Logo site Amarintv 34HD
Logo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
"สิริพงศ์" ขอโทษประชาชน จ่อชง ครม. ผ่อนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

"สิริพงศ์" ขอโทษประชาชน จ่อชง ครม. ผ่อนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

20 ก.ค. 69
13:09 น.
แชร์

"สิริพงศ์" ขอโทษประชาชน จ่อชง ครม. ผ่อนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่นำรถยนต์อายุเกิน 20 ปีและรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปีมาตัดสิทธิ

(20 ก.ค. 2569) ที่ทำเนียบรัฐบาล โดย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ร่วมกันแถลงข่าวแนวทางการอุทธรณ์ผลการพิจารณาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหลักเกณฑ์การพิจารณาสิทธิ

โดย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ต้องขออภัยประชาชนในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น เนื่องจากหลักเกณฑ์ต่างๆ ถูกกำหนดขึ้นเพื่อคัดกรองให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่สมควรได้รับสิทธิมากที่สุด แต่เมื่อเข้าสู่การปฏิบัติจริงกลับพบข้อจำกัดหลายประการที่ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งเสียสิทธิ ทั้งที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายได้รับความช่วยเหลือ

นายสิริพงศ์กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกได้เร่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนทั่วประเทศตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา โดยอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและเจ้าหน้าที่ทุกจังหวัดเปิดรับเรื่องร้องเรียนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการถือครองรถยนต์ ซึ่งตามหลักเกณฑ์เดิม ผู้มีสิทธิจะต้องไม่มีกรรมสิทธิ์รถยนต์ ยกเว้น 4 กรณี ได้แก่ ผู้ถือครองรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี รถสามล้อ รถยนต์สี่ล้อรับจ้างที่จดทะเบียนถูกต้อง และรถเพื่อการเกษตรไม่เกินคนละ 1 คัน

อย่างไรก็ตาม จากการรับฟังปัญหาพบว่ามีประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากข้อเท็จจริงที่แตกต่างกัน ได้แก่ มีรถเก่าที่มูลค่าต่ำและไม่ได้ใช้งานแต่ยังไม่ได้จำหน่ายทะเบียนออกจากระบบ รถสูญหายหรือสิ้นสภาพการใช้งานแต่ยังไม่ได้ดำเนินการทางทะเบียน รถที่ขายไปแล้วแต่เป็นการโอนลอยจึงยังมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และกรณีถูกผู้อื่นนำชื่อไปสวมสิทธิ์ซื้อรถ

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงคมนาคม จึงมีหนังสือเสนอให้กระทรวงการคลังทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และจะมีการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันนี้

ข้อเสนอสำคัญคือ การปรับเกณฑ์ไม่นำรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 20 ปี มาพิจารณาเป็นเหตุให้ขาดคุณสมบัติ รวมถึงไม่นำรถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกิน 15 ปีมาคิดเป็นเงื่อนไขตัดสิทธิ หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ประชาชนที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวจะไม่ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การถือครองรถจักรยานยนต์ โดยผู้ที่มีรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี จำนวนไม่เกิน 2 คัน และยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ จะไม่ถูกตัดสิทธิ์เช่นกัน

สำหรับกรณีรถที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์แต่สิ้นสภาพการใช้งานแล้ว หรือเป็นรถเก่าที่ไม่ได้ใช้งาน รวมถึงรถที่จอดทิ้งไว้และไม่ได้ต่อทะเบียน ประชาชนสามารถแจ้งข้อเท็จจริงต่อสำนักงานขนส่งจังหวัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดทำบันทึกประกอบการอุทธรณ์ และส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบพิจารณาได้

ส่วนผู้ที่ขายรถแบบโอนลอยไปแล้วแต่ยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ สามารถไปลงบันทึกที่สำนักงานขนส่งจังหวัดได้เช่นเดียวกัน หากมีหลักฐานการซื้อขายจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา แต่หากไม่มีหลักฐาน ก็สามารถใช้การบันทึกถ้อยคำประกอบการพิจารณาได้

ในกรณีที่ประชาชนถูกผู้อื่นนำชื่อไปแอบอ้างซื้อรถ สามารถยื่นอุทธรณ์พร้อมแจ้งข้อเท็จจริงต่อสำนักงานขนส่งจังหวัดได้เช่นกัน

นายสิริพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อช่วยลดภาระการเดินทางของประชาชน กระทรวงคมนาคมได้จัดทำแบบฟอร์มกลางร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่สามารถรับข้อมูลจากประชาชน แล้วส่งต่อให้กรมการขนส่งทางบกดำเนินการแทน โดยยืนยันว่าจะพยายามแบ่งเบาภาระของประชาชนให้มากที่สุด และทำให้ผู้ที่สมควรได้รับสิทธิได้รับสิทธิอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังเตรียมปรับหลักเกณฑ์เกี่ยวกับนักเรียนและนักศึกษานอกระบบ หลังพบว่าปัจจุบันผู้ที่มีสถานะเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาถูกตัดสิทธิ์โดยอัตโนมัติ ทั้งที่หลายคนอยู่ในภาวะยากจน โดยกระทรวงการคลังจะพิจารณาองค์ประกอบด้านอื่นร่วมด้วย เพื่อให้การพิจารณามีความเป็นธรรมมากขึ้น

นายสิริพงศ์ ยังชี้แจงถึงการกำหนดเรื่องการครอบครอง รถที่มีอายุ 20 ถึง 15 ปี ว่า เหตุที่ต้องปรับเกณฑ์เกิดจากสภาพปัญหาที่พบจริง ซึ่งหลักเกณฑ์ครบถ้วนสมบูรณ์ตั้งแต่ต้นแต่เมื่อเข้าสู่การปฏิบัติพบรายละเอียดของปัญหาที่มีปลีกย่อย สิ่งที่ทำขณะนี้ไม่ได้ขอแก้หรือลดหลักเกณฑ์ แต่เป็นการขอปรับปรับปรุงในรายละเอียดให้ครบถ้วนสมบูรณ์และตอบโจทย์กับการดำเนินการให้มากขึ้น

เนื่องจากวิถีการดำเนินชีวิตของคนเมืองและคนที่อยู่ในชนบทมีความแตกต่างกันดังนั้นจึงต้องปรับให้ เข้ากับบริบท ส่วนเกณฑ์อายุรถ 20 ปีหรือ 15 ปีนั้น คิดจากค่าเสื่อมและมูลค่ากับการใช้งานให้พอสมควรกัน ซึ่งมองว่าสมเหตุสมผลอย่างไรก็ตามย้ำว่าปีไม่ใช่ทั้งหมดเพราะสุดท้ายอยู่ที่สภาพรถด้วย

Advertisement

แชร์
"สิริพงศ์" ขอโทษประชาชน จ่อชง ครม. ผ่อนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ