Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
“สว.” ได้เงินเดือนเท่าไร? เปิดเรตค่าตอบแทน-สวัสดิการ และอำนาจ-หน้าที่
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

“สว.” ได้เงินเดือนเท่าไร? เปิดเรตค่าตอบแทน-สวัสดิการ และอำนาจ-หน้าที่

28 ก.ค. 69
12:27 น.
แชร์

หนึ่งในประเด็นการเมืองที่กำลังถูกจับตามากที่สุดในขณะนี้ คงหนีไม่พ้น กรณี “ฮั้วเลือก สว.” หลังมีข้อกล่าวหาว่าอาจมีการจัดตั้งผู้สมัคร จัดทำโพยลงคะแนน และประสานการเลือกเป็นกลุ่มในกระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาเมื่อปี 2567

ข้อกล่าวหานี้ทำให้คำถามเรื่อง “ที่มา” ของวุฒิสภากลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง เนื่องจาก สว. ชุดปัจจุบันจำนวน 200 คนไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน แต่ผ่านระบบที่เปิดให้ผู้สมัครจาก 20 กลุ่มอาชีพและกลุ่มสังคมเลือกกันเองเป็นลำดับ ตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ไปจนถึงระดับประเทศ

แม้ไม่ได้รับเลือกโดยตรงจากประชาชน แต่ สว. มีอำนาจสำคัญในโครงสร้างการเมืองไทย ทั้งการพิจารณาและกลั่นกรองกฎหมาย การให้ความเห็นชอบบุคคลที่ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงการเป็นหนึ่งในเสียงชี้ขาดเมื่อมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

นอกเหนือจากข้อถกเถียงเรื่องที่มาและความชอบธรรมทางการเมืองแล้ว วุฒิสภายังมีต้นทุนที่มาจากภาษีประชาชน โดย สว. ทั่วไปได้รับเงินประจำตำแหน่งและเงินเพิ่มรวมเดือนละ 113,560 บาท ขณะที่สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้รับงบประมาณประจำปี 2569 รวม 2,275.81 ล้านบาท

การทำความเข้าใจว่า สว. มาจากกระบวนการใด ได้รับค่าตอบแทนเท่าไร ใช้งบประมาณไปกับอะไร และมีอำนาจครอบคลุมเพียงใด จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการประเมินบทบาท ความคุ้มค่า และความรับผิดชอบต่อสาธารณะของสถาบันการเมืองแห่งนี้

สว. ได้ค่าตอบแทนเดือนละเท่าไร? ได้สวัสดิการอย่างไรบ้าง?

รายได้ประจำของ สว. ประกอบด้วย “เงินประจำตำแหน่ง” และ “เงินเพิ่ม” โดยอัตราแตกต่างกันตามตำแหน่ง ดังนี้

ตำแหน่ง

เงินประจำตำแหน่ง

เงินเพิ่ม

รวมต่อเดือน

รวมต่อปี

ประธานวุฒิสภา

74,420 บาท

45,500 บาท

119,920 บาท

1,439,040 บาท

รองประธานวุฒิสภา

73,240 บาท

42,500 บาท

115,740 บาท

1,388,880 บาท

สมาชิกวุฒิสภา

71,230 บาท

42,330 บาท

113,560 บาท

1,362,720 บาท

ตัวเลขดังกล่าวเป็นอัตราตามบัญชีค่าตอบแทนของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งใช้กับ สว. ชุดปัจจุบันด้วย 

นอกเหนือจากเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งแล้ว สมาชิกวุฒิสภา (สว.) แต่ละคนยังสามารถแต่งตั้งบุคลากรช่วยปฏิบัติงานได้อีก 8 คน คิดเป็นค่าใช้จ่ายรวม 129,000 บาทต่อเดือน แบ่งเป็น

  • ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว 1 คน เงินเดือน 24,000 บาท ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะทางวิชาการที่เป็นประโยชน์แก่ สว.
  • ผู้ชำนาญการประจำตัว 2 คน เงินเดือนคนละ 15,000 บาท รวม 30,000 บาท ทำหน้าที่ศึกษาค้นคว้าข้อมูล ข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย ตลอดจนรวบรวมปัญหาและข้อร้องเรียน เพื่อจัดทำญัตติ กระทู้ถาม ข้อหารือ หรือข้อเสนอแนะ
  • ผู้ช่วยดำเนินการประจำตัว 5 คน เงินเดือนคนละ 15,000 บาท รวม 75,000 บาท รับผิดชอบงานตามที่ สว. มอบหมาย เช่น รับฟังปัญหาจากประชาชนและประสานงานกับหน่วยงานราชการ

สิทธิเบิกค่าเดินทางทั้งในและต่างประเทศ

กรณีเดินทางไปต่างประเทศ สว. มีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายตามประเภทและอัตราที่กำหนด ได้แก่

  • เบี้ยเลี้ยงแบบเหมาจ่าย 3,100 บาทต่อวันต่อคน
  • กรณีไม่เบิกแบบเหมาจ่าย สามารถเบิกค่าอาหาร เครื่องดื่ม และโรงแรมได้ 4,500 บาทต่อวันต่อคน
  • ค่าทำความสะอาดเสื้อผ้า 500 บาทต่อวันต่อคน
  • ค่าใช้สอยเบ็ดเตล็ด 500 บาทต่อวันต่อคน

สำหรับการเดินทางภายในประเทศ สามารถเบิกเบี้ยเลี้ยงได้ 270 บาทต่อวันต่อคน ส่วนค่าที่พักแบ่งเป็นการพักคนเดียวไม่เกิน 2,500 บาทต่อวัน พักคู่ไม่เกินคนละ 1,400 บาทต่อวัน โดยเบิกตามจริง หรือเลือกเบิกแบบเหมาจ่ายคนละ 1,200 บาทต่อวัน

นอกจากนี้ ค่าเดินทางไปและกลับจากการประชุมรัฐสภายังสามารถเบิกได้ตามระยะทางจริง

สวัสดิการรักษาพยาบาลครอบคลุมทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก

สิทธิรักษาพยาบาลของ สว. ครอบคลุมค่าใช้จ่ายหลายประเภท โดยกรณีผู้ป่วยในมีเพดานการเบิก ดังนี้

  • ค่าห้องและค่าอาหาร 4,000 บาทต่อวัน ไม่เกิน 31 วันต่อครั้ง
  • ค่าห้อง ICU หรือ CCU 10,000 บาทต่อวัน ไม่เกิน 7 วันต่อครั้ง
  • ค่ารักษาพยาบาลทั่วไป 100,000 บาทต่อครั้ง
  • ค่ารถพยาบาล 1,000 บาทต่อครั้ง
  • ค่าแพทย์ผ่าตัด 120,000 บาทต่อครั้ง
  • ค่าแพทย์เยี่ยมไข้ 1,000 บาทต่อวัน ไม่เกิน 31 วันต่อครั้ง
  • ค่าปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรค 4,000 บาทต่อครั้ง
  • ค่ารักษาทันตกรรม 5,000 บาทต่อปี

ส่วนการคลอดบุตร สามารถเบิกได้ 20,000 บาทสำหรับการคลอดตามธรรมชาติ และ 40,000 บาทสำหรับการผ่าตัดคลอด

กรณีผู้ป่วยนอก สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลทั่วไปได้ไม่เกิน 90,000 บาทต่อปี ค่าใช้จ่ายจากอุบัติเหตุฉุกเฉิน 20,000 บาทต่อครั้ง และค่าตรวจสุขภาพประจำปี 7,000 บาทต่อปี

เบี้ยประชุมเพิ่มเติมตามตำแหน่งและประเภทคณะกรรมาธิการ

สว. ที่ปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการยังมีสิทธิได้รับเบี้ยประชุมเพิ่มเติม โดยประธานกรรมาธิการได้รับครั้งละ 1,500 บาท ผู้เข้าร่วมประชุมกรรมาธิการได้รับครั้งละ 1,200 บาท และผู้เข้าร่วมประชุมอนุกรรมาธิการได้รับครั้งละ 800 บาท

พ้นตำแหน่งแล้วยังมีสิทธิจากกองทุนอดีตสมาชิกรัฐสภา

แม้ สว. จะไม่มีสิทธิได้รับบำเหน็จหรือบำนาญเช่นเดียวกับข้าราชการ แต่เมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้ว ยังอาจได้รับความช่วยเหลือจาก “กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา” ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันและช่วยเหลือผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกรัฐสภา

ตามระเบียบคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ว่าด้วยการบริหาร ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และการจ่ายเงินช่วยเหลือกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. 2556 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2558 กองทุนสามารถให้ความช่วยเหลือได้ในหลายกรณี ได้แก่

  • เงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล
  • เงินทุนเลี้ยงชีพ
  • เงินช่วยเหลือกรณีทุพพลภาพ
  • เงินช่วยเหลือกรณีถึงแก่กรรม
  • เงินช่วยเหลือด้านการศึกษาของบุตร
  • สวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด

งบวุฒิสภาปี 2569 อยู่ที่ 2,275.81 ล้านบาท

ในปีงบประมาณ 2569 สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้รับจัดสรรงบประมาณรวม 2,275.81 ล้านบาท โดยรายการขนาดใหญ่ที่สุดคือแผนงานบุคลากรภาครัฐ 1,421.34 ล้านบาท รองลงมาคือแผนงานพื้นฐานด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ 548.37 ล้านบาท แผนงานยุทธศาสตร์สนับสนุนการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ 277.32 ล้านบาท และแผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาและเสริมสร้างการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 28.79 ล้านบาท

รายงานสถานะ ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 ระบุว่า มีการเบิกจ่ายแล้ว 1,077.48 ล้านบาท และก่อหนี้ผูกพันอีกประมาณ 33.79 ล้านบาท ทำให้ยอดการใช้จ่ายเมื่อรวมภาระผูกพันอยู่ที่ 1,111.27 ล้านบาท หรือ 48.83% ของงบที่ได้รับจัดสรร 

อย่างไรก็ตาม งบประมาณ 2,275.81 ล้านบาทไม่ใช่เงินที่จ่ายให้ สว. 200 คนทั้งหมด เพราะสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเป็นหน่วยงานของรัฐสภาที่มีข้าราชการ พนักงาน และภารกิจสนับสนุนหลายด้าน ตั้งแต่งานประชุมและกรรมาธิการ การศึกษาร่างกฎหมาย งานวิชาการ ระบบสารสนเทศ การสื่อสารกับประชาชน ไปจนถึงการบริหารสถานที่และบุคลากร

สว. 200 คนมาจากระบบเลือกกันเอง 20 กลุ่ม

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2560 มาตรา 107 กำหนดให้วุฒิสภามีสมาชิก 200 คน มาจากการเลือกกันเองของบุคคลที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ หรือลักษณะร่วมในด้านต่าง ๆ โดยดำเนินกระบวนการในระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ซึ่งการเลือกตั้งในปี 2567 มีการใช้ระบบนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

ผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือก สว. จึงไม่ใช่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วไป แต่เป็นผู้สมัครรับเลือกเป็น สว. ด้วยกันเอง กระบวนการมีทั้งการลงคะแนนในกลุ่มเดียวกันและการลงคะแนนให้ผู้สมัครกลุ่มอื่น โดยในบางรอบผู้สมัครสามารถลงคะแนนให้ตัวเองได้

ในระดับประเทศ ผู้สมัครจะลงคะแนนภายในกลุ่มเพื่อคัดผู้ได้คะแนนสูงสุด 40 คนเข้าสู่รอบต่อไป จากนั้นจึงแบ่งสายและลงคะแนนให้ผู้สมัครจากกลุ่มอื่น ผู้ได้คะแนนลำดับที่ 1-10 ของแต่ละกลุ่มจะได้รับเลือกเป็น สว. กลุ่มละ 10 คน รวม 20 กลุ่มเป็น 200 คน ส่วนผู้ได้คะแนนลำดับที่ 11–15 จะอยู่ในบัญชีสำรอง กลุ่มละ 5 คน รวม 100 คน

ระบบเลือกกันเองถูกออกแบบให้วุฒิสภาประกอบด้วยบุคคลจากพื้นฐานที่หลากหลายและไม่อยู่ภายใต้การแข่งขันของพรรคการเมืองโดยตรง แต่รูปแบบที่จำกัดผู้ลงคะแนนไว้เฉพาะผู้สมัครด้วยกันเองก็ทำให้เกิดข้อกังวลเรื่องความโปร่งใส การจัดตั้งผู้สมัคร และการลงคะแนนอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นแกนกลางของข้อกล่าวหาในคดีฮั้วเลือก สว. ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

รัฐธรรมนูญกำหนดให้วุฒิสภามีวาระคราวละ 5 ปี นับจากวันประกาศผล และห้ามผู้ที่เคยดำรงตำแหน่ง สว. ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้กลับมาสมัครอีก จึงมีลักษณะเป็นการดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว เมื่อครบวาระแล้ว สว. ชุดเดิมยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีสมาชิกชุดใหม่เข้ารับหน้าที่ 

อำนาจ สว. กว้าง แต่ไม่มีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว

อำนาจหลักด้านแรกของวุฒิสภาคือการพิจารณากฎหมาย หลังจากสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแล้ว ต้องส่งให้วุฒิสภาพิจารณา โดยทั่วไปมีกรอบเวลา 60 วัน และลดเหลือ 30 วันสำหรับร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน วุฒิสภาอาจเห็นชอบ เสนอแก้ไข หรือไม่เห็นชอบได้ แต่สภาผู้แทนราษฎรยังสามารถยืนยันร่างตามขั้นตอนและเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนด

สำหรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ วุฒิสภามีเวลาพิจารณา 20 วัน และไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมตัวร่างได้ ทำได้เพียงลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ หากไม่ดำเนินการภายในกำหนด จะถือว่าให้ความเห็นชอบ

ด้านการตรวจสอบรัฐบาล สว. สามารถตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี ตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาเรื่องต่าง ๆ หรือสอบหาข้อเท็จจริง รวมถึงเรียกบุคคลหรือเอกสารมาให้ข้อมูลภายในขอบเขตที่กฎหมายกำหนด หาก สว. ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามเข้าชื่อกัน ยังสามารถขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อให้คณะรัฐมนตรีชี้แจงปัญหาสำคัญเกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินได้ แต่ไม่มีการลงมติไม่ไว้วางใจ สว. จึงไม่สามารถลงมติให้รัฐบาลพ้นจากตำแหน่งได้เหมือนสภาผู้แทนราษฎร

อำนาจที่มีน้ำหนักสูงอีกด้านหนึ่งคือการให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญ เช่น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและกรรมการองค์กรอิสระหลายแห่ง รวมถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน การตัดสินใจของ สว. จึงส่งผลต่อกลไกตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐในระยะยาว แม้สมาชิกจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งวาระรับหลักการและวาระสุดท้ายต้องมีเสียงเห็นชอบจาก สว. ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ หากมีสมาชิกครบ 200 คน จึงต้องใช้เสียง สว. อย่างน้อย 67 คน เงื่อนไขนี้ทำให้วุฒิสภามีอำนาจยับยั้งการแก้รัฐธรรมนูญได้ในทางปฏิบัติ แม้ร่างดังกล่าวจะได้รับเสียงสนับสนุนจำนวนมากจากสภาผู้แทนราษฎรก็ตาม

อย่างไรก็ตาม สว. ชุดปัจจุบันไม่มีสิทธิร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว อำนาจดังกล่าวเป็นอำนาจชั่วคราวของ สว. ชุดแต่งตั้ง 250 คนตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ซึ่งสิ้นสุดลงแล้ว การให้ความเห็นชอบบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีตามหลักปกติในมาตรา 159 เป็นอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร

กล่าวโดยสรุป ตัวเลขสำคัญมีอยู่สามชุด ได้แก่ สว. ทั่วไปได้รับค่าตอบแทนประจำเดือนละ 113,560 บาท ค่าตอบแทนประจำของสมาชิกทั้งสภาคิดเป็นประมาณ 272.67 ล้านบาทต่อปี ขณะที่งบประมาณของสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาปี 2569 อยู่ที่ 2,275.81 ล้านบาท ส่วนอำนาจของวุฒิสภา แม้ไม่ครอบคลุมการเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่ยังมีน้ำหนักสูงต่อการกลั่นกรองกฎหมาย การแต่งตั้งบุคคลในองค์กรสำคัญ และการกำหนดชะตาของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ


อ้างอิง: Senate, Senate 2, Senate 3, PRT

แชร์
“สว.” ได้เงินเดือนเท่าไร? เปิดเรตค่าตอบแทน-สวัสดิการ และอำนาจ-หน้าที่