Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
จับตาความเสี่ยงการเงิน ธนาคารจีน-เอเชียปล่อยกู้กลุ่มอ่าวหลายหมื่นล้าน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

จับตาความเสี่ยงการเงิน ธนาคารจีน-เอเชียปล่อยกู้กลุ่มอ่าวหลายหมื่นล้าน

3 มี.ค. 69
12:40 น.
แชร์

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้น ไม่ได้สร้างความเสี่ยงทางเศรษฐกิจแค่ด้านราคาพลังงานและการค้าระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ความเสี่ยงกำลังขยายเข้าสู่ภาคการเงินด้วย โดยเฉพาะสำหรับธนาคารจีน ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้เร่งขยายบทบาทเป็นผู้ปล่อยกู้รายใหญ่ให้กับประเทศในกลุ่มอ่าวอาหรับ (อ่าวเปอร์เซีย)

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานข้อมูลที่ได้จากการรวบรวมเองว่า ในปี 2025 ที่ผ่านมา ธนาคารเอเชีย โดยเฉพาะธนาคารจีนได้ปล่อยสินเชื่อให้ตะวันออกกลางมากกว่า 15,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมากกว่าปีก่อนหน้าถึง 3 เท่า โดยเงินทุนส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่ซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งการเร่งเครื่องปล่อยกู้ดังกล่าวสะท้อนบทบาทของธนาคารจีนและธนาคารเอเชียในการก้าวขึ้นมาเป็น ‘ผู้ให้ทุนหลัก’ ในภูมิภาคอ่าวอาหรับ

ทั้งนี้ เฉพาะในช่วง 5 ปีหลังสุด (2021-2025) ธนาคารจีนได้ปล่อยกู้ให้แก่ประเทศในกลุ่มอ่าวอาหรับรวมประมาณ 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

การยกระดับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านล่าสุดกำลังกลายเป็นความท้าทายที่สำคัญและสร้างความไม่แน่นอนต่อยุทธศาสตร์การปล่อยกู้ของธนาคารจีนเพื่อแสวงหาโอกาสในตะวันออกกลาง เพราะหากสถานการณ์ลุกลาม อาจนำไปสู่ผลกระทบทางการเงินในวงกว้าง และบีบให้สถาบันการเงินต้องทบทวนท่าทีต่อภูมิภาคนี้ใหม่

ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงดังกล่าวยังเชื่อมโยงโดยตรงกับแผนทรานส์ฟอร์มเศรษฐกิจมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ของซาอุดีอาระเบีย และแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งทั้งสองต่างพึ่งพาเงินทุนจากต่างประเทศเป็นอย่างมาก หากความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นก็จะทำให้ทั้งสองโครงการมีความซับซ้อนยุ่งยากขึ้นและเผชิญแรงกดดันมากขึ้น

แกรี อึ้ง (Gary Ng) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก Natixis SA วิเคราะห์ว่า ทิศทางของธนาคารผู้ปล่อยกู้จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของความขัดแย้ง หากสถานการณ์ยังควบคุมได้ ธนาคารอาจเลือกบริหารความเสี่ยง โดยควบคุมวงเงินปล่อยกู้และคิดอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องออกจากตลาดโดยสิ้นเชิง

ในทางปฏิบัติ ขณะนี้ธนาคารเอเชียส่วนใหญ่เลือกใช้ท่าทีรอดูสถานการณ์ แต่ก็เริ่มมีสัญญาณว่าธนาคารบางแห่งกำลังพิจารณาชะลอการปล่อยกู้ใหม่กับลูกหนี้ในอ่าวอาหรับ หลังเกิดเหตุโจมตีอิหร่านล่าสุด

แหล่งข่าวของบลูมเบิร์กบอกว่า เพดานความเสี่ยงต่อการลงทุนในตะวันออกกลางอาจถูกทบทวนใหม่ในระยะใกล้ถึงปานกลาง

ตัวอย่างหนึ่งคือ Abu Dhabi National Oil Co. ผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของ UAE ได้ระงับแผนออกพันธบัตรสกุลเงินหยวนเป็นครั้งแรก ซึ่งตามแผนเดิมที่วางไว้อาจระดมทุนได้สูงสุดถึง 14,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตัวอย่างอีกกรณีหนึ่ง สถาบันการเงินแห่งหนึ่งในกลุ่มอ่าวอาหรับที่พยายามขอสินเชื่อมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์จากนักลงทุนจีนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถเดินหน้าดีลต่อได้ในเวลานี้ บลูมเบิร์กอ้างถึงคำบอกเล่าของแหล่งข่าวหลายรายว่า สำนักงานใหญ่ของธนาคารจีนอาจลังเลที่จะอนุมัติธุรกรรมจากภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วงนี้

แรงสั่นสะเทือนจากตะวันออกกลางรอบนี้ซ้ำเติมและเพิ่มความไม่มั่นคงอีกชั้นหนึ่งต่อเศรษฐกิจโลกที่เผชิญแรงกดดันอยู่ก่อนแล้ว ทั้งจากนโยบายภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ของสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนต่อผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อตลาดแรงงาน

สถานกาณณ์ความขัดแย้งที่ยกระดับขึ้นล่าสุดนี้ได้สร้างความผันผวนในตลาดเอเชียแล้ว นักลงทุนวิ่งเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเงินดอลลาร์สหรัฐและทองคำ ขณะที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง ส่วนต้นทุนในการทำประกันความเสี่ยง (credit default swap) สำหรับตราสารหนี้เกรดสูงในเอเชียเพิ่มขึ้นราว 4 เบสิสพอยต์ (0.04%) ในวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายน สะท้อนว่านักลงทุนมีความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางมากขึ้น

ในขณะเดียวกัน นักลงทุนบางส่วนยังคงระมัดระวังและกังวลต่อผลกระทบในวงกว้าง โดยหลายคนมีความเห็นตรงกันว่า จีนซึ่งมีการลงทุนในภูมิภาคนี้จำนวนมาก อาจเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงมากที่สุด

แชร์
จับตาความเสี่ยงการเงิน ธนาคารจีน-เอเชียปล่อยกู้กลุ่มอ่าวหลายหมื่นล้าน