
การแข่งขัน HYROX รายการ BYD HYROX Bangkok 2026 เมื่อวันที่ 20-22 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เข้าร่วมแข่งขัน 17,500 คน เป็นกระแสที่ถูกพูดถึงต่อเนื่องหลายวันท่ามกลางเรื่องร้อนอื่น ๆ หากไถฟีดโซเชียลมีเดียในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่เห็นบรรยากาศจากงานหรือการพูดถึงงานนี้
สำหรับผู้ที่เพิ่งได้ยินชื่อนี้เป็นครั้งแรก HYROX คือ การแข่งขัน Fitness Racing ระดับโลกที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จุดเด่นอยู่ที่รูปแบบการแข่งขันที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสนามทั่วโลก นั่นคือการผสมผสานระหว่าง ‘การวิ่ง’ และ ‘การออกกำลังกายแบบ functional’ เข้าด้วยกัน โดยมีกติกาที่เข้าใจง่าย คือ วิ่ง 1 กิโลเมตร สลับกับเข้าฐานออกกำลังกาย 1 ฐาน วนซ้ำไปจนครบ 8 รอบ รวมระยะทางวิ่งทั้งหมด 8 กิโลเมตรและ 8 ด่านที่ทดสอบความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งชาวโซเชียลจำนวนไม่น้อยนิยาม HYROX ว่าเป็น ‘มาราธอนของสายยิม’
เหตุผลหนึ่งที่ทำให้ HYROX เข้าถึงคนได้กว้างขวาง คือ งานนี้ไม่มีเวลากำหนดตายตัว (No Time Limit) ไม่ต้องการทักษะพิเศษอย่างยิมนาสติกหรือท่ายกน้ำหนักที่ซับซ้อน เพียงแค่วิ่งได้และมีพื้นฐานเวทเทรนนิ่ง ก็สามารถลงแข่งได้ทันที โดยมีตัวเลือกทั้งแบบ Open (รุ่นมาตรฐานสำหรับคนทั่วไปหรือมือใหม่), Pro (สำหรับนักแข่งที่มีประสบการณ์), Doubles (ทีม 2 คน) และ Relay (ทีม 4 คน)
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเร่งกระแส HYROX คือการที่เหล่าคนดังระดับซุปตาร์แถวหน้าลงแข่งขันจริง ไม่ว่าจะเป็น ณเดชน์ หมาก–ปริญ ชมพู่–อารยา หรือการแข่งขันประเภทจับคู่ Doubles Mixed ของ แอน ทองประสม และเจมส์–จิรายุ ซึ่งภาพของคนดังที่ทุ่มเทแรงกายในสนามจริง ช่วยสร้างความ ‘เรียล’ จนเกิดไวรัล กระตุ้นความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก ทำให้หลายคนที่ไม่เคยรู้จัก HYROX มาก่อน เริ่มหันมาทำความรู้จักกับงานนี้เป็นครั้งแรก
จากการที่ บริษัท ดาต้าเซ็ต จำกัด ได้ใช้เครื่องมือ dxt:360 Social Listening รวบรวมข้อมูลบทสนทนาบนโซเชียลมีเดีย (Facebook, Instagram, X และ TikTok) เกี่ยวกับ HYROX ในช่วงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ - 23 มีนาคม 2569 เพื่อวิเคราะห์หาข้อมูลเชิงลึก (Insight) พบว่า HYROX ไม่ใช่งานแข่งกีฬาเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่ขยายตัวและสร้างแรงกระเพื่อมทางธุรกิจอย่างชัดเจน
การเก็บข้อมูลนี้ พบการมีส่วนร่วม (Engagement) กับ HYROX บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ รวมกว่า 1.6 ล้านครั้ง โดยมาจากแพลตฟอร์ม TikTok เป็นหลัก (81.6%) รองลงมาคือ Instagram (12.6%) และ Facebook (2.1%) ส่วน Twitter มีเพียง 0.1%
และบทสรุปที่ได้จากข้อมูลบทสนทนาบนโซเชียลมีเดียผ่านเครื่องมือ dxt:360 Social Listening นอกจากจะทำให้เห็นมุมมองของผู้เข้าร่วมการแข่งขันและผู้คนที่สนใจการแข่ง HYROX แล้ว ยังแสดงให้เห็นว่าแบรนด์ใดกำลังเป็นผู้นำหรือครองใจผู้เข้าแข่งขัน HYROX ในแต่ละด้าน
เมื่อเจาะลึกข้อมูลของทั้ง 8 ฐานการแข่งขัน เพื่อดูว่าด่านไหนคือ “ตัวตึง” ประจำเรซที่ถูกพูดถึงมากที่สุด (คนโพสต์บ่นและแอบขิง) สามารถเรียงลำดับความโหดได้ดังนี้
อันดับ 1 : Sled Push (16.6%)
Sled Push หรือการผลักเลื่อน 50 เมตร ครองแชมป์ด่านที่คนพูดถึงมากที่สุด การเข็นสเลดน้ำหนักมากบนพื้นพรมตั้งแต่สถานีที่ 2 เป็นหนึ่งในด่านที่ผู้เข้าแข่งขันหลายคนกล่าวถึงว่า รีดแรงออกไปแบบไม่ทันตั้งตัว
อันดับ 2 : Burpee Broad Jumps (15.8%)
ด่าน Burpee broad jumps (เบอร์ปี้กระโดดไกล) ที่ต้องกระโดดไกลสลับหมอบพื้นเป็นระยะทาง 80 เมตร ถูกกล่าวถึงตรงกันในหลายโพสต์ว่า นี่คือด่านที่สูบพลังคาร์ดิโอขั้นสุด จนหลายคนขอยกให้เป็นฝันร้ายที่ทำเอาหอบตั้งแต่ยังไม่ถึงครึ่งทาง
อันดับ 3 : SkiErg (15.3%)
SkiErg (เครื่องสกี) 1,000 เมตร แม้จะเป็นด่านแรกของการแข่งขัน แต่ก็ถูกพูดถึงมากกว่าที่คาด โดยหลายคนมองว่าเป็นด่านที่เปิดประเดิมการกระชากอัตราการเต้นของหัวใจ (heart rate) ให้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่เริ่มต้น
อันดับ 4: Wall Balls (12.7%)
Wall balls (ขว้างบอลผนัง) 100 ครั้ง สถานีสุดท้ายของการแข่งขันที่ต้องสควอทและโยนลูกบอลอัดกำแพง 100 ครั้ง เป็นด่านที่ผู้เข้าแข่งขันจำนวนมากพูดถึงว่า เป็นด่านที่รีดพลังงานหยดสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัย ทำเอากล้ามเนื้อล้าจนหลายคนแทบยกแขนไม่ขึ้น
ความท้าทายของแต่ละด่าน โดยเฉพาะ Sled Push ทำให้เกิดหัวข้อสนทนาสำคัญบนโซเชียลมีเดียว่า “ควรใส่รองเท้าคู่ไหนลงแข่งดี?” ซึ่งข้อมูล Mentions (การกล่าวถึง) แบรนด์รองเท้าในช่วงเวลาดังกล่าว สะท้อนภาพที่น่าสนใจดังนี้
PUMA (73.6%) : PUMA ถูกพูดถึงมากที่สุด โดยส่วนหนึ่งมาจากบทบาทในฐานะ Global Partner ของงาน ทำให้ครองพื้นที่สื่อไปถึง 73.6% โดยรุ่น PUMA x HYROX Deviate NITRO™ Elite 4 ได้รับการพูดถึงและรีวิวอย่างต่อเนื่องในฐานะรองเท้าที่ผลิตมาสำหรับการแข่งขันประเภทนี้โดยเฉพาะ
Adidas (20.6%) : Adidas ตามมาเป็นอันดับ 2 โดยมี Adizero Adios Pro 4 เป็นหนึ่งในรุ่นที่ผู้เข้าแข่งขันหลายคนเลือกหยิบมาใช้ลงสนามจริง
Saucony (2.9%) และ Asics (2.9%) : เป็นอีกสองแบรนด์ที่พูดถึงในฐานะรองเท้าคู่ใจที่ผู้เข้าแข่งขันบางส่วนหยิบมาใส่ลงสนามจริงและรีวิวประสบการณ์หลังใช้งาน
ก่อนถึงวันแข่ง ผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมแข่งขันจำนวนมากต้องหาสถานที่ฝึกซ้อมที่มีอุปกรณ์รองรับอย่างครบครัน ข้อมูลชี้ให้เห็นอินไซต์ที่น่าสนใจว่าชุมชนหรือคอมมูนิตีคนเล่น HYROX ไม่ได้ยึดติดกับแบรนด์ฟิตเนสใดฟิตเนสหนึ่ง แต่ให้ความสำคัญกับทั้ง ‘อุปกรณ์ที่ตอบโจทย์’ และ ‘คอมมูนิตี้ที่ใช่’
Jetts Fitness (26.2%) : Jetts Fitness ถูกพูดถึงมากที่สุดในฐานะสถานที่ซ้อมยอดฮิต โดยเฉพาะการมีสาขากระจายตัวมาก และหลายสาขามีอุปกรณ์รองรับการฝึกครบครัน
Fitness First (23.8%) : Fitness First ตามมาเป็นอันดับ 2 จากการมีบทบาทในการจัดกิจกรรมและ Workshop เตรียมความพร้อมก่อนแข่งอย่างเป็นทางการ
WE Fitness (19%) : WE Fitness รั้งอันดับ 3 ในฐานะ mega gym ขวัญใจคนเมือง ที่นักกีฬานิยมไปเทรนร่างกาย
แม้ข้อมูลบนโซเชียลจะเต็มไปด้วยคำว่า ‘เหนื่อย’ ‘โหด’ ‘ปวดร้าว’ แต่เหตุผลที่หลายคนยอมจ่ายเงินเพื่อไปเหนื่อยถูกสะท้อนผ่าน data นั่นคือ ความภาคภูมิใจหลังเข้าเส้นชัย โดยโพสต์ส่วนใหญ่ในช่วงวันแข่งจบลงด้วยภาพรอยยิ้มเปื้อนเหงื่อ คู่กับป้ายสถิติเวลา Finisher Patch และแคปชันที่บอกเล่าถึงการเอาชนะขีดจำกัดของตัวเอง
การแข่งขัน HYROX Bangkok 2026 จึงสะท้อนให้เห็นว่า เทรนด์ Health is the New Luxury กำลังเติบโตอย่างชัดเจนในไทย