวมกลุ่มกันฟ้องร้อง Do Kwon และ Daniel Shin ผู้ร่วมก่อตั้ง Terraform Labs อีกหลายคดี นอกจากนี้ ทีมกฎหมายของ Terra ได้ตบเท้ากันลาออกไปเรียบร้อยแล้วในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพิ่มความความเปราะบางให้บริษัทมากยิ่งขึ้น

  

istock-98243790_1

เม่าสหรัฐ ยื่นฟ้อง Do Kwon และพวก ที่แคลิฟอร์เนีย

 

ในสหรัฐนั้น มีทั้งการยื่นฟ้องแบบรวมกลุ่ม (Class action lawsuit) และการฟ้องเดี่ยว รวมแล้วประมาณ 3 เคสด้วยกัน เช่น เคสเดี่ยวของ Nick Patterson, เคสกลุ่มนักลงทุนที่ยื่นฟ้องผ่านสำนักงานกฎหมายอย่าง Bragar Eagel & Squires และเคสของ Scott+Scott Attorney โดยทั้งหมดนี้เป็นการยื่นฟ้องต่อศาลในรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อช่วงเดือน ก.ค. 

 

โดยหลักๆ แล้ว กลุ่มเม่าสหรัฐได้รวมยื่นฟ้อง Do Kwon และพวก รวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกัน เช่น Jump Crypto, Jump Trading, DeFiance Capital รวมถึงแพลตฟอร์มด้านคริปโทที่ยื่นล้มละลายไปเรียบร้อยแล้วอย่าง Three Arrow Capitals ต่อศาลในแคลิฟอร์เนีย ในหลายข้อหา เช่น   ฉ้อโกง, ยุยงให้นักลงทุนรายย่อย ซื้อเหรียญในระบบนิเวศของ Terra ในระดับราคาที่ ‘เฟ้อเกินจริง’, สร้างและเผยแพร่ข่าวสารปลอมหรือข้อความที่ไม่เป็นความจริง ไปจนถึงการช่วยเหลือและสนับสนุนการคบคิดกันใช้วิธีการทุจริต 

 

istock-1346156711

เคสเหรียญ LUNA หน่วยงานรัฐทำอย่างไร?

 

รัฐบาลเกาหลีใต้ในฐานะเจ้าบ้านของ Terra ได้เปิดสอบเรื่องนี้ทันที โดยมีการตั้งทีมเฉพาะกิจที่เชี่ยวชาญด้านอาชญากรรมการเงินและหลักทรัพย์เข้ามาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ โดยทางการเกาหลีคาดว่า มีคนถือ Luna เฉพาะในเกาหลีอยู่ถึง 2.8 แสนคน ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานข่าวด้วยว่า อัยการเกาหลีกำลังพิจารณาว่าจะฟ้องในความผิดเกี่ยวกับ แชร์ลูกโซ่ ด้วยได้หรือไม่ แต่ปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเพิ่มเติม

   

ช่วงต้นเดือน ก.ค. Han Dong-hoon รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของเกาหลี ได้เดินทางไปพบกับตัวแทนอัยการจากฝั่งสหรัฐ เพื่อหารือเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นของ LUNA และ Terra

  

รายงานจากสำนักข่าว Yonhap เผยว่า ตัวแทนจากฝ่ายสหรัฐและเกาหลี ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลคดีของผู้เสียหายจากเหรียญ Luna และ UST รวมถึงได้ร่วมกันหาแนวทางที่เพิ่มการแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์ซึ่งกันและกัน ร่วมมือกันรับมือกับคดีด้านการเงิน และคริปโทเคอร์เรนซีที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

  

โดย ณ ขณะนั้น ตัวแทนอัยการฝ่ายเกาหลี ได้เตรียมการแจ้งข้อหาเกี่ยวกับคดีฉ้อโกง ส่วนฝั่งสหรัฐกำลังตรวจสอบว่าวิธีการทางการตลอดของ Terra ขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองนักลงทุนหรือไม่

  

messageimage_1660301350551

 

แล้ว Do Kwon กับพวกเป็นอย่างไร? 

 

ปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่า Do Kwon ได้เดินทางมาเข้ากระบวนการในชั้นศาล เพื่อต่อสู้ในคดีต่างๆ ซึ่งเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เว็บไซต์ Finbold รายงานว่า อัยการประเทศเกาหลีใต้ได้ขอให้กระทรวงยุติธรรมออกหมายเรียก ‘Do Kwon’ ให้มารายงานตัว ทันทีที่เดินทางกลับมายังประเทศเกาหลี ซึ่งขณะนี้คาดว่าอยู่ในประเทศสิงคโปร์ รวมถึงระงับการเดินทางไปยังต่างประเทศของ Shin Hyun-seong ผู้ร่วมก่อตั้ง Terra 

 

แค่ EP แรกยังดุเดือดขนาดนี้ มาติดตามกันว่า EP ต่อไป “รวมมหากาพย์คดีความคริปโทฯ

เมื่อเม่าต้องรวมพลัง 'ฟ้อง' เอาเงินคืน” จะหยิบเคสไหนมาแบ่งปันกัน

 

ที่มา : Crpyto Briefing

advertisement

Relate Post

Spotlight