
วันที่ 27 เม.ย. 2569 นายจำลอง อนันตสุข สมาชิกวุฒิสภา จ.สุพรรณบุรี ได้ลุกขึ้นอภิปรายในญัตติขอให้วุฒิสภาพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาสิทธิในที่ดินทำกินและการถือครองที่ดินของประชาชน โดยชี้เป้าไปที่ปัญหาเรื้อรังที่กัดกินชีวิตคนไทยมานาน พร้อมแนะทางสว่างในการเปลี่ยนที่ดินให้เป็นทุนเพื่อแก้ปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จ
นายจำลอง กล่าวว่า จากการลงพื้นที่โครงการ "วุฒิสภาพบประชาชน" ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา พบว่าปัญหาอันดับ 1 ของคนทั้งประเทศคือ "ที่ดินทำกิน" โดยเฉพาะที่ดินที่ประชาชนครอบครองอยู่แต่ไม่มีกรรมสิทธิ์ เช่น ภ.บ.ท.5, ส.ป.ก. และที่ดินราชพัสดุ ซึ่งเปรียบเหมือน "มีสมบัติแต่กินไม่ได้" เพราะไม่สามารถนำไปเป็นหลักประกันกู้ยืมเงินมาต่อยอดชีวิตได้
"โดยเฉพาะที่ดินของการรถไฟฯ บางจุดรถไฟไม่วิ่งผ่านมาเป็น 10-20 ปีแล้ว แต่ยังอ้างกรรมสิทธิ์ดองไว้เฉยๆ แทนที่จะคืนให้กรมที่ดินหรือจัดสรรให้ประชาชนได้ทำมาหากิน สร้างรายได้ สร้างมูลค่าเพิ่ม แบบนี้มันถูกต้องแล้วหรือ?" นายจำลองกล่าว.
สว.จำลอง ยังได้กางตัวเลขสถิติที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์ชัดเจนมีเพียง 40% พื้นที่ป่าอีก 40% ส่วนที่เหลืออีก 20% คือพื้นที่เจ้าปัญหา ที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่ พร้อมเสนอว่ารัฐบาลต้องเร่งมือทำให้ที่ดินเหล่านี้มีกรรมสิทธิ์ที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนนำไปจำนองหรือเป็นทุนหมุนเวียนได้ ซึ่งจะส่งผลดีเป็นทอดๆ คือประชาชนมีรายได้ รัฐก็ได้ภาษีเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้นายจำลองยังกล่าวว่า หากรัฐบาลกล้าปฏิรูปที่ดินให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น เม็ดเงินภาษีที่เก็บได้มากขึ้นนั้น ควรนำมาเพิ่ม "เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ" จาก 800 บาท เป็น 1,000 หรือ 1,500 บาท เพื่อให้ผู้เฒ่าผู้แก่มีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามที่ควรจะเป็น
ในช่วงท้าย นายจำลองได้ฝากไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เข้ามาชี้แจงนโยบายการจัดการที่ดินในรัฐสภาแห่งนี้ โดยขอให้มีการ "ถ่ายทอดสด" ให้คนทั้งประเทศได้รับทราบว่า คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติมีแผนจะพัฒนาหรือปฏิรูปที่ดินให้ชาวบ้านอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อไหร่.
Advertisement