
ภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของคนในพื้นที่อย่างรุนแรง ตามข้อมูลจากรัฐบาล ณ วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ระบุว่า กระทบต่อประชาชนกว่า 2.9 ล้านคน และส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจในพื้นที่กว่า 500,000 ล้านบาท
ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (กนศ.) หรือ ครม.เศรษฐกิจ วันที่ 1 ธันวาคม รับทราบมาตรการช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูผู้ประสบภัย ตามที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือแนวทางช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วนแล้ว
เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) เป็นประธานการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือแนวทางช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน และในวันที่ 1 ธันวาคม 2568 คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ ได้มีมติรับทราบมาตรการช่วยเหลือเยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป
เอกนิติกล่าวว่า จากการลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ได้มีการให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นโดยการแจกถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม รวมทั้งได้สำรวจความเสียหายและรับฟังความเดือดร้อนของประชาชน ประกอบด้วย ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เพื่อรับฟังข้อเสนอต่าง ๆ เพื่อนำมาจัดทำมาตรการให้ความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด และเป็นระบบ
รองนายกฯ และ รมว.คลังกล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ครอบคลุมทั้งมาตรการด้านการเงิน ภาษี การประกันภัย การประกอบอาชีพ และการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค โดยยึดหลักความต้องการของประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ภายใต้แนวคิด “Quick Big Recovery” มีรายละเอียด ดังนี้
ระยะที่ 1: การช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน เป็นการให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า ได้แก่ (1) การจัดหาสิ่งของอุปโภคและบริโภคจำเป็นและขาดแคลน (2) การจัดหาที่พัก/ศูนย์พักพิง (3) การจัดหาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่จำเป็น เช่น ไฟฟ้า ประปา อินเตอร์เน็ต เป็นต้น (4) การบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยการดำเนินมาตรการภาษีสนับสนุนการบริจาค และ (5) การเร่งรัดให้จ่ายเงินทดแทนกรณีว่างงาน
ระยะที่ 2 - 3: การเยียวยาและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและทรัพย์สิน โดยเมื่อพ้นจากสถานการณ์ฉุกเฉิน การดำเนินการจะเปลี่ยนผ่านสู่การเยียวยา ซึ่งเป็นการประคับประคองและบรรเทาภาระความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเพื่อการฟื้นฟูพื้นที่อย่างรอบด้าน ครอบคลุมด้านการลดภาระหนี้ การเก็บเงินไว้ในกระเป๋า/ส่งเงินให้ถึงมือ การลดภาระค่าใช้จ่าย และมาตรการด้านอื่น ๆ เพื่อให้ภาคประชาชน ธุรกิจ และเศรษฐกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยมีการดำเนินการ ดังนี้