Logo site Amarintv 34HD
อมรินทร์ทีวีแจกใหญ่ส่งท้ายปี ดูทั้งวันแจกทุกวันLogo LiveSearch
Search
Logo Live
Logo site Amarintv 34HD
ช่องทางติดตาม AMARINTV
  • facebook AMARIN TV 34 HD
  • x AMARIN TV 34 HD
  • line AMARIN TV 34 HD
  • youtube AMARIN TV 34 HD
  • instagram AMARIN TV 34 HD
  • tiktok AMARIN TV 34 HD
  • RSS Feed AMARIN TV 34 HD
ปั้นธุรกิจดูดวงออนไลน์: โซเชียลฯ อินฟลูฯ รีวิว แบบไหน มัดใจ ‘ลูกดวง’
โดย : กองบรรณาธิการ SPOTLIGHT

ปั้นธุรกิจดูดวงออนไลน์: โซเชียลฯ อินฟลูฯ รีวิว แบบไหน มัดใจ ‘ลูกดวง’

14 ม.ค. 69
12:38 น.
แชร์

“แก วันก่อนฉันไปดูดวงกับหมอดูชื่อดังในติ๊กต่อกมา คือแม่นมากกกกก” 

หากได้ยินคำพูดแบบนี้จากเพื่อนสนิทที่เช็กชะตาชีวิตทุกไตรมาส คุณพี่สายมูในที่ทำงาน หรือแม้แต่คนสำคัญในครอบครัว จะสร้างความรู้สึกให้คุณ ‘อยากดูดวงตาม’ ได้มากน้อยแค่ไหน และไม่ว่าคำตอบจะเป็นอยากดูทันทีหรือขอคิดดูก่อน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ความเชื่อและโชคชะตา ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนไทยยุค 2569 อย่างเต็มตัวไปแล้ว

สอดคล้องกับข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่พบว่า ตัวเลขการจดทะเบียนนิติบุคคลในกลุ่มธุรกิจ "กิจกรรมด้านความเชื่อ" พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องตั้งแตปี 2565 เป็นต้นมา ขณะที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ก็จัดให้ธุรกิจความเชื่อ สายมู และโหราศาสตร์ ครอง อันดับ 3 ธุรกิจดาวรุ่งในปี 2569

สิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจกว่าจำนวนผู้เล่นในตลาด คืออำนาจการซื้อของคนไทย โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังเปิดเผยอีกว่า ตลาดมูเตลูเฉพาะในประเทศไทยมีมูลค่าสะพัดไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาทต่อปี สอดคล้องกับผลสำรวจของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) พบว่าคนไทยกว่า 96% พร้อมจ่ายเงินให้กับความเชื่อ โดยเฉพาะในสภาวะที่เศรษฐกิจและสังคมมีความไม่แน่นอน

เมื่อความศรัทธาถูกย้ายมาอยู่บนโลกดิจิทัล โจทย์ของนักการตลาดจึงไม่ใช่แค่การหาหมอดูที่ "แม่น" มานำเสนอ แต่คือการเข้าใจกระบวนการตัดสินใจของบรรดาลูกดวงที่มีความซับซ้อนขึ้น เพราะลูกดวงยุคใหม่ไม่ได้เดินสุ่มเข้าไปหาหมอดูในสำนักอีกต่อไป แต่พวกเขาใช้การไถฟีด อ่านรีวิว และตรวจสอบความน่าเชื่อถือผ่านหน้าจอ

เพื่อหาคำตอบว่าอาวุธชิ้นไหนทรงพลังที่สุดในยุคนี้ บทความวิจัยเรื่อง "อิทธิพลของโซเชียลมีเดียที่มีผลต่อการตัดสินใจใช้บริการพยากรณ์ชีวิตของคนวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานคร" โดย สุริษา มุ่งมาตร์มิตร ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Strategic Perspectives on Business Marketing Management ปีที่ 12 ฉบับที่ 2 (ก.ค.-ธ.ค.2568) ได้ฉายภาพให้เห็นถึง 3 ปัจจัยหลักที่กำหนดชะตากรรมของธุรกิจดูดวงออนไลน์ ได้แก่ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย พลังของอินฟลูเอนเซอร์ และการสื่อสารแบบปากต่อปาก ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้อาจทำให้เราต้องกลับมาทบทวนแผนการตลาดที่มีอยู่ในมือใหม่อีกครั้ง

แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียสุดยอดเครื่องมือทรงพลัง

บทความวิจัยดังกล่าวเลือกศึกษาอิทธิพลของโซเชียลมีเดีย 3 ปัจจัย คือ 1) การสื่อสารแบบปากต่อปากทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Word-of-Mouth: eWOM) 2) การตลาดโดยใช้ผู้ทรงอิทธิพลในโลกออนไลน์ (Influencer Marketing) และ 3) แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ใช้รับข้อมูลข่าวสารว่าสิ่งไหนส่งผลให้ "คนวัยทำงานในเขตกรุงเทพมหานคร" ตัดสินใจใช้บริการดูดวงมากที่สุด และพบว่า "แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย" นำมาเป็นอันดับ 1

สำหรับแพลตฟอร์มที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจสูงสุดคือ Facebook, TikTok, LINE และ X (Twitter) ตามลำดับ โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 400 คนในงานวิจัยนี้ มีแนวโน้มใช้บริการเมื่อได้รับประสบการณ์ที่ประทับใจผ่านช่องทางออนไลน์ และหากพบข้อมูลที่ตรงกับความสนใจ

จากการสำรวจยังพบว่า ช่องทางที่ลูกดวงส่วนใหญ่ไม่ค่อยให้ความสนใจอีกแล้ว คือ "การสมัครใช้บริการดูดวงผ่านลิงก์ต่าง ๆ" ซึ่งจะมาในรูปแบบข้อความทางไลน์ หรือทางแชท เช่น “ดูดวงความรัก 99 บาท กดลิงค์ >>>” พร้อมแนบลิงค์ให้ผู้ใช้งานกรอกข้อมูลส่วนตัว

โดยกลุ่มตัวอย่างให้คะแนนข้อนี้ไม่มากนัก สะท้อนให้เห็นข้อจํากัดของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการปิดการขายสำหรับบริการพยากรณ์ชีวิตออนไลน์ ยิ่งยุคสแกมเมอร์อาละวาดแบบนี้ จะทักจะถามจะกดลิงก์อะไร ส่วนใหญ่ลูกดวงจะยิ่งกังวลไปหมด

อินฟลูฯ สายมูใช้ได้ แต่ยังมีความ "เอ๊ะ?"

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเข้าวงการดูดวง รองลงมาในงานศึกษาชิ้นนี้คือ "การตลาดโดยใช้ผู้ทรงอิทธิพลในโลกออนไลน์" (Influencer Marketing) เรื่องนี้คล้ายกับกรณีศึกษา Astrotalks แอปพลิเคชันโหราศาสตร์ชั้นนําที่ร่วมมือกับเอเจนซีอินเดีย My Haul Store (MHS) ดําเนินแคมเปญ Influencer Marketing และพบว่า สามารถเพิ่มจํานวนการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้จริง แต่จากการศึกษาของสุริษา มุ่งมาตร์มิตร ยังพบว่าผู้บริโภคบางกลุ่มเปิดรับอินฟลูเอนเซอร์มากก็จริง แต่บางกลุ่มกลับไม่ให้ความสําคัญเลย

ประเด็นโฆษณาเว่อร์ พูดเหมือนอินแต่ไม่ได้ใช้จริง ฯลฯ กลายเป็นเรื่องของ "ความจริงใจ" ที่ผู้บริโภคตั้งคำถาม นี่จึงอาจเป็นเหตุผลที่ผลงานวิจัยชิ้นนีัสะท้อนประเด็นดังกล่าวออกมาได้ มาตรการกํากับดูแลการโฆษณาเชิงศรัทธา เช่น การระบุว่าเป็น “โฆษณา” หรือ “สปอนเซอร์” เพื่อลดการหลอกลวงผู้บริโภค ซึ่งจะลดทอนความน่าเชื่อถือของการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์ จึงน่าจะมีส่วนทำให้การตลาดแนวนี้ไปต่อได้แบบยาว ๆ

พฤติกรรมลูกดวง: ชอบอ่านรีวิว แต่ไม่รีวิว

ส่วนปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงพอๆ กับ Influencer Marketing ก็คือ "การสื่อสารแบบปากต่อปากทางอิเล็กทรอนิกส์" (eWOM) จากงานวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างชอบสุด ๆ กับการอ่านรีวิวเชิงบวก และอ่านรีวิวก่อนการตัดสินใจใช้บริการดูดวง แสดงว่าลูกดวงให้ความสําคัญกับข้อมูลจากประสบการณ์ของผู้อื่นในโลกออนไลน์ เพราะธุรกิจบริการด้านความเชื่อแบบนี้ต้องใช้ความน่าเชื่อถือเป็นสำคัญ "แม่นไหม แพงไหม พส. บอกต่อด้วยจ้า..." เป็นต้น

แต่เมื่อถามกลุ่มตัวอย่างว่า "แชร์ประสบการณ์ดูดวงของตัวเองไหม?" กลุ่มตัวอย่างกลับให้คะแนนข้อนี้ต่ำมาก ๆ ซึ่งนี่อาจมาจากทัศนคติเรื่องความเป็นส่วนตัว หรือภาพลักษณ์ ซึ่งมีข้อมูลที่รับกับประเด็นนี้อยู่คือ ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ที่บอกว่าสไตล์การมูของคนแต่ละรุ่นต่างกัน Gen X เน้นสวดมนต์ ทำบุญ Gen Y เปิดกว้าง เน้นผลลัพธ์มูแล้วปัง ส่วน Gen Z มูเงียบ ๆ ไม่แสดงออก (6) นี่จึงอาจเป็นเทรนด์ของสายมูรุ่นใหม่ว่า "ชอบอ่านรีวิว แต่ฉันไม่รีวิว"


แชร์
ปั้นธุรกิจดูดวงออนไลน์: โซเชียลฯ อินฟลูฯ รีวิว แบบไหน มัดใจ ‘ลูกดวง’