
(27 มิ.ย. 2569) ตั้งแต่เวลา 07.30 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 9 พร้อมคณะทีมงาน "กรุงเทพฯ ทำงาน" ขึ้นรถแห่หาเสียงเดินทางต่อในช่วงเช้าของกิจกรรม "ทริปทัวร์ทั่วกรุง" การหาเสียงต่อเนื่อง 24 ชั่วโมงกับเป้าหมายแห่รถครบ 50 เขต โดยวันนี้มุ่งหน้าไปยังพื้นที่กรุงเทพฯ ใต้ และฝั่งธนบุรี ต่อด้วยกรุงธนบุรีเหนือ-ใต้ เพื่อพบปะประชาชนในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก. วันที่ 28 มิถุนายนนี้
ต่อมาเวลาประมาณ 08.00 น. ชัชชาติและคณะได้เดินทางไปสักการะอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช บริเวณวงเวียนใหญ่ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนออกเดินทางต่อไปยังพื้นที่ย่านราษฎร์บูรณะ
ระหว่างการเดินทาง ชัชชาติได้แวะลงพื้นที่บริเวณซอยสุขสวัสดิ์ 46 เพื่อตรวจสอบเหตุป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ล้มทับบ้านเรือนประชาชนและรถยนต์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากพายุฝนที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมติดตามความเสียหายและรับฟังปัญหาจากประชาชนในพื้นที่
จากนั้นเวลาประมาณ 12.30 น. ชัชชาติให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ตลาดสดธนบุรี ถึงภาพรวมการลงพื้นที่หาเสียงตลอดคืนที่ผ่านมา โดยระบุว่า ขณะนี้เดินทางไปแล้ว 27 เขต เห็นประชาชนตื่นตัวกับการเลือกตั้งอย่างชัดเจน ตลอดเส้นทางมีประชาชนโบกมือทักทายและให้กำลังใจจำนวนมาก พร้อมเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิกันมาก
ชัชชาติระบุว่า ในช่วงที่เหลือจะเก็บพื้นที่อีก 3 เขต ได้แก่ ดุสิต พญาไท และสามเสน-ราชเทวี ก่อนเดินทางไปปิดกิจกรรมที่สยามสแควร์ในช่วงเย็น ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทั้งในเชิงเศรษฐกิจและเป็นศูนย์รวมของคนรุ่นใหม่
ชัชชาติยังกล่าวถึงการสื่อสารนโยบายตลอดช่วงหาเสียงว่า ได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว โดยเชื่อว่าหัวใจสำคัญที่สุดของผู้ว่าฯ กทม. คือนโยบาย เพราะนโยบายคือสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน ยิ่งมีรายละเอียดและตัวชี้วัดชัดเจน ประชาชนก็ยิ่งสามารถตรวจสอบการทำงานได้มากขึ้น
ชัชชาติยังกล่าวขอบคุณทีมงานที่ช่วยกันสื่อสารนโยบายอย่างสร้างสรรค์ตลอดช่วงหาเสียง โดยย้ำว่า ทีมงานเลือกเสนอสิ่งที่จะทำเป็นหลัก ไม่โจมตีใคร และพยายามทำให้การหาเสียงครั้งนี้เป็นการสื่อสารที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด
ชัชชาติยอมรับว่า การหาเสียง 24 ชั่วโมงเป็นภารกิจที่หนัก โดยระบุว่านอนพักเพียงประมาณ 2 ชั่วโมง แต่ยังรู้สึกมีความสุขและมีกำลังใจ โดยเฉพาะเมื่อได้พบประชาชนที่ตั้งใจเดินทางมาให้กำลังใจ เช่น กลุ่มคนวัยรุ่นที่ขับรถจากคลองสามวามาพบระหว่างการลงพื้นที่ช่วงดึกที่หลักสี่
"เมื่อคืนกลุ่มวัยรุ่นเขาบอกว่าอยากมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประวัติศาสตร์ เราปลื้มใจมาก น้ำตาเกือบไหล เพราะมันแสดงว่าคนรุ่นใหม่มีความหวัง อยากเห็นเมืองที่ดีขึ้น ทำให้เรามีกำลังใจไปต่อ" ชัชชาติกล่าว
เมื่อถูกถามถึงการเลือกจบกิจกรรมที่สยามสแควร์ ชัชชาติกล่าวว่า สยามเป็นพื้นที่สำคัญ เพราะเป็นแหล่งรวมของคนรุ่นใหม่และคนทุกเจเนอเรชัน รวมถึงเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ โดยอนาคตของเมืองมีหัวใจหลักทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการศึกษาของคนรุ่นใหม่ จึงเป็นพื้นที่ที่มีความหมายต่อการเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพฯ
สำหรับกรณีที่มีการวิจารณ์เรื่องการเป็นผู้สมัครอิสระ ชัชชาติกล่าวว่า เคารพความคิดเห็นของทุกฝ่าย และเห็นว่าทุกคนมีแนวทางของตนเอง หากประชาชนชอบแนวทางใดก็สามารถเลือกแนวทางนั้นได้ พร้อมยืนยันว่าการเป็นอิสระไม่ได้หมายความว่าไม่มีอุดมการณ์ เพราะอุดมการณ์ของตนคือประชาชนเป็นเจ้านายเสมอ และการเป็นอิสระทำให้สามารถทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้
ช่วงท้าย ชัชชาติกล่าวเชิญชวนประชาชนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ให้มากที่สุด โดยระบุว่า ในระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งคือพลังสำคัญของประชาชน และไม่ว่าประชาชนจะเลือกใคร ก็ขอให้ออกไปใช้สิทธิ เลือกคนที่รักและคนที่ไว้ใจ
"ต้องไปนะครับ เพราะนั่นคือพลังของเรา ในระบอบประชาธิปไตย การเลือกตั้งสำคัญที่สุด ขอให้ไปเลือกตั้งกันเยอะๆ ให้ถล่มทลายเลยครับ" ชัชชาติ กล่าว
Advertisement