Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
กระแส Sell America ยังไม่สะเทือน ต่างชาติแห่ซื้อหุ้นสหรัฐฯ พุ่ง 134%
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

กระแส Sell America ยังไม่สะเทือน ต่างชาติแห่ซื้อหุ้นสหรัฐฯ พุ่ง 134%

19 ก.พ. 69
14:03 น.
แชร์

แม้ว่ากระแส ‘Sell America’ หรือการเทขายสินทรัพย์สหรัฐฯ จะมาแรงมากในช่วงปลายปี 2025 แต่ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กลับสะท้อนภาพตรงข้าม นั่นคือ เงินทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าสินทรัพย์สหรัฐอย่างแข็งแกร่ง

ข้อมูลระบุว่า นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นสหรัฐฯสุทธิ 720,100 ล้านดอลลาร์ ในปี 2025 เพิ่มขึ้นมากถึง 134% จาก 307,500 ล้านดอลลาร์ในปี 2024 ขณะเดียวกัน หากนับรวมสินทรัพย์การเงินระยะยาว (Long-term US financial asset) ทั้งหมด ต่างชาติซื้อสุทธิรวม 1.55 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 31.36% จาก 1.18 ล้านล้านดอลลาร์ในปีก่อนหน้า ในจำนวนนี้ 658,500 ล้านดอลลาร์ไหลเข้าหุ้น และ 442,700 ล้านดอลลาร์ไหลเข้าสู่พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (treasury note และ bond)

การซื้อสินทรัพย์อเมริกาที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้เป็นการท้าทายต่อแนวคิด ‘Sell America’ ซึ่งเกิดจากความกังวลว่านโยบายการค้าของทรัมป์ รวมถึงแรงกดดันต่อความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจทำให้นักลงทุนต่างชาติเทขายสินทรัพย์สหรัฐฯ

Sell America กระแสแรง แต่สหรัฐฯ ยังเป็นที่นิยม

โอเวน ลามอนต์ (Owen Lamont) รองประธานอาวุโสและผู้จัดการพอร์ตโฟลิโอของ Acadian Asset Management มองว่า กระแส Sell America อาจถูกพูดเกินจริง อย่างน้อยก็ในตลาดหุ้น ซึ่งตัวเขาเองมองตรงข้ามว่าสิ่งที่เห็นยังเป็นภาพของ ‘American exceptionalism’ (ความพิเศษเฉพาะตัวของอเมริกา) โดยเฉพาะความนิยมในหุ้นเทคโนโลยีของสหรัฐฯที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ แม้ความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับนโยบายของสหรัฐฯจะทำให้ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนในปี 2025 แต่ความกังวลบางส่วนก็ถูกชดเชยด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งถูกมองว่าเป็นแรงหนุนต่อกำไรของบริษัทส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมาไม่ได้โดดเด่นเมื่อเทียบกับตลาดโลก โดยดัชนี S&P 500 ให้ผลตอบแทน 16% ต่ำกว่าดัชนี MSCI World Excluding United States (หุ้นโลกไม่รวมสหรัฐฯ) 13 จุดเปอร์เซ็นต์

ประเทศไหนซื้อ ประเทศไหนขายสินทรัพย์สหรัฐฯ

ในแง่ประเทศผู้ซื้อและผู้ขายหุ้นสหรัฐฯ Bloomberg News วิเคราะห์ข้อมูลย้อนกลับไปถึงปี 2023 เพื่อดูว่าประเทศใดซื้อและประเทศใดขายหุ้นสหรัฐฯ พบว่า ผู้ซื้อหุ้นสหรัฐฯรายใหญ่ในปี 2025 (ไม่นับหมู่เกาะเคย์แมนและไอร์แลนด์ซึ่งเป็นฐานจดทะเบียนของกองทุนจำนวนมาก) คือ นอร์เวย์ ที่ซื้อสุทธิ 81,800 ล้านดอลลาร์ เพิ่มเกือบสามเท่าจากปี 2024 ตามด้วยสิงคโปร์ที่ซื้อสุทธิ 79,000 ล้านดอลลาร์ และเกาหลีใต้ที่ซื้อสุทธิ 73,600 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบห้าเท่าจากปีก่อนหน้า

ขณะที่จีนแผ่นดินใหญ่ขายสุทธิเป็นปีที่สามติดต่อกัน โดยขายสุทธิ 34,100 ล้านดอลลาร์ เป็นรองเพียงคูเวตที่ขายสุทธิ 36,500 ล้านดอลลาร์

ด้านแคนาดา ซึ่งเป็นผู้ขายหุ้นสหรัฐฯ รายใหญ่ที่สุดในปี 2024 กลับกลายเป็นผู้ซื้อใน 2025 โดยซื้อสุทธิ 10,600 ล้านดอลลาร์ การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นแม้ว่าชาวแคนาดาไม่พอใจอย่างมากต่อนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของตนเอง และคำขู่ของทรัมป์ต่ออธิปไตยของประเทศแคนาดา

ส่วนภาพรวมสินทรัพย์ระยะยาว ยุโรปเป็นแหล่งเงินทุนหลัก คิดเป็น 872,800 ล้านดอลลาร์ของกระแสเงินไหลเข้าสุทธิ ขณะที่หมู่เกาะเคย์แมนซื้อสุทธิ 277,200 ล้านดอลลาร์ ญี่ปุ่น 56,000 ล้านดอลลาร์ และแคนาดา 84,400 ล้านดอลลาร์

จีนเป็นผู้ขายสุทธิสินทรัพย์การเงินระยะยาวของสหรัฐมูลค่า 208,600 ล้านดอลลาร์ และถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐลดลงเหลือ 683,500 ล้านดอลลาร์ ต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2008

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เตือนว่า การระบุแหล่งที่มาที่แท้จริงของเงินทุนนั้นทำได้ยาก เนื่องจากหลายธุรกรรมทำผ่านศูนย์กลางการเงินหรือเขตที่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น เคย์แมน เกิร์นซีย์ สหราชอาณาจักร และเบลเยียม

อะไรคือปัจจัยหนุนเงินเข้าสหรัฐฯ

แม้จะมีกรณีที่กองทุนบางแห่งในยุโรปลดสัดส่วนการลงทุนในสหรัฐฯ อย่างเช่น กองทุน Stichting Pensioenfonds ABP ของเนเธอร์แลนด์ ได้ลดสัดส่วนการลงทุนลงอย่างมากเมื่อปีที่แล้ว และกองทุนบำนาญของเดนมาร์กออกมาเตือนมาเดือนมกราคมที่ผ่านมาว่า กำลังวางแผนที่จะขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯออกบางส่วน แต่โดยภาพรวม กระแสเงินทุนไม่ได้ไหลออกอย่างที่หลายฝ่ายกังวล

สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ได้ออกมาโต้แย้งวาทกรรม ‘Sell America’ อยู่เป็นระยะ ๆ ว่า นโยบายและมาตรการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้สหรัฐฯ ในฐานะจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ สำหรับเงินทุนทั่วโลก

แอนดรูว์ ฮาซเล็ตต์ (Andrew Hazlett) ผู้ค้าเงินตราต่างประเทศจาก Monex Inc. แสดงความเห็นว่า จริงอยู่ที่มีความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงที่ผ่านมา จนทำให้กระแสการเทขายเงินดอลลาร์ได้รับความนิยม แต่สุดท้ายแล้ว พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงเป็นสัดส่วนใหญ่ในพอร์ตการลงทุนของรัฐบาลประเทศต่าง ๆ และยังมองไม่เห็นว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ

อีกปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นให้ผู้จัดการกองทุนต่างประเทศบางรายเพิ่มการลงทุนในหลักทรัพย์สหรัฐฯ มากขึ้น คือ การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯในปีที่ผ่านมา ซึ่งอาจจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติใช้จังหวะที่เงินดอลลาร์อ่อนค่าเพิ่มการลงทุนในหลักทรัพย์สหรัฐฯ

ข้อมูลของ BNY ชี้ว่า นักลงทุนต่างชาติใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากการปรับเปลี่ยนของค่าเงินดอลลาร์เพื่อเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ แม้ระดับความนิยมจะไม่ร้อนแรงเท่าช่วง ‘US exceptionalism’ ในปี 2023-2024 แต่พรีเมียมของการลงทุนยังคงมีอยู่

อย่างไรก็ตาม ในเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียว การถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯของต่างชาติลดลง 88,400 ล้านดอลลาร์ เหลือ 9.27 ล้านล้านดอลลาร์ ญี่ปุ่นซึ่งเป็นผู้ถือครองรายใหญ่สุดลดการถือครองลง 17,200 ล้านดอลลาร์ เหลือ 1.19 ล้านล้านดอลลาร์ และสหราชอาณาจักรลดลง 23,000 ล้านดอลลาร์ เหลือ 866,000 ล้านดอลลาร์

คงต้องติดตามต่อไปว่า Sell America จะเห็นผลมากขึ้นหรือไม่ในปี 2026 นี้

อ้างอิง : Bloomberg [1], Bloomberg [2]

แชร์
กระแส Sell America ยังไม่สะเทือน ต่างชาติแห่ซื้อหุ้นสหรัฐฯ พุ่ง 134%