Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ทำไม Super Bowl ไม่ใช่แค่อิเวนต์กีฬา แต่เป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจ
โดย : ปาณิสรา สุทธิกาญจนวงศ์

ทำไม Super Bowl ไม่ใช่แค่อิเวนต์กีฬา แต่เป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจ

18 ก.พ. 69
18:21 น.
แชร์

หากถามว่าแมตช์หยุดโลกของคุณคืออะไร ? เชื่อว่าใครที่เป็นแฟนบอลก็คงตอบ ‘วันแดงเดือด’ วันที่ Liverpool ดวลแข้งกับ Manchester United แต่ถ้าถามคำถามนี้กับชาวอเมริกันและวงการเอเจนซี่โฆษณาทั่วโลก เชื่อไหมว่าพวกเขาจะตอบว่า ‘Super Bowl’

เพราะ Super Bowl ไม่ใช่แค่การแข่งขันอเมริกันฟุตบอลชิงแชมป์ของ NFL แต่มันคืออีเวนต์ระดับโลกที่ทั่วโลกต่างรอคอย เพราะมีทั้ง ‘การแข่งขันกีฬา’ อเมริกันฟุตบอล ที่เป็นวัฒนธรรมของชาวอเมริกันความบันเทิง’ จากสุดยอดศิลปินชั้นนำของโลกในช่วงพักครึ่ง (ซึ่งว่ากันว่า ศิลปินไม่ได้ค่าจ้างแต่มันคุ้มค่ากับค่าพื้นที่สื่อที่จะกลายเป็น Topic ยอดฮิตในวันต่อไป) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Super Bowl Half Time Show และ ‘ธุรกิจ’ ที่แบรนด์ต่างชิง Air Time แย่งพื้นที่ของเหล่าสปอนเซอร์ ขอแค่ได้โฆษณา 30 วินาที ยอมจ่าย 300 ล้านบาท

แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้น Super Bowl กลายเป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจที่สามารถบูสต์เศรษฐกิจของเมืองเจ้าภาพได้อย่างมหาศาล ตั้งแต่การขายตั๋ว การท่องเที่ยว การจ้างงานเพิ่ม งอกเงยไปจนถึงการพนัน (ที่สหรัฐอเมริกาถูกกฎหมาย) และทุกอย่างกลายเป็นเงินเข้าสู่คลังภาษีของรัฐบาล

บทความนี้ SPOTLIGHT จึงอยากพาทุกคนมาไขข้อสงสัยว่าทำไม Super Bowl ไม่ใช่แค่อิเวนต์กีฬาแต่เป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่วงการโมษณา-ท่องเที่ยว-พนัน-อาหาร

‘อเมริกันฟุตบอล’ กีฬาในสายเลือดของชาวอเมริกัน

Super Bowl คือ อิเวนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอเมริกันฟุตบอล จัดครั้งแรกเมื่อปี 1967 หรือเมื่อ 58 ปีที่แล้ว ซึ่งโดยปกติจะจัดช่วงวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนม.ค. หรืออาทิตย์แรกของเดือนก.พ.ของทุกปี

หากมองผิวเผินนี่คืออิเวนต์กีฬา ‘อเมริกันฟุตบอล’ กีฬาที่ไม่ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกเท่าฟุตบอลด้วยซ้ำ แต่ทำไมอิเวนต์นี้กลับสร้าง impact ให้กับหลายอุตสาหกรรม แม้กระทั้งคนที่ไม่สนใจกีฬาก็อยากจะเปิดใจดู

นั่นก็เพราะว่า Super Bowl คือตัวอย่างของการจัดอิเวนต์ที่ผสมผสานทุกศาสตร์ ทั้งกีฬา ความบันเทิง ไปจนถึงสะท้อนไปยังวัฒนธรรมของชาวอเมริกัน

อเมริกันฟุตบอล คือ กีฬาในสายเลือดของชาวอเมริกัน ที่ถูกถ่ายทอดฝังรากลึกจากระบบการศึกษา ตั้งแต่ High School ไปจนถึงมหาวิทยาลัย หากใครยังนึกภาพไม่ออกก็น่าจะเคยเห็นตามหนังไฮสศูลที่ชมรมอเมริกันฟุตบอลมักเป็นแหล่งรวมตัวของหนุ่มสาวสุดฮอตของโรงเรียน ที่หนุ่มหล่อต้องอยู่ในทีมอเมริกันฟุตบอล ส่วนสาวสวยก็ต้องเป็นเชียร์ลีดเดอร์ หรืออย่างในเพลง You Belong with Me ของ Taylor Swift ที่เล่าถึงความรักในโรงเรียนที่แอบชอบหนุ่มหล่อในทีมอเมริกันฟุตบอล

นอกจากนั้น อเมริกันฟุตบอลในรั้วโรงเรียนยังเปิดโอกาสในการศึกษาและเส้นทางอาชีพ เพราะหากคุณเป็นนักกีฬาที่เล่นฟอร์มดี คุณก็จะมีโอกาสได้ทุนเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำ ต่อยอดสู่ลีกอาชีพ NFL และ MLB และแน่นอนว่าจุดสุดยอดในอาชีพคือ Super Bowl

ที่นี่เรามาดูกันว่า Super Bowl จากอิเวนต์กีฬา สู่เครื่องจักรทางเศรษฐกิจได้โหดแค่ไหน ?

​คนดูทะลุ 100 ล้านคน ธุรกิจจอง Air Time โฆษณา 30 วิ 300 ล้านบาท

จากการรายงานของนิตยสาร Time พบว่า Super Bowl คือหนึ่งในรายการถ่ายทอดสดที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก มียอดผู้ชมเฉพาะในสหรัฐฯ ทะลุ 100 ล้านคน และกระจายไปทั่วโลกอีกหลายร้อยล้านคนที่ดูผ่านมือถือ

โดยแค่ในปี 2015 Nielsen TV ratings พบว่ามีคนดูถ่ายทอดสดทุบสถิติกว่า 114.4 ล้านคน

การที่มีผู้ชมจำนวนมหาศาลขนาดนี้ แน่นอนว่าส่งผลต่อแบรนด์ที่อยากโฆษณาธุรกิจของตนเอง แต่ก็ต้องบอกเลยว่า “ราคาแพงหูฉี่” ราคาขึ้นทุกปี แต่ก็มีหลายแบรนด์ที่ยอมทุ่มเพื่อได้สายตาของผู้ชมจำนวนมหาศาล

สำนักข่าว USA Today ได้รายงานว่า

  • ปี 2026 : โฆษณา 30 วิ มีราคาสูงถึง 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 311 ล้านบาท
  • ปี 2025 : โฆษณา 30 วิ มีราคา 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ปี 2024 และ 2023 : โฆษณา 30 วิ มีราคา 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ปี 2017 : โฆษณา 30 วิ มีราคา 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ปี 2014 : โฆษณา 30 วิ มีราคา 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ปี 2000 : โฆษณา 30 วิ มีราคา 2.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ปี 1990 : : โฆษณา 30 วิ มีราคา 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ปี 1967 : โฆษณา 30 วิ มีราคา 37,500 ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าใช้จ่ายที่สูงของโฆษณาเหล่านี้ถือว่าคุ้มค่าสำหรับแบรนด์ เนื่องจากแบรนด์สามารถสร้างการรับรู้ผ่านจำนวนผู้ชมมหาศาลในหลากหลายกลุ่ม เพราะงานนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่อิเวนต์กีฬา แต่มันคือปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ได้รับการสนใจจากทั่วโลก ที่ไม่ว่าแบรนด์ไหน ๆ มาชิง Air Time ก็จะได้รับความสนใจและถูกพูดถึงพอ ๆ กับตัวเกมการแข่งขัน

โดยมีข้อมูลว่า “ผู้ชม 77% ให้ความสนใจกับโฆษณา มากกว่าในรายการกีฬาหรือรายการโทรทัศน์อื่น ๆ” อย่างไรก็ตาม แม้ไม่ได้มีตัวเลขชี้ชัดถึงการประสบความสำเร็จของแบรนด์ แต่ Super Bowl ก็ยังถือว่าเป็นเวทีโฆษณาที่ดีที่สุดในโลก ถึงอย่างนั้นก็ตาม แบรนด์ก็ควรวางแผลกลยุทธ์อื่น ๆ เพื่อต่อยอดด้วย

ท่องเที่ยวคึกคัก – ยอดบัตร resell แพง to the moon – จ้างงานฉ่ำ

ทุกครั้งที่มีการจัดการแข่งขัน Super Bowl เมืองเจ้าภาพจะได้อานิสงส์เต็ม ๆ จากนักท่องเที่ยว โดยมีรายงานว่ารายได้ที่เมืองเจ้าภาพได้จากการจัดงานซูเปอร์โบวล์ในแต่ละปีมีตั้งแต่ 300 ล้านดอลลาร์ไปจนถึง 1,300 ล้านดอลลาร์ในขณะที่กำไรสุทธิของเมืองเจ้าภาพอยู่ที่ประมาณ 150 ล้านดอลลาร์

  • ปี 2025 Super Bowl ได้จัดขึ้นที่เมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐลุยเซียนา เจ้าหน้าที่ของรัฐรายงานว่างานดังกล่าวมีผู้เข้าชม 115,000 คน และมีการใช้จ่ายในเมืองถึง 658 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ปี 2025 โรงแรมในเซนต์แทมมานี (นิวออร์ลีนส์) มีราคาห้องพักสูงถึง 600 ดอลลาร์ต่อคืนและมีอัตราการเข้าพัก 96% ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิม 
  • ปี 2026 Super Bowl จัดขึ้นที่สนาม Levi's Stadium ในซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย  มีการรายงานว่า ตั๋วของ Super Bowl ที่นั่งที่ถูกที่สุดที่มีจำหน่ายบน TickPick ซึ่งเป็นผู้ขายต่อตั๋ว มีราคาสูงกว่า 3,800 ดอลลาร์ ซึ่งคาดว่า NFL จะทำรายได้กว่า 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐแค่จากการขายตั๋ว

และจากความคึกคักของการท่องเที่ยวส่งผลโดยตรงต่อการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น โดยการจัด Super Bowl 2026 นี้ คาดว่ามีการจ้างงานเพิ่มขึ้นถึง 5,000 ตำแหน่งในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยมีเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากค่าแรงกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

คนอเมริกันใช้เงินกับค่าอาหารฉ่ำระหว่างดู Super Bowl

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปชมเกมที่สนามได้ ก็ยังคงมีชาวอเมริกันจำนวนมากที่มุ่งหน้าไปยังบาร์และร้านอาหารเพื่อชมเกมและพวกเขาต่างใช้เงินกับค่าอาหารระหว่างดู Super Bowl

  • ในปี 2026 คาดว่าชาวอเมริกันจะใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 20,200 ล้านดอลลาร์ หรือ 94.77 ดอลลาร์ต่อคน ในการแข่งขันครั้งใหญ่ครั้งนี้ โดย 79% ของจำนวนเงินนั้นจะหมดไปกับอาหาร
  • สำหรับผู้ที่จัดงานปาร์ตี้ชมการแข่งขัน Super Bowl ที่บ้าน ค่าใช้จ่ายในการจัดหาอาหารสำหรับวันแข่งขันจะสูงกว่าปีที่แล้ว โดยเวลส์ ฟาร์โก ได้ประเมินว่าการจัดงานปาร์ตี้สำหรับ 10 คน จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 140 ดอลลาร์ต่อคน เพิ่มขึ้นจาก 138 ดอลลาร์ในปีที่แล้ว
  • ปีกไก่ เป็นอาหารยอดนิยมของแฟน ๆ ซึ่งถูกบริโภคกว่า 1,400 ล้านชิ้นในวันเดียว
  • Guacamole (กัวคาโมเล) อีกหนึ่งของว่างที่ขาดไม่ได้ของชาวอเมริกัน ได้มีการรายงานว่ามีการนำเข้าอะโวคาโดจากเม็กซิโกมากกว่า 120,000 ตัน ในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนการแข่งขัน

เงินไหลเข้าระบบเว็บพนันกว่า 1.76 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

สมาคมการพนันกีฬาของสหรัฐอเมริกา (Sports Betting Alliance หรือ SBA) ได้คาดการณ์ว่า การจัด Super Bowl ในปี 2026 นี้มีเงินเดิมพันเข้ามายังระบบกว่า 1,760 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 27% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ ซึ่ง AGA ระบุว่าจะเป็นสถิติสูงสุดนั้น รวมเฉพาะการเดิมพันกับเว็บไซต์รับพนันกีฬาที่ถูกกฎหมายของสหรัฐฯ ซึ่งดำเนินงานใน 39 รัฐและเขตโคลัมเบียเท่านั้น

นอกจากนี้ยังมีการรายงานจากเว็บไซต์รับพนันกีฬาของสหรัฐฯ แล้วว่ามีการวางเดิมพันจำนวน 2 ล้านดอลลาร์และ 1.2 ล้านดอลลาร์ในซูเปอร์โบวล์ครั้งนี้ โดยทั้งสองครั้งเป็นการเดิมพันจากทีมรอง

อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งของรายได้ทั้งหมดที่คาดว่าเจ้าภาพจะได้รับ จะถูกแบ่งให้กับรัฐบาลระดับรัฐและท้องถิ่น ซึ่งคณะกรรมการเจ้าภาพเขตเบย์แอเรีย ประเมินว่ารัฐบาลเหล่านี้อาจได้รับเงินประมาณ 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Super Bowl Half Time Show ไม่ได้จ้างศิลปิน แถมศิลปินต้องจ้างเงินค่า production เองด้วย

Super Bowl Half Time Show คือช่วงไฮไลต์ที่คนทั่วโลกต่างรอคอย เพราะนี่คือคอนสิร์ตที่ดีที่สุด สนุกที่สุด จากศิลปินระดับโลก

แต่เชื่อหรือไม่ ว่าก่อนหน้านี้ Halftime Show ในอดีตเป็นเพียงแต่โชว์จากวงดุริยางค์ของมหาวิทยาลัย แต่ปี 1993 Michael Jackson ได้กลายมาเป็นศิลปินผู้สร้างบรรทัดฐานใหม่ขึ้นมาของ Super Bowl Half Time Show ทำให้จากนั้นนี้คือเวทีที่ศิลปินระดับโลกต่างใฝ่ฝันอยากมาร่วมแสดงสักครั้งในชีวิต

ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ศิลปินใครก็ได้ แต่ต้องเป็นตัวท็อปเบอร์ 1 ที่คนทั่วโลกรู้จัก โดย NFL จะเป็นผู้เชิญไป และ NFL ไม่เสียเงินสักบาท เท่ากับว่าศิลปินจะต้องไปผู้ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด แลกกับความไวรัลในชั่วข้ามคืน

อย่างปี 2026 นี้ Super Bowl Half Time Show ได้ ศิลปินอย่าง Bad Bunny ศิลปินเปอร์โตริโก โดยมีผู้ชมมากกว่า 115 ล้านคนทั่วโลกในYoutube (ซึ่งเป็นยอดสถิติสูงสุดครังใหม่) เเละเพลงของเขาพุ่งขึ้นกว่า 470% ในการค้นหาหลังจบการแสดง

หรืออย่างใน Super Bowl 2025 การแสดงช่วงพักครึ่งได้ Kendrick Lamar เป็นผู้แสดง หลังจากโชว์จบลงยอดดาวน์โหลดเพลงของ Kendrick Lamar เพิ่มขึ้นถึง 500% เช่นเดียวกับกรณีของ Usher ในปี 2024 หรือ Rihanna ในปี 2023 ที่มียอดขายผลงานเพลงเพิ่มขึ้น 390% หลังจากการกลับมาแสดงใน Super Bowl

จากความสำเร็จนี้ต่างดึงดูดให้บริษัทต่าง ๆ เช่น Apple Music มองเห็นโอกาสและได้สิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการผลิตและโปรโมตการแสดงช่วงพักครึ่งโดยมีมูลค่าข้อตกลงสูงถึง 50 ล้านดอลลาร์ต่อปี

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบทางเศรษฐกิจของซูเปอร์โบวล์เมื่อเทียบกับงานใหญ่อื่น ๆ อาจเทียบไม่ได้ อย่างเช่น

  • FIFA งานฟุตบอลระดับโลก ยังครองอันดับหนึ่งทั้งในด้านจำนวนผู้ชมและผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยมีผู้ชมถึง 1.5 พันล้านคน และสร้างผลกระทบสูงถึง 17,000 ล้านดอลลาร์ในประเทศเจ้าภาพ 
  • ทัวร์คอนเสิร์ต Eras ของเทย์เลอร์ สวิฟต์ซึ่งกลายเป็นงานดนตรีที่ทำรายได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยสร้างรายได้กว่า 1,040 ล้านดอลลาร์ และส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นของแต่ละเมือง (และบางประเทศด้วย) 

แต่หากเทียบเรื่องผู้นำด้านการโฆษณาและการตลาด ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า Super Bowl นั้นคงเป็นอิเวนต์ที่ครองอันดับหนึ่ง

อ้างอิง : Do Better Time The Mercury News Aljazeera Yahoo Finance CNN CNBC ESPN

แชร์
ทำไม Super Bowl ไม่ใช่แค่อิเวนต์กีฬา แต่เป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจ