
อิหร่านกำลังหารือกับโอมานเพื่อจัดตั้งระบบเก็บค่าผ่านทางถาวรในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญที่สุดของโลก ความเคลื่อนไหวนี้อาจทำให้การควบคุมการเดินเรือของอิหร่านในพื้นที่ดังกล่าวมีความเป็นทางการมากขึ้น และอาจกระทบต่อสมดุลอำนาจในอ่าวเปอร์เซีย ท่ามกลางสงครามและความตึงเครียดด้านความมั่นคงที่ยังไม่คลี่คลาย
โมฮัมหมัด อามิน-เนจาด เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์กที่กรุงปารีส ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมาว่า อิหร่านและโอมานจำเป็นต้องระดมทรัพยากรร่วมกัน เพื่อดูแลความมั่นคงและบริหารจัดการการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซให้เป็นไปอย่างเหมาะสม พร้อมระบุว่า ภารกิจดังกล่าวมีต้นทุน และผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการใช้เส้นทางนี้ก็ควรมีส่วนร่วมรับภาระค่าใช้จ่าย
อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ แสดงท่าทีคัดค้านแผนดังกล่าวทันที โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า สหรัฐฯ ต้องการให้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือที่เปิดกว้างและเสรี โดยไม่ควรมีการเก็บค่าผ่านทาง
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนความกังวลว่า หากอิหร่านสามารถจัดเก็บค่าผ่านทางหรือกำหนดเงื่อนไขการเดินเรือได้จริง อาจสร้างบรรทัดฐานใหม่ที่กระทบต่อหลักเสรีภาพในการเดินเรือ และเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลกในระยะยาว
ช่องแคบฮอร์มุซตั้งอยู่ระหว่างอิหร่านทางตอนเหนือกับโอมานทางตอนใต้ เป็นจุดเชื่อมระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับมหาสมุทรอินเดีย และถือเป็นหนึ่งในเส้นเลือดใหญ่ของการค้าพลังงานโลก
โดยปกติ เส้นทางนี้รองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวราวหนึ่งในห้าของอุปทานโลก รวมถึงสินค้าโภคภัณฑ์สำคัญอื่น ๆ เช่น อะลูมิเนียมและปุ๋ย ทำให้ความไม่แน่นอนในพื้นที่นี้อาจส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และเสถียรภาพของตลาดการเงินทั่วโลก
สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซตึงเครียดขึ้นอย่างหนัก หลังอิหร่านตอบโต้การโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอลในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่พันธมิตรอาหรับของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้การเดินเรือผ่านช่องแคบเข้าสู่ภาวะหยุดชะงัก
วิกฤติด้านความมั่นคงที่ตามมาทำให้เส้นทางการค้าสำคัญแห่งนี้แทบเป็นอัมพาต ขณะที่การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่านทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน และสร้างความเสียหายอย่างมากต่อโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
ขณะนี้ อิหร่านอนุญาตให้เรือผ่านช่องแคบได้เพียงบางส่วน ขณะที่กองทัพเรือสหรัฐฯ ปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน สถานการณ์ดังกล่าวผลักดันให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น และกระตุ้นแรงเทขายพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลก เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจะเพิ่มสูงขึ้นอีก
อย่างไรก็ตาม อามิน-เนจาดยืนยันว่า การสัญจรไม่ได้หยุดชะงักทั้งหมด โดยอ้างว่าเรือบรรทุกน้ำมันและเรือประเภทอื่นรวม 26 ลำสามารถผ่านช่องแคบได้ในช่วงวันอังคารถึงวันพุธที่ผ่านมา ด้วยความช่วยเหลือจากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC แม้ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าระดับก่อนสงครามอย่างมาก ซึ่งอยู่ที่ราว 135 ลำต่อวันก็ตาม
ประเด็นช่องแคบฮอร์มุซเป็นหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการเจรจาหยุดยิงและข้อตกลงสันติภาพระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ
แม้ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 8 เมษายน และมีการแลกเปลี่ยนข้อความผ่านปากีสถานแล้ว แต่ความขัดแย้งด้านการเมืองและความมั่นคงระหว่างทั้งสองชาติยังมีอยู่มาก นอกจากนี้ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ ต่างส่งสัญญาณว่า พร้อมกลับมาใช้กำลังอีกครั้ง หากการเจรจาไม่คืบหน้า
ในทางปฏิบัติ อิหร่านได้ขยายพื้นที่ที่อ้างว่าอยู่ภายใต้เขตอำนาจของตน และออกกฎใหม่สำหรับเรือที่ต้องการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีความกว้างเพียงประมาณ 24 ไมล์ หรือ 39 กิโลเมตร ณ จุดที่แคบที่สุด
ภายใต้แนวทางใหม่นี้ เรือที่ต้องการผ่านเส้นทางดังกล่าวอาจต้องติดต่อกับหน่วยงานใหม่ที่ชื่อว่า Persian Gulf Strait Authority และในบางกรณีได้รับแจ้งให้ชำระเงินสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์ เพื่อแลกกับการผ่านทางอย่างปลอดภัย
รัฐบาลอิหร่านระบุว่า หลายประเทศ รวมถึงจีนและเกาหลีใต้ ได้ประสานงานกับกองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC เพื่อให้เรือของตนสามารถผ่านช่องแคบได้ อย่างไรก็ตาม ทั้งจีนและเกาหลีใต้ยังไม่ได้ยืนยันข้อมูลดังกล่าว ขณะที่อิหร่านไม่ได้ชี้แจงอย่างชัดเจนว่ามีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือไม่
ทั้งนี้ สำหรับบริษัทเดินเรือหลายแห่ง ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ค่าประกันภัยที่สูงขึ้นเพียงอย่างเดียวตามที่อิหร่านกล่าวอ้าง แต่คือความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากขีปนาวุธ โดรน และทุ่นระเบิดทางทะเล ความเสี่ยงเหล่านี้ทำให้หลายบริษัทลังเลที่จะส่งเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จนกว่าสงครามจะยุติลงหรือมีหลักประกันด้านความปลอดภัยที่ชัดเจนมากขึ้น
ยุโรปและรัฐอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงซาอุดีอาระเบีย ต่างคัดค้านแนวคิดที่อิหร่านจะเข้าควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดคอขวดทางทะเลสำคัญและถูกใช้งานมาอย่างยาวนานในลักษณะใกล้เคียงกับน่านน้ำสากล
ความกังวลยิ่งเพิ่มขึ้นหลังสุลต่าน อัล จาเบอร์ หัวหน้าบริษัทน้ำมันหลักของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ระบุว่า กรณีฮอร์มุซกำลังสร้าง “บรรทัดฐานที่อันตราย” เพราะหากโลกยอมรับว่าประเทศเดียวสามารถใช้เส้นทางเดินเรือสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเป็นเครื่องมือต่อรองได้ หลักเสรีภาพในการเดินเรือทั่วโลกจะสั่นคลอนอย่างหนัก
ในมุมของอิหร่าน การรักษาอำนาจเหนือช่องแคบฮอร์มุซหลังสงครามอาจมีเป้าหมายสำคัญ 2 ด้าน ด้านแรกคือการใช้เป็นเครื่องมือป้องปรามการโจมตีในอนาคตจากสหรัฐฯ และอิสราเอล ส่วนอีกด้านคือการสร้างรายได้ให้เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบหนักจากสงครามและมาตรการคว่ำบาตร ผ่านการเก็บค่าผ่านทางหรือการกำหนดเงื่อนไขการเดินเรือ
อย่างไรก็ตาม แนวทางนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญแรงต้านจากสหรัฐฯ ยุโรป และประเทศอาหรับรอบอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งต่างกังวลว่า การปล่อยให้รัฐใดรัฐหนึ่งควบคุมช่องแคบฮอร์มุซโดยลำพัง อาจกระทบต่อระเบียบการค้าโลกและความมั่นคงทางทะเลระหว่างประเทศ
อามิน-เนจาดพยายามลดทอนความตึงเครียดกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบีย โดยระบุว่า “ความเข้าใจผิดที่สะสมมา” สามารถคลี่คลายได้เมื่อสงครามยุติลง พร้อมกล่าวว่าสหรัฐฯ ประเมินความสามารถในการรับแรงกดดันของอิหร่านต่ำเกินไป เพราะเชื่อว่าการคว่ำบาตรและการปิดล้อมเกือบสมบูรณ์จะทำให้อิหร่านยอมจำนนภายในไม่กี่วัน
จากสถานการณ์ล่าสุด ช่องแคบฮอร์มุซจึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ขัดแย้งทางทหารอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นจุดตัดระหว่างอำนาจรัฐ ผลประโยชน์จากเส้นทางพลังงาน และหลักเสรีภาพในการเดินเรือ ซึ่งเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจโลก
ที่มา: Bloomberg