
หากถามว่าแมตช์หยุดโลกของคุณคืออะไร ? เชื่อว่าใครที่เป็นแฟนบอลก็คงตอบ ‘วันแดงเดือด’ วันที่ Liverpool ดวลแข้งกับ Manchester United แต่ถ้าถามคำถามนี้กับชาวอเมริกันและวงการเอเจนซี่โฆษณาทั่วโลก เชื่อไหมว่าพวกเขาจะตอบว่า ‘Super Bowl’
เพราะ Super Bowl ไม่ใช่แค่การแข่งขันอเมริกันฟุตบอลชิงแชมป์ของ NFL แต่มันคืออีเวนต์ระดับโลกที่ทั่วโลกต่างรอคอย เพราะมีทั้ง ‘การแข่งขันกีฬา’ อเมริกันฟุตบอล ที่เป็นวัฒนธรรมของชาวอเมริกัน ‘ความบันเทิง’ จากสุดยอดศิลปินชั้นนำของโลกในช่วงพักครึ่ง (ซึ่งว่ากันว่า ศิลปินไม่ได้ค่าจ้างแต่มันคุ้มค่ากับค่าพื้นที่สื่อที่จะกลายเป็น Topic ยอดฮิตในวันต่อไป) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Super Bowl Half Time Show และ ‘ธุรกิจ’ ที่แบรนด์ต่างชิง Air Time แย่งพื้นที่ของเหล่าสปอนเซอร์ ขอแค่ได้โฆษณา 30 วินาที ยอมจ่าย 300 ล้านบาท
แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้น Super Bowl กลายเป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจที่สามารถบูสต์เศรษฐกิจของเมืองเจ้าภาพได้อย่างมหาศาล ตั้งแต่การขายตั๋ว การท่องเที่ยว การจ้างงานเพิ่ม งอกเงยไปจนถึงการพนัน (ที่สหรัฐอเมริกาถูกกฎหมาย) และทุกอย่างกลายเป็นเงินเข้าสู่คลังภาษีของรัฐบาล
บทความนี้ SPOTLIGHT จึงอยากพาทุกคนมาไขข้อสงสัยว่าทำไม Super Bowl ไม่ใช่แค่อิเวนต์กีฬาแต่เป็นเครื่องจักรทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่วงการโมษณา-ท่องเที่ยว-พนัน-อาหาร
Super Bowl คือ อิเวนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอเมริกันฟุตบอล จัดครั้งแรกเมื่อปี 1967 หรือเมื่อ 58 ปีที่แล้ว ซึ่งโดยปกติจะจัดช่วงวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนม.ค. หรืออาทิตย์แรกของเดือนก.พ.ของทุกปี
หากมองผิวเผินนี่คืออิเวนต์กีฬา ‘อเมริกันฟุตบอล’ กีฬาที่ไม่ได้รับความนิยมจากคนทั่วโลกเท่าฟุตบอลด้วยซ้ำ แต่ทำไมอิเวนต์นี้กลับสร้าง impact ให้กับหลายอุตสาหกรรม แม้กระทั้งคนที่ไม่สนใจกีฬาก็อยากจะเปิดใจดู
นั่นก็เพราะว่า Super Bowl คือตัวอย่างของการจัดอิเวนต์ที่ผสมผสานทุกศาสตร์ ทั้งกีฬา ความบันเทิง ไปจนถึงสะท้อนไปยังวัฒนธรรมของชาวอเมริกัน
อเมริกันฟุตบอล คือ กีฬาในสายเลือดของชาวอเมริกัน ที่ถูกถ่ายทอดฝังรากลึกจากระบบการศึกษา ตั้งแต่ High School ไปจนถึงมหาวิทยาลัย หากใครยังนึกภาพไม่ออกก็น่าจะเคยเห็นตามหนังไฮสศูลที่ชมรมอเมริกันฟุตบอลมักเป็นแหล่งรวมตัวของหนุ่มสาวสุดฮอตของโรงเรียน ที่หนุ่มหล่อต้องอยู่ในทีมอเมริกันฟุตบอล ส่วนสาวสวยก็ต้องเป็นเชียร์ลีดเดอร์ หรืออย่างในเพลง You Belong with Me ของ Taylor Swift ที่เล่าถึงความรักในโรงเรียนที่แอบชอบหนุ่มหล่อในทีมอเมริกันฟุตบอล
นอกจากนั้น อเมริกันฟุตบอลในรั้วโรงเรียนยังเปิดโอกาสในการศึกษาและเส้นทางอาชีพ เพราะหากคุณเป็นนักกีฬาที่เล่นฟอร์มดี คุณก็จะมีโอกาสได้ทุนเรียนมหาวิทยาลัยชั้นนำ ต่อยอดสู่ลีกอาชีพ NFL และ MLB และแน่นอนว่าจุดสุดยอดในอาชีพคือ Super Bowl
จากการรายงานของนิตยสาร Time พบว่า Super Bowl คือหนึ่งในรายการถ่ายทอดสดที่มีผู้ชมมากที่สุดในโลก มียอดผู้ชมเฉพาะในสหรัฐฯ ทะลุ 100 ล้านคน และกระจายไปทั่วโลกอีกหลายร้อยล้านคนที่ดูผ่านมือถือ
โดยแค่ในปี 2015 Nielsen TV ratings พบว่ามีคนดูถ่ายทอดสดทุบสถิติกว่า 114.4 ล้านคน
การที่มีผู้ชมจำนวนมหาศาลขนาดนี้ แน่นอนว่าส่งผลต่อแบรนด์ที่อยากโฆษณาธุรกิจของตนเอง แต่ก็ต้องบอกเลยว่า “ราคาแพงหูฉี่” ราคาขึ้นทุกปี แต่ก็มีหลายแบรนด์ที่ยอมทุ่มเพื่อได้สายตาของผู้ชมจำนวนมหาศาล
สำนักข่าว USA Today ได้รายงานว่า
ค่าใช้จ่ายที่สูงของโฆษณาเหล่านี้ถือว่าคุ้มค่าสำหรับแบรนด์ เนื่องจากแบรนด์สามารถสร้างการรับรู้ผ่านจำนวนผู้ชมมหาศาลในหลากหลายกลุ่ม เพราะงานนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่อิเวนต์กีฬา แต่มันคือปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่ได้รับการสนใจจากทั่วโลก ที่ไม่ว่าแบรนด์ไหน ๆ มาชิง Air Time ก็จะได้รับความสนใจและถูกพูดถึงพอ ๆ กับตัวเกมการแข่งขัน
โดยมีข้อมูลว่า “ผู้ชม 77% ให้ความสนใจกับโฆษณา มากกว่าในรายการกีฬาหรือรายการโทรทัศน์อื่น ๆ” อย่างไรก็ตาม แม้ไม่ได้มีตัวเลขชี้ชัดถึงการประสบความสำเร็จของแบรนด์ แต่ Super Bowl ก็ยังถือว่าเป็นเวทีโฆษณาที่ดีที่สุดในโลก ถึงอย่างนั้นก็ตาม แบรนด์ก็ควรวางแผลกลยุทธ์อื่น ๆ เพื่อต่อยอดด้วย
ทุกครั้งที่มีการจัดการแข่งขัน Super Bowl เมืองเจ้าภาพจะได้อานิสงส์เต็ม ๆ จากนักท่องเที่ยว โดยมีรายงานว่ารายได้ที่เมืองเจ้าภาพได้จากการจัดงานซูเปอร์โบวล์ในแต่ละปีมีตั้งแต่ 300 ล้านดอลลาร์ไปจนถึง 1,300 ล้านดอลลาร์ในขณะที่กำไรสุทธิของเมืองเจ้าภาพอยู่ที่ประมาณ 150 ล้านดอลลาร์
และจากความคึกคักของการท่องเที่ยวส่งผลโดยตรงต่อการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น โดยการจัด Super Bowl 2026 นี้ คาดว่ามีการจ้างงานเพิ่มขึ้นถึง 5,000 ตำแหน่งในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยมีเงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากค่าแรงกว่า 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับผู้ที่ไม่สามารถไปชมเกมที่สนามได้ ก็ยังคงมีชาวอเมริกันจำนวนมากที่มุ่งหน้าไปยังบาร์และร้านอาหารเพื่อชมเกมและพวกเขาต่างใช้เงินกับค่าอาหารระหว่างดู Super Bowl
สมาคมการพนันกีฬาของสหรัฐอเมริกา (Sports Betting Alliance หรือ SBA) ได้คาดการณ์ว่า การจัด Super Bowl ในปี 2026 นี้มีเงินเดิมพันเข้ามายังระบบกว่า 1,760 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 27% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
ตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ ซึ่ง AGA ระบุว่าจะเป็นสถิติสูงสุดนั้น รวมเฉพาะการเดิมพันกับเว็บไซต์รับพนันกีฬาที่ถูกกฎหมายของสหรัฐฯ ซึ่งดำเนินงานใน 39 รัฐและเขตโคลัมเบียเท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีการรายงานจากเว็บไซต์รับพนันกีฬาของสหรัฐฯ แล้วว่ามีการวางเดิมพันจำนวน 2 ล้านดอลลาร์และ 1.2 ล้านดอลลาร์ในซูเปอร์โบวล์ครั้งนี้ โดยทั้งสองครั้งเป็นการเดิมพันจากทีมรอง
อย่างไรก็ตาม ส่วนหนึ่งของรายได้ทั้งหมดที่คาดว่าเจ้าภาพจะได้รับ จะถูกแบ่งให้กับรัฐบาลระดับรัฐและท้องถิ่น ซึ่งคณะกรรมการเจ้าภาพเขตเบย์แอเรีย ประเมินว่ารัฐบาลเหล่านี้อาจได้รับเงินประมาณ 16 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Super Bowl Half Time Show คือช่วงไฮไลต์ที่คนทั่วโลกต่างรอคอย เพราะนี่คือคอนสิร์ตที่ดีที่สุด สนุกที่สุด จากศิลปินระดับโลก
แต่เชื่อหรือไม่ ว่าก่อนหน้านี้ Halftime Show ในอดีตเป็นเพียงแต่โชว์จากวงดุริยางค์ของมหาวิทยาลัย แต่ปี 1993 Michael Jackson ได้กลายมาเป็นศิลปินผู้สร้างบรรทัดฐานใหม่ขึ้นมาของ Super Bowl Half Time Show ทำให้จากนั้นนี้คือเวทีที่ศิลปินระดับโลกต่างใฝ่ฝันอยากมาร่วมแสดงสักครั้งในชีวิต
ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ศิลปินใครก็ได้ แต่ต้องเป็นตัวท็อปเบอร์ 1 ที่คนทั่วโลกรู้จัก โดย NFL จะเป็นผู้เชิญไป และ NFL ไม่เสียเงินสักบาท เท่ากับว่าศิลปินจะต้องไปผู้ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด แลกกับความไวรัลในชั่วข้ามคืน
อย่างปี 2026 นี้ Super Bowl Half Time Show ได้ ศิลปินอย่าง Bad Bunny ศิลปินเปอร์โตริโก โดยมีผู้ชมมากกว่า 115 ล้านคนทั่วโลกในYoutube (ซึ่งเป็นยอดสถิติสูงสุดครังใหม่) เเละเพลงของเขาพุ่งขึ้นกว่า 470% ในการค้นหาหลังจบการแสดง
หรืออย่างใน Super Bowl 2025 การแสดงช่วงพักครึ่งได้ Kendrick Lamar เป็นผู้แสดง หลังจากโชว์จบลงยอดดาวน์โหลดเพลงของ Kendrick Lamar เพิ่มขึ้นถึง 500% เช่นเดียวกับกรณีของ Usher ในปี 2024 หรือ Rihanna ในปี 2023 ที่มียอดขายผลงานเพลงเพิ่มขึ้น 390% หลังจากการกลับมาแสดงใน Super Bowl
จากความสำเร็จนี้ต่างดึงดูดให้บริษัทต่าง ๆ เช่น Apple Music มองเห็นโอกาสและได้สิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในการผลิตและโปรโมตการแสดงช่วงพักครึ่งโดยมีมูลค่าข้อตกลงสูงถึง 50 ล้านดอลลาร์ต่อปี
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบทางเศรษฐกิจของซูเปอร์โบวล์เมื่อเทียบกับงานใหญ่อื่น ๆ อาจเทียบไม่ได้ อย่างเช่น
แต่หากเทียบเรื่องผู้นำด้านการโฆษณาและการตลาด ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า Super Bowl นั้นคงเป็นอิเวนต์ที่ครองอันดับหนึ่ง
อ้างอิง : Do Better Time The Mercury News Aljazeera Yahoo Finance CNN CNBC ESPN