
วันที่ 20 ก.ค. 69 ที่จ.อุทัยธานี ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาอำเภอเมือง และสาขาอำเภอหนองฉาง จ.อุทัยธานี บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นไปอย่างคึกคัก และแออัด โดยมีประชาชนจำนวนมากส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและผู้พิการ เดินทางมารอต่อคิวตั้งแต่ธนาคารยังไม่เปิด เพื่อยื่นอุทธรณ์ และยืนยันตัวตน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด
ประชาชนจำนวนมากต้องนั่งรอคิวอยู่บริเวณริมฟุตปาธ และอาศัยร่มเงาจากต้นไม้หรือตัวอาคารเพื่อหลบแดด เนื่องจากภายในธนาคารไม่สามารถรองรับจำนวนคนได้ทั้งหมด เจ้าหน้าที่ธนาคารระบุว่า เฉพาะช่วงเช้ามีผู้มายื่นเรื่องแล้วกว่า 300 ราย ส่วนที่เหลือต้องรอคิวในช่วงบ่ายต่อไป
หนึ่งในกรณีที่สะท้อนปัญหาได้ชัดเจนคือ นางพิสมัย เหล่ามั่น วัย 60 ปี ที่ต้องขี่รถมอเตอร์ไซค์พาสามี ซึ่งพิการหูตึงทั้งสองข้าง เดินทางมาเพื่อยื่นอุทธรณ์ เธอกล่าวด้วยความอัดอั้นว่า ระบบแจ้งว่าไม่ผ่านสิทธิ์เนื่องจาก "มีรถยนต์" ทั้งที่ในชีวิตจริงมีเพียงรถมอเตอร์ไซค์เก่าๆ เพียงคันเดียว และไม่เคยมีเงินพอจะไปซื้อรถยนต์ได้เลย
ความผิดพลาดของข้อมูลนี้ทำให้ต้องเสียเวลา หยุดงานขาดรายได้ และยังถูกผลักภาระให้ต้องเดินทางไปติดต่อที่สำนักงานขนส่งเพิ่มเติม เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์อีกด้วย
ด้าน นายสมควร บุญช่วย วัย 71 ปี ซึ่งเดินทางมาจากบ้านทุ่งใหญ่เป็นระยะทางไป-กลับรวมกว่า 40 กิโลเมตร เพื่อมายืนยันตัวตนใหม่ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความยุ่งยากของระบบว่า ตนเองเคยเป็นผู้มีบัตรสวัสดิการรายเดิมอยู่แล้ว และใช้มาโดยตลอด แต่เมื่อเปลี่ยนรัฐบาลกลับต้องเดินทางมาทำเรื่องใหม่ทั้งหมด ซึ่งขั้นตอนมีความวุ่นวายและสร้างภาระให้ประชาชนอย่างมาก
ซึ่งไม่ควรต้องให้ลำบากเดินทางมาธนาคารใหม่แบบนี้ รัฐบาลควรไปเน้นคัดกรองเฉพาะรายใหม่จะดีกว่า เพื่อไม่ให้คนแก่คนพิการต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทาง" นายสมควร กล่าว
ปัญหาที่เกิดขึ้นใน จ.อุทัยธานีครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของระบบฐานข้อมูลรัฐบาล และความซับซ้อนของขั้นตอนปฏิบัติ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มเปราะบางที่ควรจะได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วนที่สุด
Advertisement