บทความนี้ ทีม SPOTLIGHT จะพาทุกคนไปสํารวจพฤติกรรมการเลือกประกันรถยนต์ เเละได้สรุปสาระสําคัญมาจากงาน InsureX FORECAST 2026 ของ Priceza Money
คุณสิรวิชญ์ ฉายะวาณิชย์ Head of Priceza Money ได้ขึ้นบรรยายในหัวข้อ "Inside the Data: Car Insurance Trends 2026" โดยเจาะลึกสถิติการเปรียบเทียบประกันรถยนต์นับแสนรายการบนแพลตฟอร์ม Priceza Money ในช่วงปี 2024-2026 ซึ่งเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจดังนี้
จุดจบของการผูกขาดตลาด : สถิติบริษัทประกันรถยนต์ที่ถูกเลือกมากที่สุดมีการเปลี่ยนมือทุกปี (ปี 2024: ธนชาตประกันภัย, ปี 2025: วิริยะประกันภัย, ปี 2026: รู้ใจประกันภัย) สะท้อนว่า Brand Loyalty กำลังถูกท้าทายด้วยความคุ้มค่าและเทคโนโลยีการประเมินราคา (Personalization)
ผู้ท้าชิงรุกหนักในประกันชั้น 1 และครองแชมป์ชั้น 2+ : ในปี 2026 ‘รู้ใจประกันภัย’ ทำผลงานตามติด ‘วิริยะประกันภัย’ ในกลุ่มประกันชั้น 1 อย่างสูสี (15% และ 16% ตามลำดับ) และสามารถครองแชมป์ในตลาดประกันชั้น 2+ แบบทิ้งห่างคู่แข่ง (29%) ด้วยกลยุทธ์การทำราคาเฉพาะกลุ่มที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง
เทรนด์ The Great Downgrade : อัตราการเลือกประกันชั้น 1 ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2024 มาจนถึงปี 2026 ในขณะที่ประกันชั้น 2+, 3+, 2 และ 3 มีอัตราการเลือกเพิ่มขึ้นทั้งหมด โดยกลุ่มที่ลดชั้นประกันหนักที่สุดไม่ใช่รถเก่า แต่เป็น ‘รถใหม่ป้ายแดงอายุ 1-3 ปี’ ที่เผชิญทั้งค่างวดรถและค่าครองชีพสูง สะท้อนรายได้และกำลังซื้อของผู้บริโภคกำลังลดลง แต่ผู้บริโภคกลุ่มนี้ยังต้องการคุณภาพการซ่อมและบริการที่มั่นใจได้ ส่งผลให้ยอดการซื้อ ‘ประกันชั้น 2+ แบบซ่อมศูนย์’ เติบโตพุ่งสูงขึ้นเช่นกัน
ตลาด EV ความเชื่อมั่นชนะราคา : สถิติการเลือกบริษัทประกันของรถพลังงานไฟฟ้า (EV) กลับสวนทางกับรถยนต์สันดาป โดย ‘วิริยะประกันภัย’ ครองส่วนแบ่งแบบผูกขาด และ ‘ธนชาตประกันภัย’ ทะยานขึ้นสู่อันดับ 2 สะท้อนว่าเจ้าของรถ EV ยังคงกังวลเรื่องค่าซ่อมและแบตเตอรี่ จึงยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อเลือกแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือและมั่นคงสูงสุด
ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคที่ระมัดระวังการใช้จ่าย สอดคล้องกับการวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาค โดย นางสาวจิรภา บุญพาสุข นักวิเคราะห์ จากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ที่ร่วมบรรยายในหัวข้อ ‘Thailand Automotive Outlook 2026’ ระบุว่า ตลาดรถยนต์ไทยในปี 2026 มีแนวโน้มฟื้นตัวแตะระดับ 6.5 แสนคัน (เติบโต 5.1%) โดยเกือบครึ่งหนึ่งของยอดขายรถใหม่จะเป็นกลุ่มพลังงานทางเลือก (xEV) สะท้อนความต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้นโดยเปลี่ยนมาใช้รถพลังงานทางเลือก และ กำลังซื้อของผู้บริโภคบางกลุ่มยังคงเปราะบางจากภาระหนี้ครัวเรือนและหนี้เสีย (NPL) ที่ยังค้างคา ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์