
ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติเสียงข้างมาก 103 เสียง ต่อ 3 เสียง งดออกเสียง 22 เสียง ให้ความเห็นชอบกับการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ของวุฒิสภา พิจารณาแล้วเสร็จ ที่วุฒิสภาต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่รัฐสภามีมติเห็นชอบตามที่คณะรัฐมนตรี มีมติยืนยันร่างกฎหมายให้นำกลับมาพิจารณาใหม่หลังการยุบสภา แต่เนื่องจาก วุฒิสภา มีการปรับแก้เนื้อหาที่ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว จึงทำให้ต้องแจ้งคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป
โดยคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข วุฒิสภา ได้ปรับแก้บัญชีแนบท้าย เพิ่มการนิรโทษกรรมในความผิดที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยึดสนามบิน หลังจากได้เชิญผู้แทนของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด หรือ AOT มาพูดคุยแล้ว รวมถึงมีการเพิ่มมาตรา 11 วรรค 2 ไม่ครอบคลุมการนิรโทษกรรมในความผิดที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ทั้งนี้ หากยึดตามการแก้ไขของวุฒิสภา จะมีคดีความผิดทางการเมือง ที่ได้รับการนิรโทษกรรมรวม 42 ฐานความผิด แบ่งเป็น 4 กลุ่มคดี ตั้งแต่ระยะเวลา 1 มกราคม 2548 ถึง 16 กรกฎาคม 2568 ทั้งกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในคดีปิดล้อมสนามบินและดาวกระจายระหว่างปี 2549-2551, กลุ่ม นปช.ระหว่างปี 2552-2553, กลุ่ม กปปส.ชัตดาวน์กรุงเทพฯ ปี 2556-2557 และกลุ่มราษฎร ปี 2563-2564 แต่ไม่รวมถึงคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ขณะที่ นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะเลขานุการกรรมาธิการฯ ชี้แจงถึงกรณีที่นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ให้จับตาวาระพิจารณา ที่อาจจะสอดไส้นิรโทษกรรมคดีฮั้ว สว. โดยยืนยันว่า กรรมาธิการฯ ไม่ได้มีการเพิ่มเนื้อหาในประเด็นดังกล่าว และทุจริตการเลือกตั้ง สส.ด้วยแต่อย่างใด และไม่คิดจะทำด้วย ซึ่งกระบวนการทุกอย่าง ยังอยู่ในชั้นการพิจารณาของ กกต.ที่ยังไม่มีการชี้มูลใด ๆ หรือต่อให้มีเหตุการณ์ที่ผิดจริง ก็ไม่สามารถนิรโทษกรรมได้ เพราะถือเป็นคดีการทุจริต ที่ไม่ครอบคลุมการนิรโทษกรรม
สำหรับขั้นตอนต่อไปหลังคณะกรรมาธิการฯ มีการปรับแก้ และวุฒิสภา ให้ความเห็นชอบต่อการปรับแก้ร่างกฎหมายของคณะกรรมาธิการฯ แล้ว ประธานวุฒิสภา จะได้แจ้งไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อรับทราบและดำเนินการต่อไป ซึ่งในกรณีนี้ คณะรัฐมนตรี จะต้องแจ้งกลับมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อลงมติว่า จะเห็นด้วยกับการปรับแก้ของวุฒิสภาหรือไม่ ถ้าเห็นชอบด้วย ก็สามารถให้นายกรัฐมนตรี นำร่างกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ตามขั้นตอน แต่หากไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา ก็จะต้องตั้งคณะกรรมาธิการฯ ร่วม 2 สภา เพื่อมาพิจารณาร่วมกันก่อน
Advertisement