
ก๋วยเตี๋ยวต้มยำเส้นปลาจากร้านกิมง้วน ผัดไทยซอสมะยงชิดจากสวนศรีทอง พาสต้าพิสตาชิโอเพสโตจาก Augusta Fresh Pasta สลัดไก่ย่างซอสทรัฟเฟิลสูตรบูสต์สมอง จาก Gourmet Market หรือจะเป็นของหวานไทย ๆ อย่างทองม้วน ร้านคุณยงค์ ดูเผิน ๆ เมนูเหล่านี้แทบไม่มีอะไรเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วมีส่วนประกอบหนึ่งที่ใช้ร่วมกัน นั่นคือ “น้ำมันเมล็ดคามีเลีย”
เมนูเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของร้านอาหารและผู้ประกอบการที่มาร่วมใน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์ มหัศจรรย์น้ำมันแห่งสุขภาพ” ที่มูลนิธิชัยพัฒนาร่วมกับเดอะมอลล์ กรุ๊ป จัดขึ้นที่เอ็มสเฟียร์ ระหว่างวันที่ 2–18 ตุลาคมนี้ เพื่อพาน้ำมันเมล็ดคามีเลียออกจากชั้นวางสินค้า มาสู่จานอาหารจริงในหลากหลายรูปแบบ
ในงานแถลงข่าว ยังมีโมเมนต์น่ารัก ๆ เมื่อ “ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล” กรรมการและที่ปรึกษาพิเศษอาวุโส มูลนิธิชัยพัฒนา ลงมือปรุง “ผัดถั่วงอก” ด้วยน้ำมันเมล็ดคามีเลีย โดยมี “ดัง ณัฎฐ์ฐชัย บุญประเสิรฐ” มาร่วมกิจกรรม กลายเป็นภาพตัวแทนของหนุ่ม ๆ ผู้รักสุขภาพทั้งสองวัย
ดร.สุเมธ ยังกล่าวถึงจุดเริ่มต้นจากโครงการตามแนวพระราชดำริ ซึ่งนำไปสู่การศึกษาและพัฒนาต้นชาน้ำมันในประเทศไทย รวมถึงคุณประโยชน์ที่เกิดขึ้นในหลายมิติ ทั้งการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม การสร้างรายได้ให้แก่ราษฎรในพื้นที่ และคุณประโยชน์ด้านสุขภาพ
ขณะที่ คุณพลอยชมพู อัมพุช ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เดอะมอลล์ กรุ๊ป ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิชัยพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง และต้องการเดินหน้าสนับสนุนต่อไป เพราะมองเห็นคุณค่าของโครงการและผลิตภัณฑ์เหล่านี้
จากจุดเริ่มต้นที่มากกว่าน้ำมันหนึ่งขวด เรื่องราวของคามีเลียจึงเชื่อมโยงตั้งแต่ผืนป่า ชุมชน ไปจนถึงอาหารบนโต๊ะ และนี่คือสิ่งที่ทำให้น้ำมันเมล็ดคามีเลียกำลังถูกต่อยอดให้กลายเป็นมากกว่าสินค้าเพื่อสุขภาพ
เบื้องหลังน้ำมันเมล็ดคามีเลียที่อยู่บนโต๊ะอาหารวันนี้ จุดเริ่มต้นย้อนกลับไปในปี 2547 เมื่อมีพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนา ศึกษาและทดลองปลูกต้นชาน้ำมันสายพันธุ์ Camellia oleifera จากสาธารณรัฐประชาชนจีนในประเทศไทย ก่อนขยายการปลูกและพัฒนาสู่การผลิตน้ำมันเมล็ดคามีเลีย
การทดลองปลูกเริ่มต้นในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ก่อนขยายมายังบ้านปางมะหันและบ้านปูนะ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกกว่า 3,285 ไร่ รวมกว่า 461,649 ต้น นอกจากเป็นแหล่งวัตถุดิบแล้ว ยังมีบทบาทในการฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ควบคู่กับการสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ โดยมีประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 2,950 คน สอดคล้องกับแนวคิด “คนอยู่ร่วมกับป่า”
ส่วนเรื่องคุณประโยชน์ของน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภายในงานยังมีเวทีเสวนา “Anti-Inflammatory Dish จานอร่อยต้านการอักเสบ คุณค่าจากน้ำมันเมล็ดคามีเลีย” โดย คุณภากมล รัตตเสรี กรรมการและรองเหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา ได้แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับคุณค่าของน้ำมันเมล็ดคามีเลียและการต่อยอดผลิตภัณฑ์จากโครงการ ขณะที่เวทีเสวนายังชวนมองเรื่องอาหารในมิติของสุขภาพ โดยเฉพาะการเลือกวัตถุดิบที่มีไขมันดีและนำไปประกอบอาหารได้หลากหลายรูปแบบ
นอกจากนี้ ยังมีคุณพลอยชมพู อัมพุช ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ต บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, นายแพทย์นันทพล พงศ์รัตนามาน หรือ “หมอท๊อป” อาจารย์ศัลยแพทย์หลอดเลือด เจ้าของเพจ Doctor Top Longevity และ ดัง ณัฎฐ์ฐชัย บุญประเสริฐ นักแสดงร่วมพูดคุย
ทั้งนี้ น้ำมันเมล็ดคามีเลียเป็นที่รู้จักในจีนมานานกว่า 1,000 ปี และได้รับการขนานนามว่า “น้ำมันมะกอกแห่งโลกตะวันออก” โดยข้อมูลของโครงการระบุว่ามีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ไม่มีกรดไขมันทรานส์ และสามารถนำมาประกอบอาหารได้ทั้งการหมัก ผัด และทอดด้วยความร้อนสูง จึงถูกนำมาต่อยอดเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำหรับอาหารสายสุขภาพ
เมื่อถูกนำออกจากขวดมาอยู่ในครัว น้ำมันเมล็ดคามีเลียก็เริ่มมีบทบาทมากกว่าการเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เพราะในเทศกาลครั้งนี้ มีร้านอาหารหลายประเภทนำไปทดลองสร้างสรรค์เป็นเมนูของตัวเอง ตั้งแต่อาหารไทย อาหารจีน ไปจนถึงอาหารตะวันตก ซึ่งเจ้าของแบรนด์ต่างเผยว่าได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าในเชิงบวก เนื่องจากน้ำมันเมล็ดคามีเลียไม่ทำลายรสชาติของวัตถุดิบอื่น ๆ
หนึ่งในร้านนั้นคือ กิมง้วนลูกชิ้นปลา ที่นำมาใช้กับเมนู “เส้นปลาต้มยำน้ำข้น โรยด้วยหอมเจียว” ทำให้เห็นว่าน้ำมันคามีเลียสามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเมนูที่ผู้บริโภคคุ้นเคยได้ ขณะที่ร้าน สวนศรีทอง นำไปต่อยอดเป็น “ผัดไทยซอสมะยงชิด” เพิ่มอีกหนึ่งเมนูที่นำวัตถุดิบจากโครงการมาเชื่อมกับอาหารไทย
ขณะที่ Soup & Salad by Gourmet Market นำมาพัฒนาเป็น “สลัดไก่ย่างซอสทรัฟเฟิล สูตรบูสต์สมอง” โดยร่วมกับหมอท๊อป คัดสรรวัตถุดิบที่เน้นไขมันดี โปรตีนดี และไฟเบอร์ เพื่อออกแบบเป็นเมนูในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ
อีกหนึ่งตัวอย่างคือ คุณตรี สุรนาท แสงเพ็ชร เจ้าของแบรนด์ทานดี ที่นำเอาน้ำมันเมล็ดคามีเลียมาปรับใช้เป็นสูตรสลัดเดรสซิ่งแทนน้ำมันมะกอก โดยต่อยอดจากองค์ความรู้ด้านธัญพืชและสมุนไพรที่แบรนด์สั่งสมมานานกว่า 10 ปี จนพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้าสายรักสุขภาพ โดยเฉพาะลูกค้าชาวต่างชาติ
จากน้ำมันสำหรับบริโภค วันนี้คามีเลียยังถูกต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มดูแลผิวอย่างสบู่ สะท้อนการนำวัตถุดิบจากโครงการมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย และเพิ่มโอกาสทางการตลาดให้กับน้ำมันเมล็ดคามีเลียมากขึ้น
ใครอยากรู้จัก “น้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์” มากขึ้น สามารถไปสัมผัสประสบการณ์ “ฟาร์มแห่งความสุข” ได้ในงานเทศกาลฯ ระหว่างวันที่ 2–18 ตุลาคมนี้ ที่ EM Market Hall ชั้น G เอ็มสเฟียร์ พร้อมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากร้านภัทรพัฒน์ และเมนูอาหารจากร้านดังที่นำคามีเลียออยล์ไปสร้างสรรค์เป็นเมนูพิเศษ
นอกจากนี้ ซื้อสินค้าหรืออาหารภายในงานครบทุก 500 บาท รับ 1 สิทธิ์ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินภายในประเทศจาก การบินไทย (THAI) และ Thai Vietjet สายการบินละ 2 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง พร้อมโปรโมชันพิเศษจาก ธนาคารกรุงเทพ และ ไทยประกันชีวิต เรียกได้ว่ามางานเดียวได้ทั้งชิม ช้อป และร่วมสนุกไปพร้อมกัน