
สายการบินในเอเชียกำลังทยอยปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารและเพิ่มค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง (fuel surcharge) หลังสงครามในอิหร่านทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและผันผวนรุนแรง เพิ่มความกังวลว่าอาจเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันเครื่องบิน หากความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้น
ขณะเดียวกัน ความต้องการใช้เส้นทางการบินระหว่างเอเชีย-ยุโรปที่เลี่ยงการบินผ่านตะวันออกกลางก็เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาตั๋วเครื่องบินสูงขึ้นตามระยะทางและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลการบิน Cirium ระบุว่า มีเที่ยวบินมากกว่า 43,000 เที่ยวบินที่กำหนดว่าจะบินเข้าและออกตะวันออกกลางถูกยกเลิกไปในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ถึง 10 มีนาคมนี้
SPOTLIGHT ชวนมาอัปเดตกันว่า สายการบินใดบ้างที่ได้ประกาศปรับขึ้นราคาตั๋วหรือค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงแล้ว
สายการบินต้นทุนต่ำรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารและปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ยังไม่ได้ระบุอัตราการปรับเพิ่มที่ชัดเจน โดยแอร์เอเชียระบุว่าจะ “ติดตามสภาวะตลาดอย่างต่อเนื่องและตอบสนองอย่างทันท่วงทีเมื่อจำเป็น”
สายการบินแอร์อินเดีย และแอร์อินเดียเอ็กซ์เพรส (Air India Express) จะทยอยเพิ่มค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงในเส้นทางบินทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม เป็นต้นไป
โดยตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม 399 รูปี (ประมาณ 4.35 ดอลลาร์) สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ และเที่ยวบินเส้นทางเอเชียใต้ เอเชียตะวันตก และตะวันออกกลาง
สำหรับเที่ยวบินไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ค่าธรรมเนียมจะเพิ่มจาก 40 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 60 ดอลลาร์สหรัฐ และสำหรับเส้นทางแอฟริกาจะเพิ่มขึ้นจาก 60 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 90 ดอลลาร์สหรัฐ
จากนั้น ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคมเป็นต้นไป ค่าธรรมเนียมสำหรับเส้นทางยุโรปจะเพิ่มขึ้นอีก 25 ดอลลาร์ จาก 100 ดอลลาร์ เป็น 125 ดอลลาร์ ส่วนเที่ยวบินไปยัง อเมริกาเหนือและออสเตรเลีย จะเพิ่มขึ้น 50 ดอลลาร์ จาก 150 ดอลลาร์ เป็น 200 ดอลลาร์
ส่วนเส้นทางไปยังฮ่องกง ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะมีการประกาศอัตราค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในภายหลัง
สายการบินแอร์นิวซีแลนด์ประกาศเมื่อวันที่ 10 มีนาคมว่า จะปรับขึ้นราคาตั๋วโดยสารในอัตราที่ยังไม่ได้ระบุ และอาจจำเป็นต้องปรับเพิ่มราคา และปรับเครือข่ายเส้นทางบิน รวมถึงตารางการบินเพิ่มเติม หากต้นทุนน้ำมันยังคงอยู่สูง
นอกจากนั้น บริษัทแอร์นิวซีแลนด์ได้ระงับการให้ประมาณการผลประกอบการ (earnings guidance) โดยระบุเหตุผลว่า เนื่องจากสมมติฐานเกี่ยวกับต้นทุนน้ำมันที่ประกาศไว้เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมานั้นไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว
สายการบินฮ่องกงแอร์ไลน์ได้ปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงในหลายเส้นทาง ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม โดยค่าธรรมเนียมเส้นทางไปมัลดีฟส์ เนปาล และบังกลาเทศ เพิ่มขึ้น 35% หรือประมาณ 100 ดอลลาร์ฮ่องกง (12.80 ดอลลาร์สหรัฐ)
สำหรับเส้นทางบินระยะไกล เช่น เส้นทางออสเตรเลีย และเส้นทางอเมริกาเหนือ ค่าธรรมเนียมจะเพิ่มขึ้น 150 ดอลลาร์ฮ่องกง เป็น 739 ดอลลาร์ฮ่องกง
ควอนตัส สายการบินที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลียกำลังปรับขึ้นราคาตั๋วในเส้นทางบินระหว่างประเทศ เฉลี่ยประมาณ 5%
ควอนตัสระบุว่า ราคาน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้นมากถึง 150% ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น
นอกจากนั้น ควอนตัสเผยว่า ในเดือนนี้ เที่ยวบินจากออสเตรเลียไปยังยุโรป เช่น เพิร์ธ-ลอนดอน เพิร์ธ-ปารีส และเส้นทางที่ผ่านสิงคโปร์ ถูกจองไปแล้วมากกว่า 90% ของจำนวนที่นั่ง เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีอื่น ๆ ซึ่งอัตราการขนส่งผู้โดยสาร (load factor) ระดับปกติอยู่ที่ 75%
อาเจย์ ซิงห์ (Ajay Singh) ผู้ก่อตั้งสไปซ์เจ็ท สายการบินต้นทุนต่ำของอินเดีย กล่าวว่า สายการบินไม่มีทางเลือก นอกจากต้องเรียกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่ม เขาเรียกร้องให้รัฐบาลลดภาษีน้ำมันเครื่องบิน โดยเตือนว่าราคาน้ำมันที่ระดับ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล นั้นเป็นระดับที่ธุรกิจสายการบินรับต้นทุนไม่ไหวอย่างแน่นอน
เขากล่าวด้วยว่า สไปซ์เจ็ทได้พิจารณาที่จะระงับการบิน หากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง และในสถานการณ์แบบนี้ สายการบินต่าง ๆ อาจต้องทบทวนแผนการขยายธุรกิจ
สายการบินเจแปนแอร์ไลน์ (JAL) ซึ่งปัจจุบันมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศอยู่แล้ว กล่าวว่า ยังไม่มีแผนที่จะปรับค่าธรรมเนียมก่อนวันที่ 1 เมษายน
ด้านการบินไทยยังไม่มีการประกาศขึ้นค่าตั๋วโดยสารหรือค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเป็นทางการ แต่ผู้บริหารเปิดเผย ในวันนี้ (11 มีนาคม) ว่า จะมีการปรับราคาค่าโดยสารขึ้นประมาณ 10-15% เพื่อให้ครอบคลุมกับต้นทุนราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจากสถานการณ์ความไม่แน่นอนในปัจจุบัน และหากราคาน้ำมันสูงขึ้นต่อเนื่อง ยังสามารถขอให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) พิจารณาเพดานค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีกด้วย
อ้างอิง : Bloomberg