Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
คนโสดต้องรู้ ระบุผู้รับเงินประกันสังคมกรณีเสียชีวิต ไม่ใช่ทายาทก็ได้
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

คนโสดต้องรู้ ระบุผู้รับเงินประกันสังคมกรณีเสียชีวิต ไม่ใช่ทายาทก็ได้

8 ก.ค. 69
11:50 น.
แชร์

หลายคนอาจเข้าใจว่า เมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิต เงินจากกองทุนประกันสังคมจะถูกส่งต่อให้เฉพาะทายาทตามกฎหมายเท่านั้น แต่ความจริงแล้ว สิทธิประโยชน์บางส่วนสามารถส่งต่อให้บุคคลที่ผู้ประกันตนเลือกเองได้ เพียงแค่ทำหนังสือระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม

เรื่องนี้มีความสำคัญกับคนโสดเป็นพิเศษ เพราะหากไม่มีคู่สมรส ไม่มีบุตร ไม่มีทายาทตามลำดับที่กฎหมายกำหนด และไม่ได้ระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ อาจทำให้สิทธิประโยชน์บางส่วนไม่สามารถจ่ายให้ใครได้ กลายเป็นว่าผู้ประกันตนที่ส่งเงินเข้ากองทุนมาตลอดช่วงชีวิตการทำงานต้องสูญเสียสิทธิประโยชน์ส่วนนี้ไป

สิทธิประโยชน์กรณีเสียชีวิตมีอยู่ 3 ส่วน ได้แก่ ค่าทำศพ เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต และเงินบำเหน็จชราภาพ ซึ่งแต่ละส่วนมีหลักเกณฑ์การจ่ายเงินและหลักเกณฑ์การระบุผู้มีสิทธิรับเงินแตกต่างกัน

‘ค่าทำศพ’ สิทธิที่จ่ายให้ผู้จัดการศพ ไม่จำเป็นต้องเป็นญาติ

‘ค่าทำศพ’ เป็นเงินช่วยเหลือสำหรับผู้ที่รับผิดชอบจัดการงานศพของผู้ประกันตน ไม่ใช่เงินที่จ่ายให้ทายาทโดยอัตโนมัติ

สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 หากส่งเงินสมทบอย่างน้อย 1 เดือน ภายใน 6 เดือนก่อนเสียชีวิต จะได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท

สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 1 และ 2 (ส่งเงินสมทบเดือนละ 70 บาท หรือ 100 บาท) จะได้รับค่าทำศพ 25,000 บาท ผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 (ส่งเงินสมทบเดือนละ 300 บาท) จะได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายใน 12 เดือนก่อนเสียชีวิต

ผู้ที่มีสิทธิรับเงินส่วนนี้ คือ บุคคลที่ผู้ประกันตนระบุไว้ให้เป็นผู้จัดการศพและเป็นผู้จัดการศพจริง หรือบุคคลที่สามารถแสดงหลักฐานได้ว่าเป็นผู้รับผิดชอบจัดงานศพ แม้จะไม่ได้เป็นญาติหรือทายาทก็ตาม

‘เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต’ สิทธิที่คนโสดควรใส่ใจมากที่สุด

‘เงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต’ เป็นเงินที่ผู้ประกันตนสามารถกำหนดผู้รับไว้ล่วงหน้าได้โดยตรง และเป็นสิทธิที่สำนักงานประกันสังคมอยากให้ผู้ประกันตน โดยเฉพาะคนโสด ให้ความสำคัญ

สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์ในอัตรา 50% ของค่าจ้างเป็นเวลา 4 เดือน และหากส่งเงินสมทบครบ 120 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์ในอัตรา 50% ของค่าจ้างนานถึง 12 เดือน

สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 1 และ 2 จะได้รับเงินสงเคราะห์ 8,000 บาท หากส่งเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 60 เดือนก่อนเสียชีวิต

ความแตกต่างของเงินส่วนนี้อยู่ตรงที่หากผู้ประกันตนทำหนังสือระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ เงินจะจ่ายให้บุคคลที่ระบุทันที ไม่จำเป็นต้องเป็นทายาทตามกฎหมาย

แต่หากไม่ได้ระบุไว้ การจ่ายเงินจะกลับไปเป็นไปตามลำดับของกฎหมาย ดังนี้

  1. สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย
  2. บิดาและมารดา (กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะได้รับสิทธิเฉพาะมารดา)
  3. บุตร รวมถึงบุตรบุญธรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย

สำนักงานประกันสังคมเตือนว่า ผู้ประกันตนที่ไม่ได้สมรส ไม่มีบิดามารดา และทายาทตามกฎหมาย และไม่ได้ระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ กองทุนประกันสังคมก็จะไม่ได้จ่ายสิทธิประโยชน์แก่บุคคลใดเลย ดังนั้น สำนักงานประกันสังคมจึงแนะนำให้ผู้ประกันตนที่สถานะโสดจัดทำเอกสารระบุชื่อผู้มีสิทธิรับเงินสงเคราะห์กรณีตายให้ชัดเจน

‘เงินบำเหน็จชราภาพ’ เงินออมไม่หาย ส่งต่อให้คนข้างหลังได้

สิทธิประโยชน์ส่วนสุดท้าย คือ ‘เงินบำเหน็จชราภาพ’ ซึ่งประกอบด้วยเงินสะสมและผลประโยชน์ตอบแทน หลายคนคุ้นเคยกับเงินส่วนนี้ในฐานะเงินออมเพื่อวัยเกษียณ แต่หากผู้ประกันตนเสียชีวิตก่อนใช้สิทธิ เงินสะสมพร้อมผลประโยชน์ตอบแทนจะไม่หายไป

สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 กฎหมายกำหนดสัดส่วนการแบ่งเงิน ดังนี้

  1. บุตรชอบด้วยกฎหมาย ได้รับ 2 ส่วน หากมีบุตรตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ได้รับรวม 3 ส่วน
  2. สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรส ได้รับ 1 ส่วน
  3. บิดาและมารดาที่มีชีวิตอยู่ ได้รับ 1 ส่วน
  4. บุคคลที่ผู้ประกันตนทำหนังสือระบุไว้ ได้รับ 1 ส่วนร่วมกับทายาท

หากไม่มีทายาทหรือไม่มีผู้ที่ระบุไว้เป็นผู้รับผลประโยชน์ จะจ่ายตามลำดับ ได้แก่

  1. พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
  2. น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา
  3. ปู่ ย่า ตา ยาย
  4. ลุง ป้า น้า อา

สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 40 เงินบำเหน็จชราภาพจะจ่ายให้แก่ บิดา มารดา สามีหรือภรรยา บุตร และบุคคลที่ผู้ประกันตนทำหนังสือระบุไว้ โดยได้รับในจำนวนเท่ากัน แต่หากไม่มีบุคคลดังกล่าว จึงจะพิจารณาจ่ายให้ญาติ ตามลำดับ ได้แก่

  1. พี่น้องร่วมบิดามารดา
  2. พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา
  3. ปู่ ย่า ตา ยาย
  4. ลุง ป้า น้า อา

ระบุผู้รับประโยชน์และขอรับประโยชน์ที่ไหน อย่างไร

หากผู้ประกันตนต้องการกำหนดให้บุคคลอื่นเป็นผู้รับผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นญาติ คนใกล้ชิด หรือบุคคลที่ไม่ใช่ทายาทตามกฎหมาย สามารถจัดทำหนังสือระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานประกันสังคม โดยระบุชื่อผู้รับสิทธิ เลขประจำตัวประชาชน และข้อมูลพยานให้ครบถ้วน เพื่อให้เอกสารสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันสิทธิได้เมื่อมีการยื่นขอรับเงิน

ผู้ประกันตนหรือผู้ที่ได้รับการระบุชื่อเป็นผู้รับผลประโยชน์สามารถเก็บรักษาเอกสารดังกล่าวไว้เอง และให้ผู้รับประโยชน์นำมายื่นต่อสำนักงานประกันสังคมเมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิต

สำหรับการยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีเสียชีวิต เมื่อผู้ประกันตนเสียชีวิต ผู้มีสิทธิสามารถยื่นขอรับประโยชน์ได้ภายใน 2 ปี นับจากวันที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต โดยยื่นได้ที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ใดก็ได้ทั่วประเทศที่สะดวกทั่วประเทศ

หากต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสายด่วนประกันสังคม 1506 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน ไม่มีวันหยุด

แชร์
คนโสดต้องรู้ ระบุผู้รับเงินประกันสังคมกรณีเสียชีวิต ไม่ใช่ทายาทก็ได้