
ในขณะที่ผู้สมัคร ส.ส. และแกนนำพรรคการเมืองต่างเร่งเครื่องลงพื้นที่ พบปะประชาชนแทบทุกจังหวัดในช่วงโค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 อีกสมรภูมิหนึ่งที่เดือดไม่แพ้กันคือ “โลกออนไลน์”
เพราะเหลือเวลาเพียงแค่ 1 สัปดาห์สุดท้ายก่อนเข้าคูหา โซเชียลมีเดียจึงกลายเป็นพื้นที่ชี้เป็นชี้ตาย ทั้งการสื่อสารนโยบาย การปล่อยหมัดเด็ด และการตั้งคำถามตรวจสอบที่ส่งแรงสะเทือนเป็นวงกว้าง
ข้อมูลจาก บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 1–29 มกราคม 2569 ผ่านเครื่องมือ Zocial Eye พบว่า การพูดถึงประเด็นการหาเสียงเลือกตั้งบนโซเชียลมีเดียพุ่งสูงถึง 243,834,263 เอนเกจเมนต์ จาก 776,871 ข้อความตอกย้ำชัดว่า คนไทยใช้โซเชียลจำนวนมาก และโลกออนไลน์คือหัวใจสำคัญของการหาเสียงยุคนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ใครครองสมรภูมิโซเชียล? 5 พรรคการเมืองกับศึกเอนเกจเมนต์โค้งสุดท้าย
หากวัดพลังการถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 2569
อันดับ 1 พรรคประชาชน – 128 ล้านเอนเกจเมนต์
ทิ้งห่างอันดับสองถึงเกือบ 4 เท่า จากการหยิบประเด็น “ตรวจสอบงบประมาณ” และตั้งคำถามเรื่องการใช้เงินภาษี มานำเสนออย่างตรงไปตรงมา จนกลายเป็นไวรัลมากกว่านโยบายเชิงสัญญาแบบเดิม
อันดับ 2 พรรคเพื่อไทย – 30 ล้านเอนเกจเมนต์
ยังคงรักษามาตรฐานการสื่อสารนโยบายและอัปเดตผลงานอย่างสม่ำเสมอ มีฐานผู้ติดตามเหนียวแน่น แต่ตัวเลขเอนเกจเมนต์ยังห่างจากอันดับหนึ่งพอสมควร
อันดับ 3 พรรคภูมิใจไทย – 21 ล้านเอนเกจเมนต์
เน้นสื่อสารผลงานและนโยบายเพื่อประคองฐานเสียงเดิม โจทย์สำคัญคือการขยายการรับรู้ในวงกว้างให้ทันคู่แข่งบนแพลตฟอร์มดิจิทัล
อันดับ 4 พรรคประชาธิปัตย์ – 13 ล้านเอนเกจเมนต์
เริ่มเห็นสัญญาณการขยับตัวของพรรคเก่าที่หันมาลุยคอนเทนต์โซเชียลมากขึ้น เพื่อเรียกศรัทธาและดึงฐานเสียงเดิมกลับมา
อันดับ 5 พรรคกล้าธรรม – 7 ล้านเอนเกจเมนต์
แม้เป็นพรรคขนาดเล็ก แต่การติด Top 5 ได้สะท้อนฝีมือของทีมสื่อสารออนไลน์ ที่สามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายเฉพาะทางได้สำเร็จ
ในช่วงโค้งสุดท้าย นโยบายที่ถูกพูดถึงมากไม่จำเป็นต้อง “ใหม่ที่สุด” แต่ต้อง “โดนใจที่สุด” บนโลกออนไลน์
พรรคประชาชน – “รื้อบัดเจ็ต เพื่อสวัสดิการถ้วนหน้า”
การเปลี่ยนตัวเลขงบประมาณที่ดูไกลตัว ให้กลายเป็นคำถามว่า “เงินควรอยู่ในกระเป๋าใคร” ไม่ว่าจะเป็นกรณีงบตัดชุดสูท หรือระบบไอทีประกันสังคม ทำให้คนรู้สึกเสียดายเงินภาษีและคาดหวังสวัสดิการที่ดีกว่า
พรรคเพื่อไทย – “สร้างเศรษฐีเงินล้าน”
กลยุทธ์เกมสุ่มแจกเงินล้านจากใบเสร็จซื้อของ กระตุ้นให้คนเข้าระบบภาษีและใช้จ่าย แม้มีเสียงตั้งคำถามเรื่องความยั่งยืน แต่เข้าถึงคนได้ง่ายและครองพื้นที่ข่าวได้อย่างดี
พรรคภูมิใจไทย – “อัปเกรดสิทธิ อสม. และสวัสดิการใกล้บ้าน”
อาจไม่หวือหวาในกลุ่มวัยรุ่น แต่ได้รับการแชร์ต่อในชุมชนท้องถิ่น เพราะประชาชนเห็นผลลัพธ์จริงในชีวิตประจำวัน
แม้ตัวเลขเอนเกจเมนต์รวมจะทะลุ 200 ล้านครั้ง แต่อารมณ์ของผู้ใช้งานบนโซเชียลไม่ได้มีแค่การสนับสนุน
พรรคประชาชน แม้ครองพื้นที่สื่อมากที่สุด แต่ต้องรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์สูงถึง 28.36% จากบทบาทการตรวจสอบงบประมาณที่กระตุ้นการถกเถียงอย่างเข้มข้น
ขณะที่ พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ มีสัดส่วน Neutral Sentiment หรือเป็นกลางสูงถึงเกือบ 80% สะท้อนว่าคนจำนวนมากแชร์ข้อมูลเพื่อ “เก็บไว้คิด” มากกว่าตัดสินใจทันที ซึ่งถือเป็นโอกาสในการดึงกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังลังเล
ส่วน พรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากกระแสดราม่าและข้อสงสัยด้านประสิทธิภาพการทำงานในบางประเด็น
ไวซ์ไซท์สรุปภาพรวมแคมเปญช่วงวันที่ 1–29 มกราคม 2569 ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ได้กลายเป็น “สงครามข้อมูลข่าวสารบนโซเชียลมีเดีย” อย่างเต็มรูปแบบ
ชัยชนะไม่ได้วัดกันที่ใครเอนเกจเมนต์มากที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าพรรคใดจะ ลดแรงเสียดทาน เปลี่ยนความสนใจเป็นความเชื่อมั่น และพากลุ่มคนที่ยัง “เป็นกลาง” ให้ตัดสินใจได้ทันในสัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง