Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
‘ธุรกิจจัดหาคน’เข้าขาลง บ.ใช้AIหาพนักงาน ตั้งแต่คัดเรซูเม่ยันสัมภาษณ์
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

‘ธุรกิจจัดหาคน’เข้าขาลง บ.ใช้AIหาพนักงาน ตั้งแต่คัดเรซูเม่ยันสัมภาษณ์

20 ก.พ. 69
10:05 น.
แชร์

เมื่อ AI เข้ามามีบทบาท แม้แต่งาน HR และ Recruiting ก็หลีกเลี่ยงไม่พ้นการเปลี่ยนแปลง ในปัจจุบัน ปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในอุตสาหกรรมจัดหางานทั่วโลก จากเดิมที่ recruiters เป็นกลไกหลักในการเชื่อมโยงแรงงานกับนายจ้าง ในตอนนี้ เทคโนโลยี AI เริ่มเข้ามาทำหน้าที่แทนมนุษย์ในหลายขั้นตอน ตั้งแต่การคัดกรองเรซูเม่ การจัดอันดับผู้สมัคร ไปจนถึงการสัมภาษณ์เบื้องต้น

ผลกระทบจาก AI เกิดขึ้นในจังหวะที่อุตสาหกรรมจัดหางานกำลังเผชิญสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยอยู่แล้วหลังช่วงการจ้างงานที่คึกคักในยุคหลังโควิด-19 ตลาดแรงงานในหลายประเทศเริ่มเข้าสู่ภาวะ “จ้าง-เลิกจ้างน้อย” ส่งผลให้ปริมาณธุรกรรม ซึ่งเป็นแหล่งรายได้หลักของธุรกิจรีครูตติ้ง หดตัวลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากนี้ เมื่อเทคโนโลยีมีต้นทุนต่ำลงและใช้งานได้ง่ายขึ้น บริษัทจำนวนมากยังเริ่มนำ AI เข้ามาใช้ในกระบวนการสรรหาบุคลากร และดึงขั้นตอนต่าง ๆ กลับมาดำเนินการเองภายในองค์กร สร้างแรงกดดันเชิงโครงสร้างต่อธุรกิจตัวกลางในอุตสาหกรรมจัดหางาน

AI ช่วยนายจ้างดึงกระบวนการจ้างงานกลับสู่บริษัท

ปัจจุบัน ความก้าวหน้าของ AI ทำให้นายจ้างสามารถจัดการขั้นตอนสำคัญของกระบวนการสรรหาได้ด้วยตนเองมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาบริษัทรีครูตภายนอกเหมือนในอดีต ระบบอัตโนมัติสามารถสแกนและคัดกรองเรซูเม่จำนวนมากได้ในเวลาอันสั้น จัดอันดับผู้สมัครตามคุณสมบัติ และบางกรณียังสามารถทำหน้าที่สัมภาษณ์เบื้องต้นผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลได้ด้วย ความสามารถเหล่านี้ช่วยลดทั้งเวลาและต้นทุน เมื่อเทียบกับการว่าจ้างบริษัทจัดหางาน

นักวิเคราะห์มองว่า เมื่อเทคโนโลยีมีต้นทุนต่ำลงและใช้งานได้ง่ายขึ้น บริษัทต่าง ๆ จะยิ่งมีศักยภาพในการดึงกระบวนการสรรหากลับมาดำเนินการเองมากขึ้น แนวโน้มดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่อโมเดลธุรกิจของอุตสาหกรรมรีครูตติ้ง เนื่องจากลูกค้าบางส่วนอาจเลือกยกเลิกสัญญา หรือใช้การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นเป็นเครื่องมือในการต่อรองค่าบริการ ซึ่งอาจกดดันทั้งรายได้และอัตรากำไรของบริษัท

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การบริหารต้นทุนภายใต้สภาพแวดล้อมเช่นนี้อาจนำไปสู่การลดจำนวนรีครูตเตอร์ในระยะต่อไป สะท้อนว่า AI ไม่ได้เพียงเปลี่ยนวิธีการทำงานของลูกค้าเท่านั้น แต่ยังกำลังกระทบต่อการจ้างงานภายในอุตสาหกรรมรีครูตติ้งโดยตรงอีกด้วย

AI มาแรง แต่ “คนจริง” ยังขาดไม่ได้ในงานรีครูตเตอร์

อย่างไรก็ตาม แม้กระแส AI จะมาแรง ผู้บริหารในธุรกิจจัดหางานหลายรายยังมองว่า เทคโนโลยียังไม่สามารถเข้ามาแทนบทบาทของรีครูตเตอร์ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะเรื่องการใช้ดุลยพินิจและการสื่อสารกับคนจริง ๆ บางบริษัทยังระบุว่า ผลกระทบจาก AI ต่อธุรกิจหลักยังมีไม่มากนัก โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าขนาดเล็กและขนาดกลางที่ยังต้องพึ่งความเข้าใจเชิงลึกของรีครูตเตอร์

ขณะเดียวกัน AI ยังทำให้งานของรีครูตเตอร์ซับซ้อนขึ้น เครื่องมือที่ช่วยผู้สมัครเขียนหรือปรับเรซูเม่ ทำให้เอกสารของผู้สมัครจำนวนมากดูคล้ายกันไปหมด และยากต่อการแยกแยะว่าผู้สมัครมีความสามารถตามที่ระบุไว้จริงหรือไม่ ส่งผลให้ทักษะด้านการประเมิน การสัมภาษณ์เชิงลึก และประสบการณ์ของรีครูตเตอร์มีความสำคัญมากขึ้น แทนที่จะลดลงอย่างที่หลายคนกังวล 

บางบริษัทในอุตสาหกรรมยังมองว่า หากใช้ AI อย่างเหมาะสม AI จะเข้ามาช่วยลดงานเอกสาร เพิ่มความแม่นยำในการจับคู่ตำแหน่ง และทำให้กระบวนการสรรหาดำเนินไปได้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แพลตฟอร์ม AI เร่งแรงกดดันเชิงโครงสร้าง

ขณะเดียวกัน นอกเหนือจากที่หลายบริษัทเริ่มนำ AI มาใช้คัดเลือกผู้สมัครกันเองแล้ว การเติบโตของแพลตฟอร์มจับคู่แรงงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI ก็ยิ่งทำให้สมดุลในตลาดจัดหางานเปลี่ยนไป

แพลตฟอร์มเหล่านี้มีต้นทุนการดำเนินงานต่ำกว่า ใช้ทีมงานขนาดเล็กกว่า แต่กลับสร้างรายได้และกำไรต่อพนักงานได้สูงกว่าโมเดลดั้งเดิม เนื่องจากโมเดลแบบใหม่นี้ทำให้นายจ้างสามารถติดต่อและจ้างแรงงานหรือฟรีแลนซ์ได้โดยตรง สะดวกและรวดเร็วขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องผ่านรีครูตเตอร์ในรูปแบบเดิมเหมือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ความท้าทายที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแข่งขันจากสตาร์ทอัพหน้าใหม่เท่านั้น นักวิเคราะห์เตือนว่า บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ซึ่งมีทั้งเงินทุน ฐานข้อมูล และขีดความสามารถในการพัฒนา AI ก็มีศักยภาพจะเข้ามารุกตลาดการจ้างงานได้เช่นกัน และยิ่งสร้างแรงกดดันต่อผู้ให้บริการจัดหางานแบบดั้งเดิม

ในเชิงโครงสร้าง งานสายออฟฟิศ โดยเฉพาะตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์แวร์ งานสนับสนุนหลังบ้าน หรือหน้าที่ที่มีความซับซ้อนไม่สูงนัก ถูกประเมินว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ ขณะที่แรงงานในภาคอุตสาหกรรมและการผลิตยังถูกมองว่ามีความยืดหยุ่นและยากต่อการทดแทนในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม แม้หลายบริษัทจะอ้างถึงการนำ AI มาใช้เป็นหนึ่งในเหตุผลของการปรับลดพนักงาน แต่อัตราการว่างงานในภาพรวมยังไม่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดจำเป็นต้องเห็นการเพิ่มขึ้นของการว่างงานในลักษณะต่อเนื่องเสียก่อน จึงจะสรุปได้ว่า AI กำลังเปลี่ยนโฉมตลาดแรงงานในระยะยาว

ทั้งนี้ หากแนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นจริง ความจำเป็นในการพึ่งพารีครูตเตอร์ย่อมลดลง และเมื่อผู้ให้บริการนำ AI มาใช้เพื่อลดต้นทุน ลูกค้าก็มีแนวโน้มคาดหวังให้ค่าบริการปรับลดลงตามไปด้วย นักวิเคราะห์บางรายจึงเตือนว่า งานบางส่วนที่ถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติอาจไม่กลับมาอีก ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมจัดหางานครั้งใหญ่ มากกว่าจะเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงชั่วคราวตามวัฏจักรเศรษฐกิจ

ที่มา: Bloomberg

แชร์
‘ธุรกิจจัดหาคน’เข้าขาลง บ.ใช้AIหาพนักงาน ตั้งแต่คัดเรซูเม่ยันสัมภาษณ์