Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวี ร่วมกับ คอนโดพร้อมอยู่จาก Grand Unity จัดแคมเปญ “อมรินทร์ทีวี 12 ปี มีเปย์ ดูทั้งวัน แจกทุกวัน”Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
บอลโลก 69 ร้อนสุด นักเตะเสี่ยงฮีตสโตรก แฟนบอลบินข้ามเมือง คาร์บอนพุ่ง
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

บอลโลก 69 ร้อนสุด นักเตะเสี่ยงฮีตสโตรก แฟนบอลบินข้ามเมือง คาร์บอนพุ่ง

30 พ.ค. 69
17:54 น.
แชร์

สำหรับแฟนฟุตบอลทั่วโลก การได้เดินทางไปเชียร์ทีมชาติของตัวเองในศึกฟุตบอลโลกถือเป็นความฝันสูงสุดครั้งหนึ่งในชีวิต ทว่าในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 2026 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ความฝันดังกล่าวอาจต้องแลกมาด้วยความหนักใจมากกว่าเดิม

เพราะนี่จะไม่ใช่แค่เทศกาลแห่งความสุขของคอลูกหนัง แต่กำลังจะกลายเป็นมหกรรมฟุตบอลที่ “ร้อน” ที่สุด และอาจสร้างรอยเท้าคาร์บอน (carbon footprint) สูงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการกีฬาโลก เนื่องจากโครงสร้างของงานที่ขยายใหญ่ขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้เริ่มต้นจากขนาดของทัวร์นาเมนต์ที่ใหญ่ขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยมีการขยายจำนวนทีมผู้เข้าแข่งขันเป็น 48 ทีม และเพิ่มจำนวนแมตช์การแข่งขันเป็น 104 นัด ภายใต้การเป็นเจ้าภาพร่วมของ 3 ประเทศยักษ์ใหญ่ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก

การวิเคราะห์จาก BBC Sport ชี้ให้เห็นว่า หากแฟนบอลอังกฤษบินจากลอนดอนเพื่อตามเชียร์ทีมรักในทุกนัดจนถึงรอบชิงชนะเลิศ จะต้องเดินทางไกลกว่า 14,000-15,000 ไมล์ และสร้างคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึง 3.5 ตันต่อคน ซึ่งเทียบเท่ากับการใช้พลังงานทำความร้อนให้บ้านหนึ่งหลังในสหราชอาณาจักรนานถึง 19 เดือน

ยิ่งไปกว่านั้น นักวิทยาศาสตร์จากองค์กร Scientists for Global Responsibility ยังประเมินว่า ฟุตบอลโลกครั้งนี้อาจปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยรวมสูงถึงประมาณ 9 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของฟุตบอลโลก 4 ครั้งก่อนหน้านี้เกือบสองเท่า เนื่องจากเมืองเจ้าภาพกระจายตัวอยู่ทั่วทวีปขนาดใหญ่ ทำให้ทั้งแฟนบอล นักกีฬา และทีมงานแทบหลีกเลี่ยงการเดินทางด้วยเครื่องบินข้ามเมืองไม่ได้เลย


วิกฤตความร้อนและสภาพอากาศสุดขั้วในอเมริกาเหนือ 

นอกจากปัญหามลพิษทางอากาศแล้ว ปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศในสนามแข่งขันก็วิกฤตไม่แพ้กัน โดยปี 2026 นี้ถูกคาดการณ์ว่าอาจเป็นหนึ่งในปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ของภาคพื้นทวีปสหรัฐอเมริกา หลังอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงต้นปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในศตวรรษที่ 20 อย่างเห็นได้ชัด

ข้อมูลจากองค์กร World Weather Attribution เผยว่า ความเสี่ยงจากสภาพอากาศรุนแรงในภูมิภาคนี้เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าเมื่อเทียบกับปี 1994 ซึ่งเป็นปีที่สหรัฐฯ เคยเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 

ในครั้งนั้น เกมระหว่างไอร์แลนด์กับเม็กซิโกเคยร้อนจัดจนอุณหภูมิทะลุ 100 องศาฟาเรนไฮต์ แต่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า ในฟุตบอลโลกปี 2026 จะมีถึง 1 ใน 4 ของการแข่งขันทั้งหมดที่ต้องเตะท่ามกลางความร้อนและความชื้นในระดับที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และอาจมีอย่างน้อย 5 แมตช์ที่อุณหภูมิและความชื้นพุ่งสูงเกินกว่าระดับที่สหภาพนักฟุตบอลโลกเห็นว่าปลอดภัย

ยิ่งไปกว่านั้น ทัวร์นาเมนต์นี้ยังต้องเตรียมรับมือกับภัยธรรมชาติอื่น ๆ ในฤดูร้อน เช่น พายุฝนฟ้าคะนอง และมลพิษทางอากาศจากปัญหาไฟป่าอีกด้วย

นักเตะต้องรับศึกหนักจากความร้อนและความเหนื่อยล้า

สภาพอากาศที่โหดร้ายและตารางการเดินทางที่สมบุกสมบันเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพร่างกายและขีดจำกัดของนักกีฬาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

เมื่อต้องลงเล่นท่ามกลางอุณหภูมิที่สูงลิ่ว ร่างกายของนักเตะจะต้องทำงานหนักขึ้นเป็นเท่าตัวเพื่อระบายความร้อน ส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เหงื่อออกมาก และเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะลดทอนทั้งความเร็ว ความแม่นยำ และการตัดสินใจในเสี้ยววินาที

ยิ่งไปกว่านั้น การต้องบินข้ามเมืองใหญ่ที่อยู่ห่างไกลกัน ต้องปรับตัวเข้ากับเขตเวลาที่เปลี่ยนไป และมีเวลาพักฟื้นจำกัด จะทำให้เกิดความเหนื่อยล้าสะสมในตัวนักกีฬา โดยเฉพาะทีมที่ผ่านเข้ารอบลึก ๆ ซึ่งในระดับการแข่งขันฟุตบอลโลก ความพร้อมของร่างกายที่ต่างกันเพียงเล็กน้อยสามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ทันที ความร้อนและความล้าจึงไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่ยังส่งผลต่อคุณภาพและความยุติธรรมของเกมกีฬา

มาตรการรับมือของฟีฟ่า กับเสียงท้วงติงว่าอาจยังไม่พอ

ด้านสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า (FIFA) แม้จะปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นโดยตรงต่อข้อกังวลของนักวิทยาศาสตร์ แต่ก็ได้ชี้แจงถึงมาตรการลดผลกระทบจากความร้อนที่จะถูกปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์จริงแบบเรียลไทม์ โดยมีการจัดเตรียมระบบสนับสนุนด้านอุตุนิยมวิทยาเพื่อติดตามดัชนีความร้อน และนำมาประกอบการตัดสินใจจัดตารางแข่งขัน

นอกจากนี้ ฟีฟ่ายังมีมาตรการต่าง ๆ เช่น การกำหนดให้มีช่วงพักระบายความร้อน 3 นาทีในทุกครึ่งเวลา การติดตั้งม้านั่งสำรองควบคุมอุณหภูมิ การจัดโซนแข่งขันเพื่อลดการเดินทาง รวมถึงการเปิดพื้นที่ร่ม ระบบพ่นละอองน้ำ และการแจกจ่ายน้ำดื่มให้แฟนบอลในสนาม

อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้กลับถูกตั้งคำถามจากกลุ่มนักวิชาการชั้นนำ 20 คนจากทั่วโลกที่ร่วมกันลงนามในจดหมายเปิดผนึก โดยพวกเขามองว่าสิ่งที่ฟีฟ่าทำยังไม่เพียงพอ และเรียกร้องให้มีการเลื่อนหรือพักการแข่งขันทันที หากความเครียดจากความร้อนสูงเกินไป รวมถึงเพิ่มเวลาพักระบายความร้อนเป็นอย่างน้อย 6 นาที พร้อมชี้ว่า การทำให้ทัวร์นาเมนต์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ต้องเริ่มตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างงาน ไม่ใช่มาแก้ไขภายหลัง เมื่อกำหนดรูปแบบให้ต้องบินข้ามเมืองกันตั้งแต่ต้น

ฟุตบอลโลก 2026 อาจเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ในอีกด้านหนึ่ง มันอาจเป็นบทพิสูจน์ว่า โลกกีฬาพร้อมปรับตัวกับโลกที่ร้อนขึ้นมากแค่ไหน เพราะเมื่อความร้อนเริ่มกระทบทั้งการเดินทางของแฟนบอล ความปลอดภัยของนักกีฬา และรอยเท้าคาร์บอนของทั้งทัวร์นาเมนต์ คำว่า “มหกรรมกีฬาระดับโลก” จึงไม่อาจวัดได้จากความอลังการเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องวัดด้วยว่า การออกแบบงานใหญ่ระดับโลกยังรับผิดชอบต่ออนาคตของโลกได้มากแค่ไหน

อ้างอิง : BBC Sport

แชร์
บอลโลก 69 ร้อนสุด นักเตะเสี่ยงฮีตสโตรก แฟนบอลบินข้ามเมือง คาร์บอนพุ่ง