Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ออมสิน ตั้งเป้าปีนี้ปล่อยสินเชื่อ 3 แสนล้าน ช่วย 1 ล้านคนกู้เงินผ่าน
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ออมสิน ตั้งเป้าปีนี้ปล่อยสินเชื่อ 3 แสนล้าน ช่วย 1 ล้านคนกู้เงินผ่าน

28 เม.ย. 69
19:24 น.
แชร์

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ธนาคารออมสินมีอายุครบ 113 ปี และหนึ่งเดือนก่อนหน้านั้น ออมสินเพิ่งต้อนรับผู้นำองค์กรคนใหม่ ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ที่เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการธนาคารออมสิน คนที่ 18 ที่จะนำออมสินยกระดับเป็น ‘ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต’ หรือ Smart Social Bank for All Lives

ในวันที่ 28 เมษายน 2569 ทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวในการแถลงวิสัยทัศน์การนำองค์กรและนโยบายการดำเนินงานในฐานะผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ลำดับที่ 18 ว่า ในปี 2569 นี้เป็นวาระโอกาสครบรอบ 113 ปี ของธนาคารออมสิน ที่ได้ดำเนินภารกิจตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ในการส่งเสริมการออมทรัพย์ของประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ขยายผลสู่การเป็นธนาคารเพื่อสังคม

“นับจากนี้ไป ธนาคารพร้อมเดินหน้าต่อเพื่อยกระดับการดำเนินงานมุ่งเป้าหมายการเป็น ‘ธนาคารเพื่อสังคม เพื่อทุกชีวิต’ หรือ Smart Social Bank for All Lives ที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมครอบคลุมทุกช่วงชีวิตของคนไทย”

ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ 300,000 ล้านบาท

ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ว่า ธนาคารออมสินตั้งเป้าสนับสนุนประชาชนฐานรากได้มากกว่า 1 ล้านคน เพิ่มสัดส่วนสินเชื่อใหม่แก่ผู้ประกอบการมากกว่า 40% ของสินเชื่อรวมในปี 2568 พร้อมกับเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ตอบโจทย์ทุกช่วงชีวิต เช่น การเปิดจำหน่ายสลากออมสินพิเศษในโอกาสครบรอบก่อตั้งธนาคาร 113 ปี และผลิตภัณฑ์เงินฝากที่มีสิทธิประโยชน์ เช่น เงินฝากแบบมีประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ เพื่อส่งเสริมการออมและสร้างความมั่นคงทางการเงินให้คนไทยในทุกมิติ

ผู้อำนวยการธนาคารออมสินเปิดเผยรายละเอียดว่า ในปีนี้ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่รวมประมาณ 300,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น

1. สินเชื่อสำหรับสนับสนุนลูกค้ารายย่อยฐานราก โดยไม่จำเป็นต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ตั้งเป้าปล่อยกู้ได้มากกว่า 1 ล้านราย สามารถกู้ได้ตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระหนี้ ไม่เกินรายละ 200,000 บาท ทั้งนี้ คาดว่าจะปล่อยกู้ได้ประมาณ 70,000 ล้านบาท-100,000 ล้านบาท

2. สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย (MSME) ที่ไม่มีหลักประกัน ตั้งเป้าปล่อยกู้สินเชื่อใหม่วงเงิน 120,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% จากยอดปล่อยกู้ในปี 2568

3. โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) ในชื่อ ‘Soft Loan GSB พลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย’ ตามนโยบายของรัฐบาล วงเงินโครงการรวม 100,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินให้วงเงินสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำมากแก่สถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (non-bank) ที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้นำวงเงินสินเชื่อไปปล่อยกู้ต่อให้กับลูกค้ารายย่อย ผู้ประกอบการ SME และธุรกิจขนาดใหญ่ โดยแบ่งออกเป็น

  • สินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่อง (Mitigation) เพื่อเสริมสภาพคล่อง / ลดภาระดอกเบี้ยลูกค้าเดิม / ลงทุน /
  • รีไฟแนนซ์ สำหรับลูกค้าธุรกิจท่องเที่ยว ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ข้อพิพาทชายแดน มาตรการภาษี การแข่งขันทางการค้า รวมถึงซัปพลายเชน วงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท
  • สินเชื่อเพื่อขยายธุรกิจ กรณีสร้างพลวัตใหม่เพื่ออนาคตเศรษฐกิจไทย (Reinvent Thailand) วงเงินโครงการ 30,000 ล้านบาท กรณีปรับตัวเพื่อพัฒนาศักยภาพธุรกิจ (Transformation) วงเงินโครงการ 25,000 ล้านบาท และกรณีพัฒนาศักยภาพธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจอื่นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึง Supply Chain วงเงินโครงการ 10,000 ล้านบาท
  • สินเชื่อกรณีปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน แบ่งเป็นสินเชื่อเพื่อติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (solar cell) สินเชื่อเพื่อซื้อยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และสื่อเชื่อเพื่อปรับปรุงที่พักอาศัย/อาคาร วงเงินโครงการ 5,000 ล้านบาท

ผู้อำนวยการธนาคารออมสินบอกเพิ่มเติมว่า วงเงินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 100,000 ล้านบาทนี้ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ปัจจุบันมีการปล่อยสินเชื่อผ่านธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินอื่น ๆ ไปแล้ว 9,000 ล้านบาท ยังคงเหลือวงเงิน 91,000 ล้านบาท ซึ่งคิดว่ามากเพียงพอ แต่หากวงเงินใกล้หมดจะพิจารณาเพิ่มเติมว่าจะเพิ่มวงเงินหรือไม่

ภารกิจสนับสนุนนโยบายรัฐ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

ด้านการสนับสนุนนโยบายรัฐขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผู้อำนวยการธนาคารออมสินบอกว่า ธนาคารออมสินมุ่งเน้น 2 ภารกิจที่สำคัญ ได้แก่

1. การช่วยเหลือคนตัวเล็ก รายย่อย กลุ่มฐานราก ให้ได้ลืมตาอ้าปากและมีเงินออม โดยตั้งเป้าให้คนกลุ่มนี้ได้รับสิทธิประโยชน์จากธนาคารในมิติต่าง ๆ เช่น การขยายโอกาสเพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงินให้แก่คนฐานรากที่ส่วนใหญ่ขาดหลักประกันการกู้ เน้นให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกหนี้ที่มีประวัติการผ่อนชำระดีให้ได้รับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นการแก้หนี้เชิงป้องกันไม่ให้ลูกหนี้ต้องเสียประวัติเครดิต และช่วยสร้างวินัยทางการเงินที่ดี ตลอดจนการส่งเสริมอาชีพเพื่อช่วยสร้างรายได้เพิ่ม

2. การช่วยผู้ประกอบการรายเล็ก ธุรกิจ SME และกิจการในห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ของอุตสาหกรรมเป้าหมาย ให้สามารถประคับประคองธุรกิจก้าวต่อได้ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีปัจจัยเสี่ยงหลากหลาย ผ่านการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจ (new business ecosystem) ที่สามารถสนับสนุนการเชื่อมต่อนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ธนาคารเพื่อสังคม ดูแลทุกช่วงชีวิตของคนไทย

ผู้อำนวยการธนาคารออมสินกล่าวว่า ภายใต้บริบทปัจจุบันของเศรษฐกิจโลกที่มีปัจจัยเสี่ยงและความท้าทายส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ สะท้อนผ่านตัวเลข GDP ที่ลดต่ำแตะระดับ 1.4% ค่าเงินบาทแกว่งตัวสูงและอ่อนค่าลงอยู่ที่ประมาณ 31-33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่น้ำมันดีเซลราคาเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 40.2 - 50.5 บาท/ลิตร ธนาคารออมสินกำหนดบทบาทชัดเจนที่จะดูแลคนไทยทุกช่วงชีวิตให้สามารถฝ่าฟันอุปสรรคความท้าทายครั้งนี้ไปด้วยกัน โดยยึดหลักคิด “From Birth, to Legacy” ที่ตั้งเป้าหมายเป็นสถาบันการเงินที่สามารถสนับสนุนเป้าหมายทางการเงินสำหรับคนทุกกลุ่มทุกช่วงวัยนับตั้งแต่ก้าวแรก ไปตลอดทุกช่วงชีวิต

  • กลุ่มวัยเด็กเล็ก (First Steps) : ตั้งเป้าปลูกฝังวินัยการออม วางรากฐานการสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่ดีตั้งแต่ยังเยาว์วัย
  • กลุ่มวัยเรียน (Education) : ให้การสนับสนุนทางการเงินแก่นักเรียนนักศึกษา เพื่อเติมเต็มโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง
  • กลุ่มวัยสร้างตัว (Building) : สนับสนุนการตั้งต้นชีวิตโดยสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพและริเริ่มทำธุรกิจ
  • กลุ่มวัยเติบโต (Growing) : ส่งเสริมให้มีการออมและการลงทุนที่เหมาะสมเพียงพอต่อการสร้างความมั่งคั่งที่มั่นคงในระยะยาว รองรับการวางแผนเกษียณ
  • กลุ่มวัยเก็บเกี่ยว (Harvest) : จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เกษียณให้สามารถบริหารจัดการทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีรายได้เพียงพอและสมดุลคุณภาพชีวิตที่คาดหวัง
  • วัยส่งมอบ (Legacy) : จะช่วยวางแผนการส่งต่อความมั่นคงมั่งคั่งไปสู่คนรุ่นหลัง

ผู้อำนวยการธนาคารออมสินกล่าวอีกว่า โลกมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นมากมาย และเชื่อว่าในปีนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องรับมือ ซึ่งสิ่งสำคัญมากที่จำเป็นต้องมี คือ การตั้งสติให้ดีในการรับมือและแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง ธนาคารออมสินมองว่า วิกฤตสงครามตะวันออกกลางเป็นโอกาสสำหรับไทยด้วย เนื่องจากทำเลที่ตั้งของไทยไม่ได้อยู่ในเขตที่มีการสู้รบหรือมีความขัดแย้ง ผู้คนยังคงทำมาหากินได้ และสามารถใช้โอกาสนี้ผลิตสินค้าเพื่อสงออกไปขายในพื้นที่ที่ไม่สามารถผลิตได้

“เราสามารถหาโอกาสจากวิกฤตได้ แต่การดำเนินการต้องช่วยกันทำ ต้องช่วยกันเดินหน้า ซึ่งธนาคารออมสินพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการที่จะช่วยให้ทุกคนเอาตัวรอดจากเศรษฐกิจและสงคราม เราจะเป็นธนาคารเพื่อสังคม และธนาคารเพื่อทุกชีวิตในทุกช่วงวัย” ผู้อำนวยการธนาคารออมสินย้ำบทบาทที่ออมสินมุ่งมั่นจะเป็น

แชร์
ออมสิน ตั้งเป้าปีนี้ปล่อยสินเชื่อ 3 แสนล้าน ช่วย 1 ล้านคนกู้เงินผ่าน