Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
หุ้นไทยปิดเช้า +44.95 จุด รัฐบาลใหม่หนุนเชื่อมั่น หุ้นเด่นมีอะไรบ้าง?
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

หุ้นไทยปิดเช้า +44.95 จุด รัฐบาลใหม่หนุนเชื่อมั่น หุ้นเด่นมีอะไรบ้าง?

9 ก.พ. 69
14:03 น.
แชร์

ดัชนีตลาดหุ้นไทยพุ่งแรงกว่า 3% ในการซื้อขายช่วงเช้า สะท้อนแรงตอบรับเชิงบวกอย่างชัดเจนของนักลงทุนต่อทิศทางการเมืองที่เริ่มมีความแน่นอน หลังผลการเลือกตั้งทั่วไปอย่างไม่เป็นทางการบ่งชี้ว่า พรรคภูมิใจไทย เป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ และมีเสียงสนับสนุนจากพรรคพันธมิตรเพียงพอสำหรับการตั้งรัฐบาล ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับสุญญากาศทางการเมืองและความไม่ต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจคลี่คลายลงในทันที

บรรยากาศการลงทุนกลับเข้าสู่โหมดเปิดรับความเสี่ยง โดยตลาดให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ของการจัดตั้งรัฐบาลที่รวดเร็ว มีเสถียรภาพ และสามารถเดินหน้าดำเนินนโยบายได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐจากรัฐบาลเดิม ซึ่งถูกมองว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยในระยะสั้นถึงระยะกลาง

SET พุ่งแรงกว่า 3% ทำจุดสูงสุดเหนือ 1,400 จุด มูลค่าซื้อขายหนาแน่น

การซื้อขายช่วงเช้า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 44.95 จุด หรือ 3.32% มาอยู่ที่ระดับ 1,398.96 จุด และระหว่างวันปรับขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 1,403.96 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายรวมเกือบ 66,882.13 ล้านบาท สะท้อนแรงซื้อที่กระจายตัวอย่างกว้างขวางในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกัน หุ้นในเครือข่ายที่ถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มของ อนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี ปรับตัวเพิ่มขึ้นพร้อมกันเป็นวงกว้าง ณ เวลา 15.00 น. โดยมีรายละเอียดดังนี้

หุ้น STECON ปรับตัวเพิ่มขึ้น 19.38% เพิ่มขึ้น 1.55 บาท มาอยู่ที่ระดับราคา 9.55 บาท

หุ้น DOD ปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.48% เพิ่มขึ้น 0.24 บาท มาอยู่ที่ระดับราคา 1.79 บาท

หุ้น STPI ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.80% เพิ่มขึ้น 0.26 บาท มาอยู่ที่ระดับราคา 4.74 บาท

หุ้น PTG ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.05% เพิ่มขึ้น 0.55 บาท มาอยู่ที่ระดับราคา 8.35 บาท

หุ้น 88TH ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.18% เพิ่มขึ้น 0.14 บาท มาอยู่ที่ระดับราคา 4.54 บาท

ขณะที่หุ้น AMA ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.95% เพิ่มขึ้น 0.08 บาท มาอยู่ที่ระดับราคา 4.18 บาท

แรงหนุนหลักมาจากการตอบรับผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งชี้ว่าพรรคภูมิใจไทยมีคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่ง และมีโอกาสสูงในการรวบรวมเสียงจากพรรคพันธมิตรเพื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้สำเร็จ ส่งผลให้ตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยง หลังเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในช่วงก่อนหน้า

ฝ่ายวิจัย INVX มองว่าระยะสั้นตลาดหุ้นไทยมีโอกาสตอบสนองเชิงบวก (Bullish) เนื่องจากตลาด “ชอบความชัดเจน” โดยเฉพาะการจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วและมีความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบาย พร้อมประเมินว่า SET มีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบระดับ 1,400 จุด

ภูมิใจไทยนำจัดตั้งรัฐบาล เสถียรภาพการเมืองสูง หนุนความเชื่อมั่นนักลงทุน

จากรายงานผลคะแนนเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07.00 น. พรรคภูมิใจไทยมีคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่ง โดยคาดว่าจะได้จำนวน ส.ส. รวม 194 ที่นั่ง แบ่งเป็น ส.ส.เขต 175 ที่นั่ง และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 19 ที่นั่ง ทำให้มีโอกาสสูงในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่

INVX ประเมินว่าฉากทัศน์ดังกล่าวจะส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น เนื่องจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีแนวโน้มจะมีเสถียรภาพทางการเมืองสูง จากโอกาสในการรวมตัวของขั้วอำนาจเดิมที่พลิกจากรัฐบาลเสียงข้างน้อยมาเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก อีกทั้งกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่คาดว่าจะเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) วางไว้ ลดความเสี่ยงด้านความล่าช้าและความผันผวนเชิงนโยบาย

ในมุมมองเศรษฐกิจ INVX ระบุว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยภายใต้รัฐบาลใหม่จะขึ้นอยู่กับ policy mix และความสามารถในการดำเนินนโยบาย โดยประเมินเบื้องต้นว่านโยบายเศรษฐกิจหลักของพรรคภูมิใจไทยจะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อ GDP ราว +0.50%

นโยบายเศรษฐกิจ–เมกะโปรเจกต์–กลยุทธ์ลงทุน รับรัฐบาลใหม่ภูมิใจไทย

INVX ประเมินว่านโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะมุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ควบคู่กับการลงทุนผ่านโครงการเมกะโปรเจกต์ที่ต่อเนื่องจากรัฐบาลเดิม เช่น โครงการ Landbridge และ Smart City ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการลงทุน การจ้างงาน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระบบ

สำหรับมุมมองต่อตลาดหุ้นไทย ระยะสั้นยังคงมองว่าตลาดมีแนวโน้มตอบสนองเชิงบวกจากความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลและความต่อเนื่องของการดำเนินนโยบาย โดยประเมินว่า SET มีโอกาสปรับขึ้นไปทดสอบระดับ 1,400 จุด อย่างไรก็ดี ระยะถัดไปต้องติดตามว่ากระแสเงินทุน (Fund Flow) จะไหลเข้าต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งจะขึ้นอยู่กับว่านโยบายของรัฐบาลใหม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้มากเพียงใด

ด้านกลยุทธ์การลงทุน INVX แนะนำสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และต้องการเก็งกำไรในระยะสั้น เน้นหุ้นที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ โดยครอบคลุม

  • กลุ่มรับเหมาและวัสดุก่อสร้าง รวมถึงนิคมอุตสาหกรรมและสื่อสาร ได้แก่ STECON, CK, SCC, SCCC, WHA, AMATA, ADVANC และ TRUE ซึ่งเชื่อมโยงกับการลงทุนเมกะโปรเจกต์
  • กลุ่มโรงไฟฟ้าและพลังงานสะอาด ได้แก่ GULF, GUNKUL และ BANPU
  • กลุ่มค้าปลีก เช่น CPALL, BJC, CRC, CPN, HMPRO, GLOBAL และ TNP ที่ได้อานิสงส์จากมาตรการล้างหนี้ เพิ่มรายได้ และกระตุ้นการใช้จ่าย
  • กลุ่มการแพทย์และท่องเที่ยว ได้แก่ BDMS, BH, AOT, CENTEL และ ERW ที่สอดคล้องกับแนวคิดผลักดันไทยสู่ Wellness Destination
  • กลุ่มธนาคาร ได้แก่ BBL, KTB และ KBANK ซึ่งได้รับประโยชน์จากการส่งเสริมการออมและการลงทุน

ขณะเดียวกัน INVX ยังอ้างอิงวิสัยทัศน์ด้านตลาดทุนของพรรคภูมิใจไทยที่นำเสนอในงาน FETCO เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ซึ่งสะท้อนมุมมองว่าตลาดทุนไทยกำลังเผชิญภาวะ “ป่วยเรื้อรัง” และจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดโครงสร้างครั้งใหญ่ โดยปัญหาหลักประกอบด้วยการขาดความเชื่อมั่นจากประเด็นธรรมาภิบาลและการบังคับใช้กฎหมายที่ล่าช้า ปัญหาสภาพคล่องในตลาดที่ลดลง และปัญหาเชิงโครงสร้างจากการขาดธุรกิจ New S-curve และการเติบโตทางเศรษฐกิจ

INVX มองว่าหากรัฐบาลใหม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างดังกล่าวได้จริง จะไม่เพียงช่วยฟื้นความเชื่อมั่นในระยะสั้น แต่ยังเป็นปัจจัยบวกต่อดัชนี SET และตลาดทุนไทยในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ

แชร์
หุ้นไทยปิดเช้า +44.95 จุด รัฐบาลใหม่หนุนเชื่อมั่น หุ้นเด่นมีอะไรบ้าง?