Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ก.ล.ต.สหรัฐฯ ชี้คริปโตฯ ส่วนใหญ่ไม่ใช่หลักทรัพย์ ขีดเส้นกำกับดูแลชัด
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ก.ล.ต.สหรัฐฯ ชี้คริปโตฯ ส่วนใหญ่ไม่ใช่หลักทรัพย์ ขีดเส้นกำกับดูแลชัด

18 มี.ค. 69
14:02 น.
แชร์

ความขัดแย้งระหว่างอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโตเคอร์เรนซี) กับหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนของสหรัฐฯ ยืดเยื้อมาหลายปี ในประเด็นสถานะทางกฎหมายของคริปโตเคอร์เรนซี ว่าควรถูกจัดเป็นหลักทรัพย์ (securities) หรือสินค้าโภคภัณฑ์ (commodities) ซึ่งการตีความที่แตกต่างกันส่งผลให้เกิดการฟ้องร้องและการดำเนินคดีต่อบริษัทคริปโตจำนวนมาก

ก่อนหน้านี้ หน่วยงานกำกับดูแล คือ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ (SEC) มักยึดถือแนวทางว่า คริปโตเคอร์เรนซีเกือบทั้งหมดควรถูกปฏิบัติเหมือนหลักทรัพย์ แต่ฝั่งอุตสาหกรรมคริปโตฯ มองว่า กฎหมายเดิมที่มีอยู่นั้นไม่เหมาะสมกับเทคโนโลยีบล็อกเชน และเรียกร้องให้มีการสร้างกรอบกฎหมายใหม่ที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดนวัตกรรมและการระดมทุนภายในประเทศ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2026 ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญได้เกิดขึ้น เมื่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ ( SEC) ภายใต้การนำของประธาน พอล แอตกินส์ (Paul Atkins) ร่วมกับคณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) ได้ประกาศแนวทางปฏิบัติและกรอบการจำแนกประเภทสินทรัพย์ที่คนในอุตสาหกรรมคริปโตฯ รอคอยมานาน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ประเภทสินทรัพย์และขอบเขตกำกับดูแล

SEC ได้ออกแนวทางที่จำแนกโทเคนคริปโตออกเป็น 5 หมวดหมู่หลัก เพื่อระบุชัดเจนว่าสินทรัพย์ประเภทใดอยู่ภายใต้อำนาจของกฎหมายหลักทรัพย์ ซึ่งคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าของสหรัฐฯ (CFTC) ก็เห็นด้วยเช่นกัน โดยมีการแบ่งกลุ่มคริปโตฯ ดังนี้

1. กลุ่มที่ไม่ใช่หลักทรัพย์ (Non-securities) ประกอบด้วย สินค้าโภคภัณฑ์ดิจิทัล (Digital Commodities), ของสะสมดิจิทัล (Digital Collectibles), เครื่องมือดิจิทัล (Digital Tools) และสเตเบิลคอยน์สำหรับการชำระเงิน (Payment Stablecoins)

2. กลุ่มที่เป็นหลักทรัพย์ (Securities) คือ หลักทรัพย์ดิจิทัล (Digital Securities) หรือหลักทรัพย์ดั้งเดิมที่ถูกนำมาแปลงเป็นโทเคน (Tokenized traditional securities) ซึ่งคริปโตฯ กลุ่มนี้เท่านั้นที่ต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบของ SEC

เป้าหมายเพื่อความแน่นอนในอุตสาหกรรมคริปโตฯ

พอล แอตกินส์ ประธาน SEC กล่าวว่า SEC จะไม่ทำตัวเป็น “คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และทุกสรรพสิ่งอีกต่อไปแล้ว” และยอมรับว่าคริปโตฯ ส่วนใหญ่ไม่ใช่หลักทรัพย์ ซึ่งการกำหนดสถานะที่ชัดเจนจะช่วยลดภาระในการต้องจดทะเบียนและการเปิดเผยข้อมูลบางประการ

การประกาศครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการปฏิรูปตลาดทุน เพื่อรองรับคริปโตเคอร์เรนซีและการเทรดบนบล็อกเชน โดยแอตกินส์ย้ำว่า ถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานกำกับดูแลต้องมอบทางออกให้กับปัญหาที่ยืดเยื้อมานาน เพื่อสร้างความแน่นอนให้กับอุตสาหกรรมคริปโตฯ

เกณฑ์ตัดสิน ‘สัญญาการลงทุน’ และข้อยกเว้น

แม้สินทรัพย์นั้นจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่ ‘ไม่ใช่หลักทรัพย์’ แต่แนวทางนี้ระบุว่า สินทรัพย์นั้นอาจยังต้องอยู่ภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ได้ในบางเงื่อนไข หากมีการเสนอขายที่เข้าข่าย ‘สัญญาการลงทุน’ (investment contract) โดยพิจารณาจากการส่งเสริมให้เป็นการลงทุนในกิจการร่วมกัน ซึ่งผู้ซื้อคาดหวังว่าจะได้รับกำไรจากการดำเนินการของผู้ออกสินทรัพย์

อย่างไรก็ตาม สินทรัพย์คริปโตฯ ที่เคยเป็นสัญญาการลงทุน อาจหยุดสถานะการเป็นสัญญาการลงทุนภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ได้ หากผู้ออกสินทรัพย์ได้ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาหรือล้มเหลวในการทำตามสัญญาที่ให้ไว้แล้ว

นอกจากนี้ แนวทางนี้ยังสร้างความชัดเจนว่า กฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลางจะบังคับใช้อย่างไรกับกิจกรรมทางเทคนิค เช่น การทำเหมืองตามโปรโตคอล (protocol mining), การวางค้ำประกันเหรียญ (staking) และการแจกจ่ายเหรียญ (airdrops)

มาตรการสนับสนุนเส้นทางระดมทุน

ขณะเดียวกัน SEC ได้เสนอแนวทางเพื่อช่วยให้บริษัทคริปโตฯ สามารถระดมทุนได้ง่ายขึ้นผ่านโครงการพื้นที่ปลอดภัย Safe Habor) เพื่อสร้างช่องทางเฉพาะตัว (bespoke pathways) ให้บริษัทคริปโตฯ เข้าถึงเงินทุนในสหรัฐฯ โดยที่ยังมีมาตรการคุ้มครองนักลงทุนที่เหมาะสม

ประธาน SEC กล่าวอีกว่า SEC จะออกกฎร่างในเร็ว ๆ นี้ เพื่อเตรียมโครงการคุ้มครองสำหรับสตาร์ทอัพในการเปิดตัวบริษัทคริปโตฯ สัญญาการลงทุนคริปโตฯ และโทเค็นหลักทรัพย์ โดยไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนกับหน่วยงานกำกับดูแล

ข้อเสนอสำคัญประกอบด้วย ข้อยกเว้นสำหรับสตาร์ทอัพ ที่จะอนุญาตให้ผู้ประกอบการคริปโตฯ สามารถระดมทุนในจำนวนที่กำหนด หรือดำเนินกิจการในระยะเวลาหนึ่ง (ซึ่งอาจนานถึง 4 ปี) โดยได้รับการยกเว้นจากการจดทะเบียนหรือกฎระเบียบบางอย่าง เพื่อให้สามารถพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกบังคับใช้กฎหมาย

ทั้งนี้ SEC คาดว่า จะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับข้อเสนอนี้ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

.

อ้างอิง : Reuters และ Bloomberg

แชร์
ก.ล.ต.สหรัฐฯ ชี้คริปโตฯ ส่วนใหญ่ไม่ใช่หลักทรัพย์ ขีดเส้นกำกับดูแลชัด