Logo site Amarintv 34HD
Big Rewardslogo duooneLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
เงินเดือน 20,000บาทกับเป้าหมาย"เงินล้านแรก" เป็นไปได้หรือแค่ฝันกลางวัน
โดย : ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์

เงินเดือน 20,000บาทกับเป้าหมาย"เงินล้านแรก" เป็นไปได้หรือแค่ฝันกลางวัน

1 พ.ย. 69
08:14 น.
แชร์

เคยลองนั่งตั้งคำถามกับตัวเองไหมครับว่า ทุกวันนี้พอเงินเดือนออกปุ๊บ เงินก้อนนั้นอยู่กับเรานานเท่าไร เชื่อว่าคนทำงานหลายคนที่เพิ่งเริ่มต้นสร้างตัวด้วยเงินเดือนประมาณ 20,000 บาท น่าจะเคยเจอสภาวะเดียวกัน คือมีภาระรายจ่ายจ่อคิวรออยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าห้อง ค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ที่พอรวมกันแล้วกลับเป็นเงินก้อนใหญ่ พอตกสิ้นเดือน เงินในบัญชีก็แทบจะไม่เหลือให้เก็บออม

ความรู้สึกนี้มักนำไปสู่คำถามสำคัญที่ว่า "แล้วคนเงินเดือนสองหมื่นอย่างเรา จะมีโอกาสจับเงินล้านแรกได้จริงๆ กี่โมง

ในฐานะคนที่ติดตามเรื่องการวางแผนทางการเงินและการลงทุนมาโดยตลอด ผมอยากย้ำให้คุณเชื่อมั่นว่า เงินล้านแรกเป็นไปได้แน่นอนครับ เพียงแต่หัวใจสำคัญอาจไม่ได้เริ่มจากการวิ่งหาการลงทุนที่เสี่ยงสูงเพื่อหวังผลตอบแทนเร็วๆ แต่เริ่มจากการกลับมาตั้งหลักจัดการกระแสเงินสด 20,000 บาทที่เรามีอยู่ในมือให้มีประสิทธิภาพที่สุดก่อน

1. ลองเช็กกระแสเงินสด: คุณจัดสรรเงินเดือน 20,000 บาทอย่างไร

ลองมาทบทวนการใช้เงินของเราด้วยกรอบง่ายๆ อย่าง สูตร 50/30/20 กันสักหน่อยครับ

50% ค่าใช้จ่ายจำเป็น (10,000 บาท) เตรียมไว้สำหรับค่าเช่าห้อง ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องใช้ดำรงชีวิต

30% ค่าใช้จ่ายเพื่อความสุข (6,000 บาท)  แบ่งไว้เพื่อให้รางวัลตัวเองด้วยการดูหนัง กินอาหารร้านโปรด ช็อปปิง หรือท่องเที่ยว เพื่อให้การใช้ชีวิตไม่ตึงเครียดเกินไป

อีก 20% ที่เหลือคุณต้องกันไว้เป็นเงินออมและลงทุน (4,000 บาท) เพราะนี่คือเม็ดเงินสำคัญที่จะกลายเป็นรากฐานความมั่งคั่งในอนาคต

คำถามชวนคิดคือ  สูตรนี้จำเป็นต้องเป๊ะ หรือตายตัวไหม คำตอบคือไม่จำเป็นเลยครับ หากคุณมีภาระหนี้สินหรือค่าใช้จ่ายจำเป็นสูงกว่านี้ คุณก็สามารถปรับเพิ่ม-ลดสัดส่วนให้เหมาะกับชีวิตจริงได้ แต่สิ่งสำคัญที่อยากให้ภาพชัดก็คือ เราได้แบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้เพื่อ "อนาคตของตัวเอง" แล้วหรือยัง

2. "เงินสำรองฉุกเฉิน" — ปราการที่คนส่วนใหญ่มองข้าม

ก่อนที่เราจะรีบร้อนเอาเงิน 4,000 บาทไปลงทุนในตลาด ผมอยากชวนหยุดคิดสักนิดว่า "ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาวันนี้ เรามีเงินก้อนรองรับแล้วหรือยัง"

หากเกิดเหตุตกงานหรือเจ็บป่วยกะทันหัน โดยไม่มีเงินสำรองไว้เลย เราอาจถูกบังคับให้ต้องถอนเงินลงทุนออกมาในเวลาที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น การสร้างเงินสำรองฉุกเฉินให้อยู่ในระดับ 3–6 เดือนของค่าใช้จ่ายจำเป็น (ประมาณ 30,000–60,000 บาท) ไว้ในบัญชีที่ถอนง่าย จึงเป็นรากฐานที่ต้องสร้างก่อนเป็นอันดับแรก

เมื่อปราการความเสี่ยงนี้มั่นคงแล้ว เงินออม 4,000 บาทในแต่ละเดือนหลังจากนั้น ถึงจะพร้อมออกไปทำงานสร้างผลตอบแทนระยะยาวได้อย่างเต็มที่ครับ

3. ไม่มีเวลาติดตามตลาด แต่อยากออมเงิน—ควรเริ่มต้นอย่างไร

สำหรับมือใหม่ คำถามยอดฮิตคือ "จะเอาเงินไปลงอะไรดี"

ถ้าจะให้เลือกหุ้นรายตัว ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้เวลาศึกษาโมเดลธุรกิจ คอยติดตามข่าวสารเศรษฐกิจ และดูแลพอร์ตตลอดเวลา แล้วถ้าเราไม่มีเวลาขนาดนั้นล่ะ

ทางออกอย่างการกระจายความเสี่ยงผ่านกองทุนรวมที่มีระบบจัดการอัตโนมัติที่ครบ จบ โดยที่คุณไม่ต้องมาวุ่นวายกับการซื้อขายหรือปรับพอร์ต แต่ที่ต้องตอบโจทย์ให้ได้ ในการกระจายเงินไปในหุ้นทั่วโลกและตราสารหนี้ พร้อมระบบปรับสมดุลพอร์ตให้อัตโนมัติ มีแผนลงทุนตามระดับความเสี่ยงให้เลือก เช่น แผนพอเพียง แผนสมดุล หรือแผนเติบโต ที่สำคัญคือ สามารถเริ่มต้นได้ด้วยเงินเพียง 1,000 บาท ผ่านการทยอยลงทุนแบบถัวเฉลี่ยรายเดือน (DCA) โดยไม่ต้องรอให้มีเงินก้อนใหญ่

พลังของระยะเวลา: ลองมาคำนวณอนาคตไปด้วยกัน

ลองมาจินตนาการเล่นๆ ครับว่า หากเราวินัยดี จัดสรรเงินมาลงทุนเดือนละ 4,000 บาทอย่างต่อเนื่องในโดยจัดสัดส่วนของพอร์ตให้เป็นหุ้น 80% ตราสารหนี้ 20%  โดยตั้งสมมติฐานผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ 7% ต่อปี

ผ่านไป 5 ปี: พอร์ตจะเติบโตเป็นประมาณ 286,000 บาท

ผ่านไป 10 ปี: พอร์ตขยับขึ้นมาเป็นประมาณ 692,000 บาท

ผ่านไป 13 ปี: คุณจะข้ามผ่านหลัก 1,000,000 บาทแรก ได้สำเร็จ!

ผ่านไป 15 ปี: ตัวเลขจะทะยานไปถึงประมาณ 1,268,000 บาท

น่าสนใจไหมครับ ตลอด 15 ปีนี้ เงินที่เราใส่เข้าไปเองจริงคือ 720,000 บาท แต่ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 548,000 บาท คือ "ดอกเบี้ยทบต้น" ที่เงินทำงานสร้างผลตอบแทนกลับมาให้เรา

สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่า เงินล้านแรกไม่ได้เกิดจากจำนวนเงินที่เราเก็บเพิ่มในแต่ละเดือนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการ "ให้เวลากับเงินลงทุนได้เติบโต"

ก้าวแรกของคุณคืออะไร

เมื่อมองกลับมาที่เงินเดือน 20,000 บาท เราจะเห็นว่า เงินล้านแรกไม่ได้ถูกสงวนไว้สำหรับคนที่มีรายได้หลักแสนเท่านั้น

มันไม่ได้เริ่มจากจำนวนเงินเริ่มต้นที่มากมาย แต่เริ่มจากวันที่เราตัดสินใจลงมือจัดการเงินในมือ ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มออม 1,000 บาท, 2,000 บาท หรือ 4,000 บาท ตามกำลังที่เราไหว แล้วค่อยๆ ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อรายได้โตขึ้นในอนาคต

วันนี้ลองถามตัวเองดูครับว่า "ก้าวแรกบนเส้นทางเงินล้านของคุณ จะเริ่มขึ้นที่ตรงไหนดี"

ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์

ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. จิตตะ เวลธ์ จำกัด

แชร์
เงินเดือน 20,000บาทกับเป้าหมาย"เงินล้านแรก" เป็นไปได้หรือแค่ฝันกลางวัน