Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
Honda หวนคืนสนาม F1 หวังฟื้นภาพแบรนด์รถสปอร์ต สร้างแรงดึงดูดใหม่
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

Honda หวนคืนสนาม F1 หวังฟื้นภาพแบรนด์รถสปอร์ต สร้างแรงดึงดูดใหม่

21 ม.ค. 69
19:43 น.
แชร์

หลังถอนตัวออกจากการแข่งขันรถสูตร 1 หรือ F1 มาหลายปี ปีนี้ฮอนด้า (Honda) ค่ายรถยนต์เบอร์สองของญี่ปุ่นจะกลับมาโลดแล่นในสนาม F1 อีกครั้ง โดยจะเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์ให้กับทีม แอสตัน มาร์ติน อารามโก ฟอร์มูลาวัน (Aston Martin Aramco Formula One) 

การหวนกลับเข้าสู่การแข่งขัน F1 อีกครั้งของฮอนด้า มีเป้าหมายสำคัญ คือ ต้องการดึงดูดลูกค้าด้วยเทคโนโลยีสมรรถนะสูง ซึ่งฮอนด้าจะนำองค์ความรู้จากสนามแข่งไปต่อยอดในการพัฒนารถยนต์ที่ผลิตขายในวงกว้างต่อไป 

ทั้งนี้ การพัฒนาเพาเวอร์ยูนิตเจเนอเรชันใหม่สำหรับทีม Aston Martin ซึ่งจะเปิดตัวตั้งแต่สนามแรกที่ออสเตรเลียในเดือนมีนาคม อยู่ภายใต้การดูแลของ ฮอนด้า เรซซิง (Honda Racing) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของฮอนด้า มอเตอร์ 

ใช้สนาม F1 เป็นห้องทดลองพัฒนาเครื่องยนต์

ฮอนด้าระบุบนเว็บไซต์ของบริษัทว่า การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของฮอนด้าที่จะพัฒนาเทคโนโลยีและบ่มเพาะบุคลากรบนเวทีการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตที่ท้าทายที่สุดในโลก เพื่อเชื่อมโยงประสบการณ์จากความท้าทายในปัจจุบันไปสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมแห่งอนาคต

ทั้งนี้ ฮอนด้าเข้าร่วมการแข่งขัน F1 ครั้งแรกในปี 1964 เพื่อใช้มอเตอร์สปอร์ตเป็นห้องทดลองในการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ แต่ฮอนด้าได้ถอนตัวและกลับเข้าสู่การแข่งขันหลายครั้ง เนื่องจากปัญหาทางการเงินที่เกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ ซึ่งการกลับเข้าสู่การแข่งขันฤดูกาล 2026 ที่กำลังจะมาถึงนี้ นับเป็นการกลับเข้าสู่ F1 ครั้งที่ห้าของฮอนด้า

การกลับเข้าสู่การแข่งขันครั้งนี้ ฮอนด้าจะเจอกับความท้าทายใหม่ ซึ่งฮอนด้าจะใช้เป็นห้องทดลองใหม่อีกเช่นเคย นั่นคือ นับตั้งแต่ฤดูกาล 2026 เป็นต้นไป F1 มีการเปลี่ยนแปลงกติกาครั้งใหญ่ ทั้งการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าในระบบขับเคลื่อน และข้อกำหนดให้ใช้เชื้อเพลิงหมุนเวียน ซึ่งฮอนด้ามองว่าเป็นโอกาสในการพัฒนาวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีไฟฟ้าและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ 

ฮอนด้ากับ F1 และ ‘DNA แห่งการท้าทาย’

ในงานแถลงข่าวเมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมา โทชิฮิโร มิเบะ (Toshihiro Mibe) ประธานบริษัทฮอนด้ากล่าวถึงประวัติศาสตร์ของฮอนด้ากับ F1 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการที่จะพิชิตความท้าทาย ซึ่งเป็นไปตามปรัชญาการบริหารธุรกิจของ โซอิจิโร ฮอนดะ (Soichiro Honda) ผู้ก่อตั้งบริษัทฮอนด้า ที่ว่า “จงมุ่งมั่นที่จะเป็นที่หนึ่งของโลก” และ “จงเผชิญกับความท้าทายที่ยากที่สุด” 

“ในปี 1964 เพียงไม่นานหลังจากออนด้าเริ่มจำหน่ายรถยนต์ เราได้ตัดสินใจเข้าสู่การแข่งขัน F1 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ในขณะนั้นฮอนด้ายังถูกมองว่าเป็นเพียงผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ การทำสิ่งท้าทายนี้จึงดูเหมือนเป็นความฝันที่เป็นไปไม่ได้ เส้นทางนั้นยากลำบากอย่างยิ่ง และเต็มไปด้วยความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เหล่าวิศวกรของฮอนด้าไม่เคยยอมแพ้ จนกระทั่งในปี 1965 ในสนามสุดท้ายที่ Mexican Grand Prix เราสามารถคว้าชัยชนะครั้งแรกใน F1 ได้สำเร็จ ชัยชนะครั้งนั้นกลายเป็นสัญลักษณ์ของจิตวิญญาณแห่งความท้าทายอันไม่ย่อท้อของฮอนด้าตั้งแต่นั้นมา” 

มิเบะบอกว่า การเลือกเส้นทางที่ยากลำบากเพื่อเรียนรู้และเติบโต ทำให้ฮอนด้าพัฒนาเทคโนโลยีที่น่าภาคภูมิใจได้จนถึงทุกวันนี้ และ ‘DNA แห่งการท้าทาย’ นี้ยังคงสืบทอดมาถึงปัจจุบัน 

หวังฟื้นภาพลักษณ์แบรนด์สปอร์ตคาร์ 

นิกเคอิเอเชีย (Nikkei Asia) สื่อธุรกิจชื่อดังของญี่ปุ่นรายงานว่า นอกจากเป้าหมายด้านการพัฒนาเครื่องยนต์แล้ว การกลับสู่สังเวียน F1 ครั้งนี้ยังมีเป้าหมายเชิงภาพลักษณ์ เพื่อฟื้นบทบาทของฮอนด้าในฐานะแบรนด์สปอร์ต โดยเฉพาะในตลาดญี่ปุ่นซึ่งปัจจุบันฮอนด้าถูกจดจำอย่างมากในฐานะผู้ผลิตรถใช้งานทั่วไป เช่น N-Box รถเคขนาดเล็ก และ Freed รถมินิแวนขนาดกะทัดรัด แม้ว่าในอดีต ฮอนด้าเคยมีรถสมรรถนะสูงที่โดดเด่นอย่าง NSX สปอร์ตคาร์ระดับลักชัวรี และ S660 สปอร์ตคาร์ขนาดเล็ก แต่การผลิตรถยนต์รุ่นเหล่านี้ยุติลงไปแล้ว

ทั้งนี้ ในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น โตโยต้า มอเตอร์ (Toyota Motor) ถือเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในการต่อยอดมอเตอร์สปอร์ตผ่านแบรนด์ กาซู เรซซิง (Gazoo Racing) ซึ่งนำเทคโนโลยีและประสบการณ์จากการแข่งขันอย่าง World Rally Championship มาผสานเข้ากับประสบการณ์การขับขี่ของรถยนต์ที่จำหน่ายจริง

ตามคำกล่าวของผู้บริหารรายหนึ่งของฮอนด้า ฮอนด้ามองว่าจำเป็นต้องหลุดพ้นจากภาพลักษณ์ของการเป็นบริษัทเดิม ๆ ที่น่าเบื่อ เพื่อดึงดูดลูกค้าและสร้างแรงดึงดูดใหม่ให้กับแบรนด์ ท่ามกลางแนวโน้มการซื้อรถยนต์ในญี่ปุ่นที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง 

แพลนเพิ่มไลน์อัป Honda Racing

ควบคู่กับการกลับสู่ F1 ฮอนด้ามีแผนเปิดตัวรถยนต์ที่ผลิตในเชิงพาณิชย์ภายใต้แบรนด์ Honda Racing หลายรุ่น โดยจะผสานเทคโนโลยีประสิทธิภาพสูงที่ได้จากสนามแข่ง ไม่ว่าจะเป็นอากาศพลศาสตร์ หรือระบบควบคุมเพาเวอร์ยูนิต รวมถึงนำคุณสมบัติเหล่านี้ไปเสริมในรถยนต์รุ่นที่มีอยู่แล้วอย่าง Civic Type R และ Vezel รถเอสยูวีขนาดกะทัดรัดที่ได้รับความนิยม 

มิเบะยอมรับว่า ที่ผ่านมาโลกของรถยนต์ในสนามแข่งและกับธุรกิจถูกแยกออกจากกันอย่างสิ้นเชิง แต่ฮอนด้าได้ทบทวนแนวคิดนี้ใหม่ และตั้งใจจะนำองค์ความรู้จากสนามแข่งมาใช้กับผลิตภัณฑ์รถยนต์สี่ล้ออย่างจริงจัง 

ประกาศชัด ไม่ถอนตัวอีก มุ่งใช้ F1 อวดเทคโนโลยี 

อย่างไรก็ตาม เป้าหมายการฟื้นภาพลักษณ์จากการกลับสู่สนาม F1 ของฮอนด้า จะประสบความสำเร็จได้ต้องอาศัยการคว้าชัยชนะในสนามแข่งขัน 

ด้านลอว์เรนซ์ สโตรลล์ (Lawrence Stroll) ประธานทีม Aston Martin กล่าวในงานแถลงข่าวว่า ทีมของเขาเชื่อมั่นว่าฮอนด้ามีองค์ประกอบครบถ้วนสำหรับการต่อสู้เพื่อชัยชนะในอนาคต และมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งในเพาเวอร์ยูนิตของฮอนด้ารวมถึงทีมวิศวกรเบื้องหลัง

แม้ว่าธุรกิจรถยนต์สี่ล้อของฮอนด้ากำลังเผชิญภาวะขาดทุนจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ไม่เป็นไปตามเป้า แต่ผู้บริหารฮอนด้าพูดชัดว่า จะไม่ถอนตัวจาก F1 อีกครั้ง พร้อมกับบอกว่า เมื่อตัดสินใจกลับสู่สนามแล้ว เป้าหมายก็ต้องเป็นชัยชนะเท่านั้น  

มิเบะกล่าวปิดท้ายว่า ฮอนด้าจะใช้เวที F1 แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของฮอนด้าเป็นเทคโนโลยีระดับโลก

แชร์
Honda หวนคืนสนาม F1 หวังฟื้นภาพแบรนด์รถสปอร์ต สร้างแรงดึงดูดใหม่