
เมื่อเกิดวิกฤตพลังงาน ราคาสินค้ามักปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้วิกฤตจะคลี่คลายลงแล้ว สถิติจากวิกฤตในอดีตชี้ให้เห็นว่า ราคาสินค้าบางประเภทไม่ได้ปรับลดลงตามต้นทุน แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง
เช่นเดียวกับวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลางที่ยังคงหลังดำเนินอยู่ ในวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นได้กลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อค่าครองชีพและเงินเฟ้อไทย โดยข้อมูลจาก KResearch ชี้ให้เห็นว่า แม้ราคาสินค้าหลายหมวดจะเริ่มปรับลดลงหลังเหตุการณ์คลี่คลาย แต่การลดลงไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทุกกลุ่มสินค้า และบางหมวดยังมีลักษณะ “ขึ้นแล้วลงยาก” โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวข้องกับตะกร้าเงินเฟ้อพื้นฐาน
ภาพรวมจากดัชนีราคาที่ใช้ค่าเฉลี่ยปี 2564 เป็นฐาน พบว่า ราคาสินค้าพลังงานและเกษตรเคยเร่งตัวขึ้นแรงในช่วงปี 2565-2567 ก่อนเริ่มชะลอลงในปี 2568 และต่อเนื่องถึงเดือนมกราคม 2569 อย่างไรก็ตาม ระดับราคาหลายรายการยังอยู่สูงกว่าฐานเดิม สะท้อนว่าการปรับลดลงหลังวิกฤตไม่ได้หมายถึงการกลับไปสู่ระดับก่อนเกิดแรงกระแทกด้านพลังงาน
ในบริบทดังกล่าว คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% ในการประชุมเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 ตามที่ตลาดคาดการณ์ โดยประเมินว่าระดับดอกเบี้ยปัจจุบันยังเหมาะสมต่อการรองรับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากสงครามตะวันออกกลาง ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงกว่าเป้าหมายเพียงชั่วคราวจากปัจจัยด้านอุปทาน ไม่ใช่แรงกดดันจากอุปสงค์ที่ร้อนแรง
ข้อมูลจาก KResearch สะท้อนว่า ราคาสินค้าพลังงานและเกษตรหลายกลุ่มมีทิศทางปรับลดลงหลังเหตุการณ์รัสเซีย-ยูเครนเริ่มคลี่คลาย โดยหมวดที่แสดงการปรับลงชัดเจน ได้แก่ เนื้อสัตว์ ค่าไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง ผักและผลไม้ รวมถึงไข่และผลิตภัณฑ์นม
ในช่วงหลังปี 2564 ราคาหมวดเหล่านี้เคยปรับตัวขึ้นแรง โดยบางรายการแตะระดับสูงในช่วงปี 2565-2567 ก่อนทยอยอ่อนตัวลงในปี 2568 และเดือนมกราคม 2569 ภาพดังกล่าวบ่งชี้ว่าแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและสินค้าเกษตรเริ่มลดลง แต่ราคาส่วนใหญ่ยังคงยืนอยู่เหนือระดับฐานปี 2564 จึงยังเป็นภาระต่อผู้บริโภคในเชิงระดับราคา
สำหรับแนวโน้มปี 2569 KResearch มองว่าราคาพลังงานยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2/2569 และจะทยอยปรับลดลงหลังจากนั้น แต่มีข้อสังเกตสำคัญคืออาจไม่กลับไปสู่ระดับก่อนวิกฤต ขณะที่ราคาเกษตรยังปรับตามต้นทุนพลังงานและปุ๋ยที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากการเข้าสู่ภาวะ El Niño ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป
ในกลุ่มสินค้าที่เมื่อราคาขึ้นแล้วปรับลดลงยาก ส่วนใหญ่เป็นรายการที่อยู่ในตะกร้าเงินเฟ้อพื้นฐาน เช่น อาหารสำเร็จรูป เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อาหารทะเลแปรรูป ผลิตภัณฑ์น้ำตาล และค่าโดยสารสาธารณะ
กราฟแสดงให้เห็นว่าราคาสินค้ากลุ่มนี้มีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2564 จนถึงเดือนมกราคม 2569 โดยไม่ได้ปรับลดลงชัดเจนเหมือนหมวดพลังงานหรือสินค้าเกษตรบางรายการ ลักษณะดังกล่าวสะท้อนความหนืดของราคา ซึ่งอาจเกิดจากต้นทุนสะสมที่ถูกส่งผ่านไปยังราคาขาย และเมื่อราคาถูกปรับขึ้นแล้ว ผู้ประกอบการมักไม่ลดลงในทันทีแม้ต้นทุนบางส่วนเริ่มคลี่คลาย
ประเด็นนี้ทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานยังเป็นตัวแปรสำคัญของเศรษฐกิจไทยในปี 2569 เพราะแม้แรงกดดันจากพลังงานอาจทยอยผ่อนลงในช่วงหลังของปี แต่ราคาสินค้าและบริการในชีวิตประจำวันบางหมวดอาจยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และส่งผลต่อความรู้สึกด้านค่าครองชีพของประชาชน
ท่ามกลางภาพเงินเฟ้อที่ยังมีแรงกดดันจากราคาพลังงาน เกษตร และสินค้าพื้นฐานบางหมวด กนง. เลือกคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% โดยมองว่าอัตราดอกเบี้ยระดับปัจจุบันยังเหมาะสมกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และเงินเฟ้อที่สูงขึ้นมีลักษณะชั่วคราวจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นหลัก
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า กนง. จะคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.00% ตลอดปีนี้ เนื่องจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยมีประสิทธิผลจำกัดในการแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่เกิดจากต้นทุนพลังงาน ปุ๋ย หรือปัจจัยภูมิอากาศ ขณะเดียวกัน การลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมก็อาจช่วยพยุงเศรษฐกิจได้จำกัดเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ นโยบายการคลังจึงมีแนวโน้มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนและพยุงเศรษฐกิจในระดับหนึ่ง ขณะที่ทิศทางเงินเฟ้อไทยปี 2569 ยังต้องจับตาทั้งราคาพลังงาน ต้นทุนภาคเกษตร ความเสี่ยง El Niño และความหนืดของราคาสินค้าในตะกร้าเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งอาจทำให้แรงกดดันค่าครองชีพยังไม่คลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว แม้ราคาสินค้าบางหมวดจะเริ่มปรับลดลงจากจุดสูงสุดแล้วก็ตาม