Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวีแจกใหญ่ส่งท้ายปี ดูทั้งวันแจกทุกวันLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ทรัมป์อยากคุมดอกเบี้ยบัตรเครดิตเหลือ 10% ถูกวิจารณ์หวังผลทางการเมือง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ทรัมป์อยากคุมดอกเบี้ยบัตรเครดิตเหลือ 10% ถูกวิจารณ์หวังผลทางการเมือง

10 ม.ค. 69
21:47 น.
แชร์

Donald Trump ออกมาสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดการเงินและภาคธนาคารสหรัฐฯ หลังเรียกร้องให้ จำกัดเพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตไม่เกิน 10% ต่อปี เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของชาวอเมริกัน ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม (Midterm Elections) ที่กำลังจะมาถึงในช่วงปลายปีนี้

ทรัมป์ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า ต้องการให้เพดานดอกเบี้ยดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มกราคม ซึ่งเป็นวันครบรอบการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี และให้มีผลเป็นเวลา 1 ปี โดยชี้ชัดว่าประชาชนไม่ควรถูก “เอาเปรียบ” จากบริษัทบัตรเครดิตที่คิดดอกเบี้ยสูงถึง 20–30% ต่อปี

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญคือ ยังไม่ชัดเจนว่าทรัมป์มีเครื่องมือทางกฎหมายหรือกฎระเบียบใด ที่จะใช้บังคับให้เพดานดอกเบี้ยดังกล่าวเกิดขึ้นจริงได้ ขณะที่ทำเนียบขาวยังไม่ออกมาให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการบังคับใช้

หนี้บัตรเครดิตสหรัฐฯ แตะ 1.1 ล้านล้านดอลลาร์
ดอกเบี้ยเฉลี่ย 20% คือแรงกดดันทางการเมือง

ข้อมูลจากธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาเซนต์หลุยส์ ระบุว่า ยอดหนี้บัตรเครดิตของสหรัฐฯ อยู่ที่ราว 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยประมาณ 20% ต่อปี ซึ่งกลายเป็นภาระสำคัญของครัวเรือน ท่ามกลางปัญหาค่าครองชีพที่ยังตึงตัว

อย่างไรก็ตามข้อเสนอของทรัมป์ถูกมองว่าเป็น สัญญาณทางการเมืองมากกว่านโยบายการเงิน โดยเฉพาะเมื่อมหาเศรษฐีนักลงทุนอย่าง Bill Ackman ออกมาวิพากษ์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า แนวคิดนี้เป็น “ความผิดพลาด” 

ในช่วงที่ผลสำรวจความคิดเห็นชี้ให้เห็นว่า คะแนนนิยมต่อนโยบายเศรษฐกิจของเขาลดลง และการเลือกตั้งกลางเทอมกำลังใกล้เข้ามา ความจริงแล้ว แนวคิดการจำกัดดอกเบี้ยบัตรเครดิตไม่ใช่เรื่องใหม่ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา วุฒิสมาชิก Bernie Sanders และ Josh Hawley จากสองขั้วการเมือง ได้เสนอร่างกฎหมายกำหนดเพดานดอกเบี้ยไว้ที่ 10% เช่นกัน แต่ยังไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา

ถูกมอง“กดดันธุรกิจใหญ่” เป็นเครื่องมือเชิงนโยบาย

ข้อเสนอเรื่องดอกเบี้ยบัตรเครดิต เป็นเพียงหนึ่งในชุดนโยบายที่ทรัมป์ใช้ แรงกดดันต่อภาคธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อบรรลุเป้าหมายทางการเมือง

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยระบุว่า ต้องการ ห้ามนักลงทุนรายใหญ่เข้าซื้อบ้านเดี่ยวในสหรัฐฯ เพื่อลดผลกระทบต่อราคาที่อยู่อาศัย และยังสั่งการให้บริษัทอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ งดการซื้อหุ้นคืน (Share Buyback) และจ่ายเงินปันผล จนกว่าจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตอุปกรณ์ทางทหารได้ตามที่รัฐบาลต้องการ

แนวทางดังกล่าวสะท้อนท่าทีของรัฐบาลที่พยายามตอบโจทย์ความไม่พอใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งต่อประเด็น “ความสามารถในการดำรงชีพ” (Affordability) หลังพรรคเดโมแครตที่เคยทำผลงานได้ดีในการเลือกตั้งท้องถิ่นนอกวาระเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ทรัมป์มองว่า เป็นเรื่องหลอกลวงที่พรรคเดโมแครตสร้างขึ้น 

ตามการประเมินของสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคในปี 2024 ผู้ให้กู้บัตรเครดิตมีรายได้จากดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมรวมกันราว 130,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยกลุ่มสมาคมอุตสาหกรรมธนาคารคัดค้านการกำหนดเพดานดอกเบี้ยอย่างแข็งขัน

“การศึกษาซ้ำแล้วซ้ำเล่าแสดงให้เห็นว่า แม้แต่การควบคุมราคาของรัฐบาลในระดับเล็กน้อย ก็กลับทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น แทนที่จะลดลง” สมาคมธนาคารอเมริกัน และสมาคมธนาคารระดับรัฐอีก 52 แห่ง ระบุไว้ในจดหมายเมื่อปีที่แล้ว เพื่อคัดค้านการกำหนดเพดานดอกเบี้ยที่ 10 %

หากมองกลับมาที่ประเทศไทย ภาพอาจต่างกันในรายละเอียด แต่ โจทย์ใหญ่คล้ายกันอย่างยิ่ง นั่นคือปัญหา หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และภาระดอกเบี้ยของประชาชน

ปัจจุบัน ประเทศไทยกำหนด เพดานดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงสุดที่ 16% ต่อปี ซึ่งต่ำกว่าสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ แต่เมื่อเทียบกับระดับรายได้ของครัวเรือนไทย ภาระดังกล่าวยังถือว่าสูง และเป็นปัญหาที่รัฐบาลทุกชุดต้องเผชิญ

แนวทางของไทยในช่วงนี้ ไม่ได้เลือกใช้การลดเพดานดอกเบี้ยแบบฉับพลัน แต่เน้นการ “ประคองความสามารถในการชำระหนี้” ผ่านมาตรการกำกับ เช่น

  • การ คงอัตราการจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิตไว้ที่ 8% ต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี 2569
  • การส่งเสริมการปรับโครงสร้างหนี้ และมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อย

กรณีสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่า ดอกเบี้ยบัตรเครดิตไม่ใช่เพียงตัวเลขทางการเงิน แต่ยังเป็นประเด็นทางการเมืองที่ผูกโยงกับค่าครองชีพ ความไม่พอใจของประชาชน และคะแนนเสียงเลือกตั้ง

ขณะที่ประเทศไทย แม้ยังไม่เดินไปถึงการ “ล็อกเพดานดอกเบี้ย” แบบแข็งกร้าว แต่ก็สะท้อนความจริงเดียวกันว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนและดอกเบี้ย คือโจทย์ใหญ่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และการออกแบบนโยบายต้องเดินบนเส้นทางระหว่างการช่วยประชาชน กับการไม่สร้างความเสี่ยงใหม่ให้ระบบการเงิน

ที่มาข้อมูล: https://www.ft.com/content/52a8bc1f-05a9-4d5e-b2cc-aa2591ac4471

https://www.nytimes.com/2026/01/09/us/politics/credit-card-interest-cap.html#

แชร์
ทรัมป์อยากคุมดอกเบี้ยบัตรเครดิตเหลือ 10% ถูกวิจารณ์หวังผลทางการเมือง